
ใช้เวลาว่างทำ'หมวกกุ้ยเล้ย'
ทำมาหากิน : ใช้เวลาว่างทำ 'หมวกกุ้ยเล้ย' ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อที่บางคล้า : โดย...บังดล
กว่า 70 ปีที่ชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่อพยพไปปักหลักฝั่งเกาะลัด และพื้นที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา นำไม้ไผ่มาสานเป็นหมวกไว้ใช้เองเรียกว่า "หมวกกุ้ยเล้ย" ทำให้ชาวบ้านที่สนใจและเรียนรู้วิธีการสานมาใช้บ้าง จนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปอย่างกว้างขวาง ทำให้ "ประดับ เกลี้ยงเกลา" รวบรวมแม่บ้านหมู่ 8 ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งกลุ่มจักสานหมวกกุ้ยเล้ยขึ้นมาเป็นอาชีพเสริม ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างดี มีเท่าไรลูกค้ารับไม่อั้น
ประดับ เล่าว่า "หมวกกุ้ยเล้ย" เดิมทีคนจีนเรียกว่า "หมวกกุยเละ" หรือ "กุยเล้ย" มีลักษณะทรงกลม หัวแหลม ชาวจีนนิยมใส่กันแดดเวลาออกไปทำนา ทำไร่ ทำสวน ซึ่งบ่งบอกถึงวัฒนธรรม ประเพณีที่มีการสืบทอดกันมายาวนานของชาวจีน โดยการนำวัสดุไม้ไผ่ที่มีอยู่ในชุมชนมาสาน และมีเอกลักษณ์ลวดลายสวยงามไม่ซ้ำรูปแบบหมวกชนิดอื่น จนเป็นที่สะดุดตาของผู้ที่พบเห็น เธอจึงเห็นว่าเป็นหมวกที่สวยงามและแปลก คิดว่าน่าจะผลิตเพื่อการค้าได้
จากนั้นจึงรวมบรรดาแม่บ้านในชุมชนกว่า 30 คน ตั้งกลุ่มเพื่อผลิตหมวกกุ้ยเล้ยจำหน่าย โดยได้รับการสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางคล้า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา เทศบาลตำบลปากน้ำ รวมถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ฉะเชิงเทรา ต่อมาได้ส่งประกวดในโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อป ปรากฏว่าได้รับคัดเลือกเป็นสินค้าโอท็อประดับ 4 ดาวของ จ.ฉะเชิงเทรา ทำให้ผลิตภัณฑ์หมวกกุ้ยเล้ยได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างดี ปัจจุบันผลิตเท่าไรจะมีลูกค้าที่เป็นชาวจีนและพ่อค้าจาก จ.พะเยา ที่เป็นลูกค้าประจำรับซื้อไม่อั้น
"งานพวกนี้เป็นงานฝีมือล้วนๆ เราจะทำเยอะก็ไม่ได้ เคยคิดว่าจะทำเป็นอุตสาหกรรมครอบครัว แต่ทำไม่ได้เพราะไม่มีแรงงาน และที่สำคัญพวกเราก็เป็นชาวนา ชาวสวน จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีเวลาว่างเท่านั้น ฉะนั้นจะทำเฉพาะที่ลูกค้าสั่ง โดยลูกค้าของเรามี 2 กลุ่มคือลูกค้าประจำที่รับไปจำนวนมาก อีกกลุ่มหนึ่งเป็นลูกค้าในพื้นที่ที่ซื้อไปและไปทาสีเองขายให้นักท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ อาทิ ที่วัดโพธิ์ ที่นักท่องเที่ยวไปชมค้างคาวแม่ไก่เห็นหมวกลวดลายสวยงามจึงซื้อติดมือไป" ประดับ กล่าว
สำหรับการผลิตหมวกกุ้ยเล้ยนั้น ประดับบอกว่า สมาชิกในกลุ่มต่างคนต่างทำที่บ้านใครบ้านมัน พอได้จำนวนมากตามที่ลูกค้าสั่งมาจึงไปรวมไว้ที่บ้าน แล้วจะมีพ่อค้ารับไปในราคาหมวกใบเล็กราคาขายส่งใบละ 25 บาท ลูกค้านำไปทาสีเองจะขายต่อในราคาใบละ 65 บาท หมวกขนาดกลางขายส่งใบละ 28 บาท ทาสีเสร็จไปขายต่อราคาใบละ 95 บาท และใบใหญ่ขายส่งใบละ 30-32 บาท พ่อค้าไปทาสีขายต่อราคาใบละ 110 บาท
ส่วนวิธีทำ ประธานกลุ่มจักสานหมวกกุ้ยเล้ย บอกด้วยว่า นำไม้ไผ่นวลที่ซื้อมาจาก อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี แล้วมาตัดลำไผ่เป็นท่อน ท่อนละ 1 เมตร จากนั้นนำมาจักหรือผ่าให้แยกจากกันเป็นเส้น แล้วมาเหลาให้บางๆ เมื่อได้จำนวนที่ต้องการจึงนำมาสานเป็นแม่แบบหมวก ก็จะได้โครงหมวกด้านในเรียกว่าฝาด้านใน ขั้นตอนต่อมาสานหมวกที่เป็นฝาด้านนอก เมื่อได้โครงทั้งฝาในและฝานอกแล้ว ถึงขั้นตอนเข้าหมวก แต่ก่อนที่จะประกบฝาด้านนอกกับฝาด้านในให้เข้าด้วยกันจะต้องเตรียมกระดาษถุงที่ใส่อาหารกุ้ง และใบไผ่นำไปแช่น้ำพอชุ่ม นำฝาด้านนอกหงายขึ้นวางลงบนกระถางต้นไม้หรือถังน้ำ เพื่อที่จะนำกระดาษมากุให้รอบหมวกเรียง แล้วซ้อนด้วยใบไผ่อีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันน้ำฝน
จากนั้นจึงนำฝาด้านในมาประกบกับใบไผ่กดหมวกให้เข้ารูปทรง นำตอกมาถักเข้าขอบให้เรียบร้อย ส่วนยอดปลายแหลม เปลือกเส้นคล้ามาถักเป็นยอดหมวก เพื่อให้หมวกมีความคงทนและสวยงาม ก่อนที่จะทาด้วยน้ำมันวานิช หรือยูรีเทนด้านนอกของหมวก แล้วนำไปตากแดดให้แห้งเป็นอันเสร็จเรียบร้อย
-------------------------
(ทำมาหากิน : ใช้เวลาว่างทำ 'หมวกกุ้ยเล้ย' ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อที่บางคล้า : โดย...บังดล)



