ไลฟ์สไตล์

วิธีเอาชนะธรรมชาติในเขื่อนลำปาว

วิธีเอาชนะธรรมชาติในเขื่อนลำปาว

25 ก.ค. 2556

ลากกระชังปลา-ใช้เครื่องออกซิเจน วิธีเอาชนะธรรมชาติในเขื่อนลำปาว : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน

 

                             นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2555 ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่า น้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำปาว ใน จ.กาฬสินธุ์ จะวิกฤติมากที่สุดในรอบ 30 ปี จะเห็นได้จากช่วงกลางเดือนธันวาคม 2555 ปริมาณในอ่างเก็บน้ำเหลือเพียง 330.4 ล้าน ลบ.ม. จากความจุเต็มที่ 1,980 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 16.69 ยิ่งเดือนมิถุนายน 2556 มีปริมาณน้ำเพียง 274 ล้าน บล.ม.หรือ 14 % ในจำนวนนี้น้ำที่ใช้ได้เพื่อการเกษตรเพียง 9% สร้างความเดือดให้แก่ภาคการเกษตรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาคการประมงที่เกษตรกรเลี้ยงในกระชังตลอดแนวชายฝั่งของริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวนับร้อยๆ ราย บางรายต้องเลิกกิจการ ส่วนผู้ที่อยู่ได้ต้องควักกระเป๋าลงทุนจ้างลากกระชังไปอยู่กลางเขื่อน และติดตั้งเครื่องออกซิเจนช่วยเพื่อความอยู่รอด

                             นายเมธี อำไพพิศ ผู้เลี้ยงปลาในกระชังครบวงจร ทั้งเลี้ยงปลาเองจำนวน 400 กระชัง ผลิตลูกปลาจำหน่าย รับซื้อปลาจากเกษตรกรและตัวแทนจำหน่ายอาหารปลาของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (มหาชาน) จำกัด หรือซีพีเอฟ ในนามบริษัท กาฬสินธุ์ปลาสด จำกัด กล่าวว่า ในรอบๆ อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวเกษตรกรเลี้ยงปลาในกระชังจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นปลานิล และปลาทับทิมมากที่สุด โดยเฉพาะที่เป็นสมาชิกในกลุ่มของเขาส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ ต.หัวหิน อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ มีทั้งหมด 127 ราย มีปลาที่เลี้ยงกว่า 4,000 กระชังต่างก็ได้รับความร้อนจากน้ำในอ่างน้ำเขื่อนลำปาวที่ลดอย่างน่าใจหาย เกษตรกรผู้เลี้ยงจำนวนไม่น้อยที่ต้องเลิกราการเลี้ยงไปชั่วคราว เหลือผู้ที่มีทุนสำรองที่ต้องลงทุนลากกระชังไปยังกลางเขื่อน

                             "ปีนี้ถือว่าเขื่อนลำปาววิกฤติที่สุดเท่าที่เห็นมา ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เกษตรกรต้องลงทุนเพิ่มในการที่จ้างลากแพบางรายไป 10 กม. และติดตั้งเครื่องผลิตออกซิเจนด้วย แต่ยังดีที่ราคาปลาค่อนข้างสูง จากเดิมปลานิลราคา กก.ละ 60-70 บาท ตอนนี้ราคาอยู่ที่ กก.ละ 70-80 บาท เกษตรกรอยู่ได้ เพราะต้นทุนอยู่ที่ กก.ละ 55 บาท และการที่ติดตั้งเครื่องออกซิเจนเกษตรกรจะเพิ่มต้นทุนอีก กก.ละ 1 บาท" เมธี กล่าว  

