
'วรรณวิไล'แฟชั่นนิสต้าหน้าใหม่
'วรรณวิไล เตชะสมบูรณ์'แฟชั่นนิสต้าหน้าใหม่ กับแคมเปญ'ตามหาซินเดอเรลลา' : คอลัมน์คอฟฟี่เบรก
เพียงชั่วเวลาไม่กี่เดือน “วรรณวิไล เตชะสมบูรณ์” กลายเป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมในฐานะแฟชั่นนิสต้า ด้วยความที่เป็นสาวมั่นในการแต่งตัว และยอมรับว่าคลั่งไคล้สินค้าแบรนด์เนมสุดหรูแทบทุกแบรนด์ มีการอัพเดตตนเองด้วยการลงรูปผ่านอินสตาแกรม ทำให้ผู้คนได้เห็นเธอในชุดต่างๆ
รวมทั้งการประกาศตามหา “ซินเดอเรลลา” เพื่อมอบรองเท้าคู่สวยให้แก่คนที่แสดงความคิดเห็นได้ตรงใจเธอที่สุด เนื่องในโอกาสวันเกิด
นิตยสาร Who? ได้สัมภาษณ์เปิดใจ วรรณวิไล เตชะสมบูรณ์ หรือ “เมษา” สาวน้อยวัย 24 ปี ในฉบับ 142 ประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2556
หลังเรียนจบปริญญาตรีที่สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะบริหารเทคโนโลยี ไปศึกษาต่อปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ คณะอินเตอร์เนชั่นแนล แฟชั่น รีเทลลิ่ง ซึ่งเรียนด้านการตลาด อินโนเวชั่น และรีเทลลิ่ง แม้ไม่มีเกี่ยวกับแฟชั่นดังที่หวัง แต่ก็ยังเรียนได้เกียรตินิยมอันดับสอง
ปัจจุบันทำงานสองแห่งคือ บริษัทนำเข้านาฬิกา มีตำแหน่งเป็น Digital Marketing Executive อีกบริษัททำเกี่ยวกับ Luxury Service Provider มีหน้าที่คือจัดหาสินค้าหรืออำนวยความสะดวกให้
วรรณวิไลบอกว่าสนใจเรื่องแฟชั่นตั้งแต่เด็ก รู้จักแต่งตัวตั้งแต่จำความได้
“ที่ชอบแต่งตัวเพราะคุณแม่เป็นคนช่างแต่งตัวเหมือนกัน ตอนแรกท่านจับเราแต่งตัวทำให้ซึมซับรูปแบบ และแนวทางการแต่งตัวมาจากคุณแม่...เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบแบบเรียบๆ ชอบใส่อะไรหวือหวา”
“ถ้าให้เทียบระหว่างรองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋า ชอบอะไรมากที่สุด ต้องบอกว่าเป็นรองเท้าค่ะ เคยซื้อที่เดียว 8 คู่ เพิ่งสอบเสร็จมันเลยเก็บกด เพราะเรียนหนักมาก ตอนนั้นอยู่ที่อังกฤษ”
การซื้อสินค้าแต่ละชิ้นของเธอทะลุหลักหมื่น หลักแสน หลายคนจึงอยากทราบว่าครอบครัวทำธุรกิจอะไร วรรณวิไลตอบว่า
“ครอบครัวทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ใช้ได้ทั้งคนเป็นคนตาย คนเป็นก็มีตึก อพาร์ตเมนต์ให้เช่า คนตายจะเป็นฮวงซุ้ย บรรพบุรุษซื้อที่ไว้ ถ้ามีใครสนใจก็มาซื้อเพื่อฝังศพ...ถ้าถามถึงเรื่องครอบครัว ขอบอกอย่างนี้ดีกว่า คุณพ่อคุณแม่กับเมษา อยู่คนละสังคมกัน ทั้งสองท่านชอบทำบุญเงียบๆ ปิดตัว ส่วนตัวเองด้วยงานและอาชีพ ทำให้ต้องมาอยู่จุดนี้”
กลับมาที่สินค้าแบรนด์เนม เมษาบอกว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง
“การซื้อของแบรนด์เนมไว้ใช้ เรียกว่าเป็นการลงทุนจากคุณพ่อคุณแม่ดีกว่า บางคนอาจลงทุนโดยการส่งลูกไปเรียน คือคุณพ่อคุณแม่ส่งเมไปเรียนแล้ว แต่ละอย่างที่ซื้อเป็นการลงทุน ให้เก็บเกี่ยวจากประสบการณ์ตรง เรามีโอกาสได้ดูดีเทลผ้า คุณภาพของผ้า รองเท้า จนวันหนึ่งเราจะมาดูว่าสามารถเป็นผู้ผลิตได้หรือเปล่า เพราะเราชอบในด้านนี้ พ่อแม่ก็สนับสนุน แล้วเราก็ไม่ทำความลำบากให้ใคร”
สิ่งที่ทำให้เป็นที่รู้จักมากในโลกออนไลน์คือ “โครงการตามหาซินเดอเรลลา”
“เริ่มจากความฝันตอนเด็กๆ อยากได้รองเท้าคู่หนึ่ง แต่ไม่สามารถซื้อได้ รองเท้าคู่นั้นราคา 3 หมื่นกว่าบาท เป็นราคาต่ำสุดแต่เมื่อเวลาผ่านไป มาถึงวันนี้เรามีเยอะมาก พอดีเป็นวันเกิดด้วย เมอยากทำให้ความฝันของคนคนหนึ่งเป็นความจริง ก็เลยคิดแคมเปญนี้ขึ้นมา คือปกติเราทำบุญใส่บาตร ถวายสังฆทานอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เราอยากทำให้คนที่ฝันหรือรักสิ่งที่เหมือนๆ เราได้เป็นจริง มีความสุข เพราะมันจะเป็นความสุขที่ตรงกับเราด้วย คนสมัครเข้ามาเยอะมาก มีเมล์ส่งเข้ามา 300-500 ฉบับ ก็นั่งอ่านตีห้าถึงหกโมงเช้าทุกวัน และตอบทุกคนด้วย…”
วันนี้เธอได้มอบรองเท้าคู่ดังกล่าวให้แก่ (ว่าที่) ซินเดอเรลลาไปเรียบร้อยแล้ว
.............................................
('วรรณวิไล เตชะสมบูรณ์'แฟชั่นนิสต้าหน้าใหม่ กับแคมเปญ'ตามหาซินเดอเรลลา' : คอลัมน์คอฟฟี่เบรก)



