
สกอ.ขับเคลื่อน'กองทุนตั้งตัวได้'เต็มพิกัด
สกอ.ขับเคลื่อน'กองทุนตั้งตัวได้'เต็มพิกัด มุ่งผลิตเถ้าแก่น้อยรุ่นแรก ภายในปี 2556 : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : รศ.นพ.กำจร ตติยกวี
จากการที่รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการสร้างวิสาหกิจนวัตกรรม และแนวทางเศรษฐกิจใหม่ ทำให้ก่อเกิดโครงการ "กองทุนตั้งตัวได้" ในปีงบประมาณ 2556 ซึ่งเป็นปีแรก ได้วงเงิน 5,000 ล้านบาท และต้องจัดสรรวงเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท ต่อสถาบันการศึกษาที่ร่วมโครงการ ในระดับอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา สนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อให้สามารถกู้ยืม ร่วมกับการสร้างกลไกของ "หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ" ในสถานศึกษา โดยมุ่งให้เกิดวิสาหกิจนวัตกรรมใหม่ที่จะเป็นกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้กองทุนตั้งตัวมีการจัดตั้งสำนักงานกองทุนตั้งตัวได้แล้ว การดำเนินงานเริ่มแรก ทาง สกอ.ได้ร่วมกับกองทุน โดยในส่วนของ สกอ.รับทำหน้าที่สร้างเทรนเนอร์ หรือวิทยากรหลักในการอบรมนิสิต นักศึกษา ในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อให้พวกเขามีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเขียนแผนธุรกิจ อาทิ แผนตามหลักการตลาด แผนการพิจารณาเงินลงทุน ความเสี่ยงทั้งหลายที่เกิดขึ้น รวมถึงการลงทุนที่คุ้มค่า ซึ่งรุ่นแรกทาง สกอ.ได้จัดอบรมไปแล้ว จำนวน 100 ท่าน มาจาก 9 สถาบันอุดมศึกษา และ 1 อาชีวศึกษา เฉลี่ยสถาบันละ 10 ท่าน และคาดหวังว่าเทรนเนอร์เหล่านี้จะไปพัฒนานิสิต นักศึกษา กลุ่มละ 500 คน และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะได้เด็กผ่านการอบรม 25,000 คน
"ปัจจุบันกองทุนตั้งตัวได้ มีสถาบันการศึกษาที่เป็นหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา (UBI) 56 แห่ง และจะเพิ่มอีก 6 แห่ง รวมเป็น 62 แห่ง ภายในปีนี้ และจะเปลี่ยนสถาบันที่เป็น UBI เป็นABI (Authorized Business Incubator) ซึ่งตอนนี้มี ABI นำร่องจำนวน 9 แห่ง จากสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นประธานคณะทำงานเครือข่าย อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ประธานคณะทำงานเครือข่าย C-UBI ภาคกลางตอนบน) มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ประธานคณะทำงานเครือข่าย C-UBI ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ประธานคณะทำงานเครือข่าย C-UBI ภาคเหนือตอนบน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ประธานคณะทำงานเครือข่าย C-UBI ภาคกลางตอนล่าง) มหาวิทยาลัยนเรศวร (ประธานคณะทำงานเครือข่าย C-UBI ภาคเหนือตอนล่าง) มหาวิทยาลัยบูรพา (ประธานคณะทำงานเครือข่าย C-UBI ภาคตะวันออก) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (ประธานคณะทำงานเครือข่าย C-UBI ภาคใต้ตอนบน) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ประธานคณะทำงานเครือข่าย C-UBI ภาคใต้ตอนล่าง) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (ประธานคณะทำงานเครือข่าย C-UBI ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง) โดยตั้งเป้าสร้าง ABI 50 แห่งภายในสิ้นปี 2556 นี้"