                             ด้านนายณรงค์ ภูล้นแก้ว เจ้าของกระชังปลาที่ ต.หัวหิน อ.ห้วยเม็ก บอกว่า เลี้ยงปลานิลในกระชังในเขื่อนลำปาว เลี้ยงปลาในเขื่อนลำปาวมากว่า 10 แล้ว เดิมทีทำอาชีพหลายอย่าง ตั้งแต่ปลูกผัก ทำไร้อ้อย และมันสำปะหลัง ในพื้นที่ 14 ไร่ แต่พออยู่ได้วันๆ บางปีก็ขาดทุน จึงหันมาเลี้ยงปลาในกระชังบ้าง และมาร่วมโครงการกับซีพีเอฟ เมื่อ พ.ศ.2547 ลงทุนทำกระชังขนาดกว้าง 3.5 เมตร ยาว 3.5 เมตร ลึก 2 เมตร ลงลูกปลาครั้งแรกจำนวน 4,000 ตัว จากนั้นขยายเพิ่มเรื่อยๆ ปัจจุบันเลี้ยงทั้งหมด 30 กระชัง เป็นกระชังขนาด 3x3x2 เมตร จำนวน 20 กระชัง และขนาด 3x6x2 เมตร จำนวน 10 กระชัง โดยมีพนักงานขายและผู้บริหารของทางบริษัทซีพีเอฟให้คำแนะนำตลอดการเลี้ยงมาตลอด

                             "ผมทำอาชีพมาหลายอย่างไม่สำเร็จ พอมาเลี้ยงปลาทำให้ผมมีเงิน อย่างทุกวันนี้ผมเลี้ยงปลา 30 กระชัง ลงทุนรุ่นละ 5 แสนบาท เลี้ยงได้ 5 เดือน ขายได้ 6.7 แสนบาท ผมอยู่ได้สบาย ไม่ติดหนี้ ที่ดินผม 14 ไร่ ที่เคยเพาะปลูก ตอนนี้ผมเอาเงินจากการเลี้ยงปลามาจ้างคนปลูกต้นยางพารา ส่วนผมตั้งใจจะเลี้ยงปลาในกระชังต่อไป เพราะว่ามีรายดีกว่าอาชีพอื่น ปีนี้แม้ว่าจะประสบปัญหาน้ำในเขื่อนลดลงมาก ผมยอมควักทุนลากกระชังและติดเครื่องออกซิเจน ทำให้ปลาผมปลอดภัยได้" เขากล่าว

                             ขณะที่ กิตติพศ งามเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำจืด ซีพีเอฟ กล่าวว่า ปกติการเลี้ยงปลามีการจัดการที่ไม่ยุ่งยาก แต่ต้องอาศัยความเอาใจใส่ และการดำเนินการตามมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ได้ปลาเนื้อที่มีคุณภาพสู่ผู้บริโภค ที่สำคัญในช่วงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล เกษตรกรต้องให้ความสำคัญและใส่ใจกับกระบวนการเลี้ยงทุกขั้นตอน เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ ได้มีคำแนะนำถึงการจัดการและการเลี้ยงปลาในช่วงฤดูการต่างๆ

                             อย่างช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาอากาศร้อนมักจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของปลานิลและปลาทับทิม ซึ่งปกติอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการเลี้ยงปลาอยู่ที่ประมาณ 26-30 องศาเซลเซียส เมื่ออากาศร้อนจัด เกษตรกรต้องทำการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของปลา อย่างที่เขื่อนลำปาว เมื่อน้ำลด อากาศร้อนพาราไซต์และแบคทีเรียจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ออกซิเจนในกระชังต่ำลง จึงแนะให้ติดตั้งเครื่องตีน้ำเพื่อช่วยเติมอากาศในน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นการเพิ่มออกซิเจนในน้ำด้วย จึงทำให้เกษตรกรสามารถฝ่าวิกฤติได้

                             การลากกระชังไปสู่แหล่งน้ำลึก และติกตั้งเครื่องออกซิเจนในช่วงวิกฤติน้ำ ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยผู้เลี้ยงปลาในกระชังได้

 

 

-------------------------

(ลากกระชังปลา-ใช้เครื่องออกซิเจน วิธีเอาชนะธรรมชาติในเขื่อนลำปาว : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน)