ไลฟ์สไตล์

ทำมาหากิน : 'ฉลุลายไม้' งานศิลป์ทำมือ

ทำมาหากิน : 'ฉลุลายไม้' งานศิลป์ทำมือ

24 ก.ค. 2556

ทำมาหากิน : 'ฉลุลายไม้' งานศิลป์ทำมือ ต่อลมหายใจชุมชน 'พร่อน' : โดย...ธานี กุลแพทย์

 

                           ท่ามกลางความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นอกจากกระทบต่อวิถีชาวบ้านอย่างหนักแล้ว ภาวะเศรษฐกิจถิ่นนี้ยังตกอยู่ในสภาพติดหล่มไปกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง หลายหน่วยงานพยายามช่วยเหลือหวังกระตุ้นความคึกคัก ดังโครงการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อสัมมาชีพตำบลพร่อน อ.เมือง จ.ยะลา โดยการสนับสนุนของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ที่ผลักดันให้เกิดการสร้างอาชีพ ฉลุลายไม้ สู่สินค้าจำหน่ายทั้งในและส่งออกประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย เป็นต้น

                           นายมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ยะลา เล่าถึงที่มาของโครงการว่า ดำเนินการโดยกองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม อบจ.ยะลา เพื่อเปิดโอกาสให้คนในท้องถิ่นเข้าร่วมและเสนอโครงการพัฒนาประชากรวัยแรงงาน ซึ่งเน้นการเพิ่มทักษะในการประกอบอาชีพ

                           โดยมีชุมชนที่ได้รับทุนจาก สสค.4 พื้นที่ คือเทศบาลเมืองสะเตงนอก เสนอโครงการฟาร์มเกษตรตัวอย่างครบวงจรอบต.บาลอ เสนอโครงการส่งเสริมการเรียนรู้และเพิ่มทักษะการประกอบอาชีพการเลี้ยงโคขุน อบต.พร่อน เสนอโครงการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อสัมมาชีพ ต.พร่อน และอบต.ละแอ เสนอโครงการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอาชีพช่างชุมชน

                           "โครงการสัมมาชีพฉลุลายไม้ ต.พร่อน ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะหลังประชาชน เยาวชน ในพื้นที่ผ่านการอบรมเรียนรู้ทักษะแล้ว สามารถยืนหยัดให้เกิดการสร้างรายได้เลี้ยงตัวเอง จนทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน" นายก อบจ.กล่าว

                           ด้านนายณรงค์ ชูเพชร ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบจ.ยะลา บอกว่า โครงการสัมมาชีพ ต.พร่อน สามารถดึงเยาวชน คนหนุ่มสาวที่ว่างงานให้เข้าสู่ระบบการฝึกอาชีพ เพราะเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายเห็นคุณค่าของตนเองและนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาใช้ได้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสิ่งนี้ช่วยให้คนในพื้นที่ไม่ถูกชักจูงไปทำในสิ่งที่ผิด หรือเข้าสู่วังวนปัญหาความรุนแรง อันนำมาซึ่งการสร้างกลุ่มอาชีพที่เข้มแข็งของตำบลนี้

                           นายณรงค์บอกด้วยว่า โครงการนี้ได้ส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายได้พัฒนาทักษะในการทำงาน และพัฒนาผลงานได้ตรงตามความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ตามความต้องการของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง เพราะกลุ่มเป้าหมายมีพื้นฐานวิชาด้านการช่าง ดังนั้นเมื่อมีการเข้าส่งเสริมและสนับสนุนตรงกับความต้องการยิ่งช่วยให้เกิดกระบวนการพัฒนาทั้งในตัวเองและท้องถิ่นอย่างรวดเร็ว

                           “การมีองค์ความรู้ผนวกกับเครื่องมือที่ทันสมัยเช่นเครื่องเลื่อยฉลุ เครื่องไสไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งมีราคาสูง อุปกรณ์พวกนี้ที่ผ่านมาคนในชุมชนแทบไม่เคยได้จับหรือสัมผัส แต่เมื่อมีการนำมาสอนและให้ความรู้และมีโอกาส ทำให้ทุกคนเสมือนได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ในการสร้างชีวิตจากการทำงานฉลุไม้เพื่อสร้างรายได้” นายณรงค์ บอก

                           ปัจจุบันนี้ได้มีการตั้งกลุ่มฉลุลายไม้เพื่อส่งออกจากจำหน่ายหลายกลุ่มในพื้นที่ ต.พร่อน ซึ่งล้วนมาจากจุดเริ่มต้นโครงการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อสัมมาชีพ ต.พร่อน ทั้งสิ้น โดยมีตลาดรองรับทั้งใน จ.ยะลา จังหวัดอื่นทั่วภาคใต้ และยังมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศมาเลเซียอีกด้วย

                           “ลวดลายมีการต่อยอดจากการอบรมจากวิชาความรู้ที่ สสค.เข้าไปสนับสนุน จึงเหมือนการให้งานให้ชีวิตกับคนในพื้นที่ เพราะท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกติ การมีรายได้เลี้ยงชีพเพื่อรอสันติภาพกลับคืน ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ชนิดที่หาไม่ได้ง่ายๆ เลยในพื้นที่ ณ เวลานี้” นายณรงค์ กล่าวปิดท้าย

 

 

-------------------------

(ทำมาหากิน : 'ฉลุลายไม้' งานศิลป์ทำมือ ต่อลมหายใจชุมชน 'พร่อน' : โดย...ธานี กุลแพทย์)