กองทุนตั้งตัวได้ แม้จะยังไม่เปิดให้นิสิต นักศึกษาได้ยื่นแผนธุรกิจ แต่หลังจากการเปิดตัว สำรวจเบื้องต้นพบว่า มีนิสิต นักศึกษาเตรียมพร้อมจะเป็นเถ้าแก่น้อยจำนวนมาก รองเลขาธิการ กกอ.เล่าต่อว่า ขณะนี้ยังไม่มีนิสิตนักศึกษาเข้าร่วมอบรม และกู้ยืมในกองทุนนี้ แต่เท่าที่ทราบมีนักศึกษา กลุ่มฟาสต์แทร็ก (Fast Track) หรือนักศึกษากลุ่มที่มีแผนธุรกิจในมือ พร้อมที่รอกู้เงินอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้รับการอบรม ดังนั้น เมื่อพวกเขาผ่านการอบรม และเราก็เปิดโอกาสให้คนที่มีความพร้อมกู้ มีแผนธุรกิจ ซึ่งจะอบรมให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนั้น ก็จะมีการพิจารณาทันที และคาดว่าต้นเดือนสิงหาคม จะสามารถปล่อยกู้แก่นิสิต นักศึกษาได้ทันที แต่จะปล่อยกู้กี่คนนั้น ต้องแล้วแต่มหาวิทยาลัยดำเนินการ
สำหรับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาโดยมีกระบวนการพัฒนาและสนับสนุนนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการตามขั้นตอนดังนี้ ต้องเป็นนักศึกษาปัจจุบัน หรือผู้สำเร็จการศึกษาไม่เกิน 5 ปี ในสถาบันอาชีวศึกษา หรือสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย มีไอเดียธุรกิจ และ Business Model สมัครเข้ารับการฝึกอบรม/ พัฒนาจากศูนย์บ่มเพาะ (ABI) หากมหาวิทยาลัยของนักศึกษาไม่มีศูนย์บ่มเพาะก็สามารถไปยื่นต่อมหาวิทยาลัยใกล้เคียงได้ นอกจากนั้น ต้องผ่านการคัดเลือก โดยได้รับการฝึกอบรม/ พัฒนาเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์-ธุรกิจบริการจากหน่วย ABI ประมาณ 3-6 เดือน และต้องเข้ารับการประเมิน Business Plan จากหน่วย ABI ให้เหลือกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพสูงจำนวน 5,000 คน และกลุ่มที่ผ่านเกณฑ์การประเมินจะได้สิทธิ์เสนอโครงการดำเนินธุรกิจเพื่อขอกู้ยืมเงินจากกองทุนตั้งตัวได้
"การกู้ยืมเงินในกองทุนตั้งตัวได้ เพื่อสรรค์สร้างธุรกิจของตนเองนั้น นอกจากนักศึกษาจะมีความพร้อม ไอเดียแล้ว ยังต้องมีความมุ่งมั่น มีศักยภาพทางความคิดที่มุ่งให้เกิดวิสาหกิจนวัตกรรมใหม่ หรือการลงทุนในเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้เกิดเป็นผู้ประกอบการรายย่อย โดยร่วมมือกับธนาคารทั้งของรัฐและเอกชน สมาคมศิษย์เก่า ผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละสาขาวิชา ในการพิจารณาการให้สินเชื่อและเงินลงทุนสำหรับการลงทุน อันจะได้รับประกันการชำระคืนเงินต้น และดอกเบี้ยร่วมกับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการตามข้อตกลง เพราะหนี้ครั้งนี้จะต้องไม่กลายเป็นหนี้สูญหายอย่างแน่นอน"
แนวทางในการกู้ยืม การพิจารณาต่างๆ ยังคงยึดตามแบบเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องให้เหมาะสม เอื้อต่อประโยชน์ การกู้ยืมของนิสิต นักศึกษา เพราะวงเงิน 5,000 ล้านบาทในปีแรก ต้องดำเนินการตามแผนสนับสนุนงบประมาณภาพรวมต่อเนื่อง 4 ปี คือ 1.ปี 2556 จำนวน 5,000 ล้านบาท 2.ปี 2557 จำนวน 5,000 ล้านบาท 3.ปี 2558 จำนวน 10,000 ล้านบาท 4.ปี 2559 จำนวน 20,000 ล้านบาท รวมทั้งหมด 4 ปีงบประมาณเป็นจำนวนเงิน 40,000 ล้านบาท ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่ได้งบในปี 2557 แต่งบปี 2556 ที่ยังได้ 5,000 ล้าน ยังไม่ได้ใช้ แต่ก็เพียงพอให้นักศึกษากู้ยืม
