ไลฟ์สไตล์

'ทำนามหาสนุก'ทำดีถวายในหลวง

'ทำนามหาสนุก'ทำดีถวายในหลวง

27 ก.ค. 2556

'ทำนามหาสนุก'ทำดีถวายในหลวง

               "เดี๋ยวนี้ชาวบ้านไม่ค่อยทำนากันแล้วค่ะ อาชีพชาวนาเหลือน้อยลง บางคนขายนาแล้วไปทำงานรับจ้างทั่วไป หนูอยากให้เพื่อนๆ น้องๆ รู้จักการทำนา ไม่อยากให้กลายเป็นวิถีเก่าๆ ที่จะสูญหายไป" น้องอ๋อม หรือเด็กหญิงปทิตตา จันทร์อนันต์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดตะบอง (ธรรมาภิรมอุปถัมภ์) อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เล่าที่มาของโครงงาน "ทำนามหาสนุก" ที่เธอกับเพื่อนๆ น้องๆ อีก 10 คน ในต่างชั้นเรียนลงความเห็นตรงกันว่าควรที่จะทดลองปลูกข้าว

               "ทำนามหาสนุก" เป็นหนึ่งในโครงงานภายใต้โครงการ 84 พรรษา 84 โรงเรียน ทำดีถวายในหลวง เฉลิมพระเกียรติ ที่มูลนิธิรักษ์ไทยดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งเสริมให้เด็กนักเรียนโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ได้คิดริเริ่มโครงงาน และลงมือทำด้วยตัวเอง เพื่อเปิดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพทางความคิดให้แก่เด็กไทย

               "เด็กๆ เริ่มคิดโครงงานเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เขาตัดสินใจกันว่าจะปลูกข้าว พอครูได้ยินก็เครียด เพราะมันดูเป็นเรื่องใหญ่ ตัวครูเองก็ปลูกข้าวไม่เป็น" ครูติ๋ม หรือ คุณครูสุรภี ทองเกิด ซึ่งทำหน้าที่เป็นครูเอื้อ คอยอำนวยความสะดวกทางความคิดและเป็นที่ปรึกษาให้แก่เด็กๆ เล่าถึงจุดเริ่มต้นโครงงานของลูกศิษย์

               "ครูก็เริ่มคิดว่าจะไปขอที่ดินทำนาจากใครดี ถ้าขอชาวบ้านก็เกรงใจเขาเพราะเขาเริ่มเกี่ยวข้าวกันไปแล้ว พอลองขอท่านเจ้าอาวาสวัดตะบองฯ ท่านก็ให้ที่ดินกับเด็กๆ ไว้ปลูกข้าวได้" "ระหว่างกระบวนการทำนานั้น ครูจะคอยแนะนำ และดูอยู่ห่างๆ จะไม่บังคับให้เด็กทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่จะปล่อยอิสระให้เด็กคิดเอง หากเด็กๆ มีปัญหา ครูก็จะพาเขาไปหาปราชญ์ชาวบ้านช่วยชี้แนะให้อีกทางหนึ่ง" ครูติ๋มอธิบาย

               การเตรียมความพร้อมของดิน การไถนา โดยความช่วยเหลือของผู้ใหญ่ก็คือชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงการเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าว การหว่านข้าว ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ "ทำนา" ที่เด็กๆ ในกลุ่มต้องศึกษาอย่างละเอียด เด็กๆ จะแบ่งเวรกันวันละ 2 คน วันจันทร์ถึงศุกร์ เพื่อคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของต้นข้าว และกลับมาจดบันทึก สรุปรายงานโครงงานด้วยตัวของตัวเอง

               "การปลูกข้าวมันก็มีปัญหาที่เด็กๆ เจอคือ ปีนี้น้ำแล้งมาก แต่ข้าวที่เราปลูกเป็นพันธุ์ กข 47 ซึ่งทนต่อสภาพน้ำน้อย และมีหนูนาเยอะมากมากินข้าวในนา ครูก็ไม่อยากให้เด็กๆ ฆ่าสัตว์ มันจะเป็นบาปต่อเด็ก ก็เลยต้องยอมปล่อยให้เป็นธรรมชาติ" ครูติ๋มกล่าว

               ถึงตอนนี้เข้าฤดูฝนแล้ว ในวันที่แดดแรงพอควร เด็กนักเรียนและคุณครูโรงเรียนวัดตะบอง รวมถึงชาวบ้าน ทีมจาก อบต.บ้านใหม่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิรักษ์ไทย

               และทีมจิตอาสาจากโรงแรมในเครืออมารี และมูลนิธิออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในมือถือเคียวเกี่ยวข้าวลงไปนาข้าวและช่วยกัน "ลงแขก"

               "พอข้าวโตแล้ว หนูก็อยากนำไปขาย และอีกส่วนหนึ่งก็ให้โรงเรียนไว้หุงเป็นอาหารกลางวันให้เรา เพราะตอนนี้เรารับประทานอาหารกลางวันฟรี ก็จะได้ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารกลางวันให้โรงเรียนด้วยค่ะ พอคิดเรื่องนี้แล้วก็ทำให้คิดว่าการทำนาเป็นเรื่องสนุก ลืมเรื่องเหนื่อยไปเลยค่ะ" น้องอ๋อมเสริมท้าย

               สนใจโครงการ "ทำนามหาสนุก" สอบถามได้ที่ สนใจมูลนิธิรักษ์ไทยโทรศัพท์ 0-2615-7225-6 ต่อ 204,