ไลฟ์สไตล์

กวีร่วมสมัยแห่งคลองบางหลวง

กวีร่วมสมัยแห่งคลองบางหลวง

25 ก.ค. 2556

กวีร่วมสมัยแห่งคลองบางหลวง : คอลัมน์หัวใจไทย



                บรรทัดแรกที่เราเขียน อาจไม่ใช่บรรทัดแรกของเรื่องที่เราตั้งใจจะเขียนก็เป็นได้...บางแง่มุมจากประสบการณ์ที่ ศุ บุญเลี้ยง หรือพี่จุ้ย ได้ถ่ายทอดให้นักเขียนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมการอบรม ภายใต้โครงการบ่มเพาะนักเขียน ครั้งที่ 3 โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ นิตยสารไรเตอร์ จัดขึ้น โดย ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ  รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยและ น.ส.นาถนิศา สุขจิตต์ ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และแหล่งทุน สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้นำคณะทำงานพร้อมด้วยทีมวิทยากร นักเขียนมืออาชีพและบรรดานักเขียนหน้าใหม่มากหน้าหลายตา เข้าร่วมในกิจกรรม ณ บ้านศิลปิน คลองบางหลวง กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ

               โชคชัย บัณฑิต นักเขียนรางวัลซีไรต์ ปี 2544  บอกว่า "น้องๆ เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เราทำได้เพียงถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานเขียน เพื่อช่วยดึงเอาพลังที่เขามีอยู่ออกมาใช้ให้เต็มที่ ส่วนเทคนิคการเขียนกวีนิพนธ์นั้น เน้นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าการเขียนตามใบสั่ง สิ่งสำคัญคือการรับรู้สิ่งต่างๆ ด้วยอารมณ์และสัมผัส นั่นคือเหตุผลอีกประการหนึ่งของการจัดกิจกรรมนอกสถานที่ เช่น การมาที่บ้านศิลปิน คลองบางหลวง นี่ก็เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นำไปสร้างงานเขียน โดยมีพี่ๆ นักเขียนคอยให้คำแนะนำ"

                ตลอดระยะเวลาที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้เป็นเวลาหลายเดือน ปฐมพงษ์ ชัยเขื่อนขันธ์ (เป้) ได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่หลากหลายจากบรรดานักเขียนมืออาชีพ เป็นการเติมเต็มชีวิตอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งทำให้เขามองเห็นจุดอ่อนจุดแข็งในงานของตนเอง ในมุมที่เปลี่ยนไปและจะพยายามหาแนวทางปรับปรุงและพัฒนาให้งานเขียนมีเสน่ห์มากขึ้น ในแบบฉบับของตนเอง

                หากมองในมุมของผู้รับผิดชอบโครงการ น.ส.นาถนิศา สุขจิตต์ ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และแหล่งทุน สศร. มองว่า "สศร.มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของนักเขียนรุ่นใหม่โดยการเรียนรู้จากนักเขียนรุ่นพี่ และสุดท้ายเมื่อจบหลักสูตรทุกคนจะได้งานเขียนของตนเอง คนละ 1 ชิ้น เพื่อส่งเข้าประกวดโดยจะมีการพิจารณาและมอบรางวัลให้เป็นขวัญ กำลังใจ  นอกจากโครงการบ่มเพาะและเติมเต็มนักเขียนรุ่นใหม่ให้ก้าวไปสู่การเป็นมืออาชีพแล้ว สศร.ยังมีโครงการส่งเสริมการแปลงานวรรณกรรมของไทยให้ได้รับการแปลและเผยแพร่ออกไปสู่สังคมและประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มมากขึ้น

                มีทั้งภาษาอังกฤษ จีน กัมพูชา มาเลเซีย และล่าสุดภาษาเวียดนาม พร้อมจัดพิมพ์และเผยแพร่ต่อไป ยังสถาบันการศึกษาฯ เช่น คณะอักษรศาสตร์ กลุ่มนักศึกษาที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้งานแปลด้านวรรณกรรม องค์กรที่ส่งเสริมงานวรรณศิลป์ต่างๆ ฯลฯ ส่วนที่รวมเล่มจัดพิมพ์ภาษาไทยเราส่งไปตามห้องสมุดต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และสามารถใช้ประโยชน์จากงานวรรณกรรมรวมเล่มเหล่านี้ได้อย่างแพร่หลายต่อไป

...........................................

(กวีร่วมสมัยแห่งคลองบางหลวง : คอลัมน์หัวใจไทย)