
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : บันทึกนักฝัน
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : บันทึกนักฝัน : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
เมื่อชนบทไม่โรแมนติก ชีวิตดำเนินไปตามความจริง “ริมฝั่งแม่น้ำหัวใจสลาย” By the Bank of Brokenheart River”
พิบูลศักดิ์ ละครพล ฉายาที่เขามิได้ตั้งเอง “เจ้าชายโรแมนติก” ได้เกริ่นไว้ในคำนำ หนังสือ “ริมฝั่งแม่น้ำหัวใจสลาย” ว่า
“..ไม่อยากให้เข้าใจผิดโดยชื่อปกว่าเป็นเรื่องรักใคร่หัวใจสลายโรแมนติก....ผู้เขียนเขารู้สึกอย่างนี้จริงๆ “หัวใจสลาย” ไม่ได้ดัดจริตหรือจงใจใส่ให้เป็นแบบนี้ “หากมันเป็นไปโดยอัตโนมัต”
ผมและพิบูลศักดิ์ ละครพล เจอกันครั้งแรกๆ นับตั้งแต่ พ.ศ. 2535 เมื่อครั้งที่เขายังอยู่ย่านตลิ่งชัน (เขายังทำให้ผมได้พบเจอ ไพวรินทร์ ขาวงามด้วย)
หากถามว่า ผมรู้จักเขาดีแค่ไหน และสนิทสนมกับเขามากไหม คำถามแรกขอตอบว่า ผมรู้จักเขาไม่มาก โดยเฉพาะด้านประวัติส่วนบุคคล กระทั่งวันเดือนปีเกิดของเขาก็ยังจำได้แบบคลับคล้ายคลับคลาว่า น่าจะเป็นเดือนธันวาคม ส่วน พ.ศ. นั้นไม่แน่ใจ รู้แต่ว่าเขาอายุเกิน 60 แล้วเพราะเราเคยคุยกัน เขาพูดติดตลกว่า เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแล้ว คำถามที่สอง ผมสนิทสนมกับเขาไหม เขามีคนที่สนิทนอกเหนือจากผม และสนิทสนมมากกว่าผมแน่ๆ ในบรรดาเพื่อนสนิท แต่ละรุ่นแต่ละยุคของเขานั้น ผมเป็นเพื่อน(รุ่นน้อง) ที่มีวันเวลาร่วมชีวิตกับเขา ช่วงระยะเวลาหนึ่งอย่างน้อยช่วงเดือน ปี ที่เขาปลูกสร้างและพำนักอยู่ “เหย้าริมยม” ชุมแสง นครสวรรค์ และช่วงเวลาที่ได้ร่วมเดินทางทัวร์คอนเสิร์ต 2 กวี” เป็นเวลาดีๆ (มีร้ายบ้าง) และงดงาม (มีหม่นบ้าง) แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความ “โรแมนติก” ของเขาที่แฝงเศร้าเหงา แต่นั่นแหละคือเขา
ผมอ่านงานเขียนของเขา ก็หลังจากได้เจอตัวเขา และได้ร่วมผูกพันโดยวันเวลา อ่านก็เพราะอยากรู้จักเขาให้มากขึ้น ถนนสีแดง นกสีฟ้า หุบเขาแสงตะวัน วัยฝันวันเยาว์ บ้านดวงใจ ขลุ่ยหญ้า เมืองไทยไม่ใช่ของคุณคนเดียว ผมยังได้ผูกพันทางเพลงและดนตรีกับเขา ต่างเป็นส่วนเสี้ยวประวัติศาสตร์ส่วนบุคคลของกันและกัน ผมได้รู้จัก “มาชารี” รู้จักเพลง “ผิงดาว” รู้จักชูเกียรติ ฉาไธสง รู้จัก “พยัต ภูวิชัย” เขาร้องเพลงของผม (บทเพลงเดียวดายของคนเดินทาง) ผมร้องเพลงที่เขาเขียนคำร้อง และโครงสร้างทำนอง (ฝนดอกไม้) ผมรู้จักเขาผ่านทางงานเขียน งานเพลง งานจิตรกรรม ผ่านวันเวลาที่ได้ร่วมเดินทาง ผมขอยืนยันว่าเขาคือคนโรแมนติกอย่างแท้จริง ไม่ว่าคำนิยามของคำว่าโรแมนติกจะถูกขยับขยายไปทางไหน
“ริมฝั่งแม่น้ำหัวใจสลาย” ผลงาน บันทึกนักฝัน เล่มล่าสุดของเขา ไม่ใช่การ “หวนกลับมา” เพราะเขาไม่เคยจากร้างไปไหน แม้เขาจะปรารภว่า “ผมไม่ได้เขียนเรื่องสั้นและนวนิยายมาร่วมยี่สิบปีได้กระมัง”
ขณะเวลาที่เขาไม่ได้เขียนหนังสือ เขาก็ “เขียนภาพ” ไม่ก็ “ทำเพลง” ต่อให้เขานั่งทอดถอนใจอยู่เฉยๆ สายลมที่เข้าออกผ่านทรวงของเขาก็ไม่เคยไร้ค่าความหมาย แม้เขาเคยรำพึงว่า ผ่านเลยยุคของเขาแล้ว แต่คนร่วมยุค (ตามความหมายของเขา) ไม่มีวันหลงลืมสิ่งที่เขาได้สร้างสรรค์มา และอาจมีบางคนหลายคนเกิดความรู้สึกทำนองเดียวกัน ว่าดอกไม้ผลัดใหม่ของเขากำลังจะถึงเวลาเบ่งบานไปทั้งท้องทุ่งอีกครา และคราวนี้จะตระการตายิ่งนัก
จะมีใครสักกี่คนที่นับถือศรัทธากันได้อย่างไม่หลงติดภาพที่ต่างสร้างขึ้น มิตรสหายที่รักและชื่อมั่นกันและกันโดยที่ความบกร่องของกันและกัน ไม่เป็นอุปสรรค
บันทึกนักฝัน “ริมฝั่งแม่น้ำหัวใจสลาย” ของเขา จะอย่างไรผมก็ยังว่าเป็นเรื่อง “รักใคร่หัวใจสลายโรแมนติก” รักห่วงใจ อาทร ตัดพ้อ ถักทออารมณ์หม่นเศร้า ห่มเหงาเป็นอาภรณ์ ร้าวรอน อ่อนไหว
ความเศร้าคือความร่าเริงของเขา ความเปลี่ยวเหงาคือขุมพลังบ่มหมักสมาธิและความอ่อนไหวคือความแข็งแกร่งของเขา
ผมเขียนถึงเขา ณ ที่นี้ ก็ด้วยเหตุผลเดียวคือ คิดถึงเขาเท่านั้นเอง เขาสร้างสรรค์อะไรดีๆมามาก (มีไม่ดีบ้างเช่นเราๆ ท่านๆ)
“แม่น้ำหัวใจสลาย” ไหลผ่านหน้าเขาไป แต่ เขา “อยู่ริมฝั่ง” แม่น้ำนะ
-------------------------
(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : บันทึกนักฝัน : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)