รศ.นพ.กำจร กล่าวต่อว่า กองทุนตั้งตัวได้แตกต่างจากกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพราะต่อให้มีกำหนดเพดานเงินกู้ยืมแก่นักศึกษาผู้ประกอบการเฉพาะเงินของกองทุน ภายในวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อรายธุรกิจ ซึ่งในหนึ่งรายธุรกิจอาจมีกลุ่มนักศึกษาดำเนินการร่วมกันหลายคนก็ได้ โดยแผนธุรกิจของนักศึกษาผู้ประกอบการที่ได้รับสัญญากู้ยืมต้องมีแผนงบประมาณไม่เกิน 5 ล้านบาท แต่เราไม่ใช่กองทุนเชิงสังคมสงเคราะห์ แต่ของเราเป็นกองทุนเพื่อการพัฒนา สร้างธุรกิจ สร้างรายได้ ให้เด็กเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย และมีระบบการติดตามหนี้ที่ชัดเจน ซึ่ง กยศ.ไม่ได้ดูก่อนที่นักศึกษาจะกู้ได้นั้นจะมีความสามารถในการคืนเงินหรือไม่ แต่กองทุนตั้งตัวได้จะต้องดูความมั่นคงของธุรกิจ มีภาวะความเสี่ยงน้อย อีกทั้งยังมีหน่วยงานที่คอยแนะนำให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ เพื่อให้เกิดก่อธุรกิจที่ยั่งยืนต่อไป
ไม่มีข้อจำกัดเรื่องการทำธุรกิจ เพียงแค่คุณกล้าคิด กล้าทำ และกล้ายื่นข้อเสนอ แหล่งเงินทุนจากกองทุนตั้งตัวได้เป็นอีกหนึ่งใบเบิกทางสำหรับผู้รักที่จะเป็นนายตัวเอง ไม่เป็นลูกน้องใคร ยิ่งธุรกิจที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ยิ่งสามารถกู้ได้ง่ายขึ้น อย่างสาขาการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การเกษตร การท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย และอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นต้น
"กองทุนตั้งตัวได้ เป็นแนวคิดที่จะสร้างความตระหนักว่า การศึกษาระดับอุดมศึกษา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง จบแล้วไม่ต้องเป็นลูกจ้างเสมอไป เพราะตอนนี้เด็กไทยเห็นว่าการเป็นลูกจ้างมันง่าย ได้เงินเดือนชัดเจน แต่ขณะเดียวกันปัจจุบันเด็กตกงานจำนวนมาก ดังนั้นคนที่ได้เปรียบในอนาคต โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน คือคนที่เรียนสายวิชาชีพ มีธุรกิจของตนเอง จึงอยากชวนให้เด็กรุ่นใหม่มาคิดเป็นเจ้าของกิจการ อย่าไปเป็นลูกจ้าง ซึ่งผมเชื่อว่าเด็กไทยมีความคิด มีไอเดีย เพียงแต่พวกเขาขาดโอกาส ซึ่งกองทุนตั้งตัวได้จะเป็นการสร้างโอกาสให้พวกเขาได้เข้าถึงแหล่งทุนนำไปสร้างธุรกิจ เป็นผู้ประกอบการที่มีประสิทธิภาพ"
ต่อให้รัฐบาลผลัดเปลี่ยนไป รศ.นพ.กำจร มั่นใจว่า กองทุนตั้งตัวได้ยังคงอยู่ต่อ เนื่องจากกองทุนยังอยู่ที่ สกอ. และยังคงเดินหน้าตั้งเป้าผลิตเถ้าแก่น้อยต่อไป หากนิสิต นักศึกษา หรือผู้ใดสนใจเข้าร่วมโครงการกองทุนตั้งตัวได้
สอบถามข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา (UBI) 56 แห่งทั่วประเทศและสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โทร.0-2610-5335, 0-2610-5444
....................................................
(สกอ.ขับเคลื่อน'กองทุนตั้งตัวได้'เต็มพิกัด มุ่งผลิตเถ้าแก่น้อยรุ่นแรก ภายในปี 2556 : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) )



