
'ยุพิน'อดีตทีมชาติควัก2ล้านไถ่โค-กระบือ
'ยุพิน โลหะชาติ' อดีตนักวิ่งมาราธอนทีมชาติไทย ควัก 2 ล้านไถ่ชีวิตโค-กระบือจากโรงเชือดนำมาเลี้ยงไว้แจก หวังทำบุญเข้าพรรษาอุทิศบุญกุศลให้สามีชาวอังกฤษ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 ก.ค.2556 ที่บ้านพัก "บ้านใหม่ชาติสมบูรณ์" เขต ต.กุดปลาดุก อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ที่มีนางยุพิน โลหะชาติ อายุ 62 ปี อดีตนักวิ่งมาราธอนทีมชาติไทย ปี 2517 เป็นเจ้าของ มีชาวบ้านและนายฮ้อยพ่อค้าขายวัวขายควาย ในท้องถิ่นทยอยบรรทุกวัว-ควายใส่รถยนต์มาส่งหลายเที่ยว โดยมีนางยุพินที่อยู่ในชุดชาวสวนคอยกำกับแม่ควายลูกควายให้กินหญ้าบนที่ดินเนื้อที่กว่า 200 ไร่ติดกับบ้านพักด้านหลัง
นางยุพิน กล่าวว่า หลังจากพ่ายแพ้เลือกตั้งนายก อบจ.อำนาจเจริญ ก็ไม่ได้หลบหนีหายหน้าไปไหน ยังอยู่ในพื้นที่ตลอด ส่วนมากจะเข้าวัดทำบุญทำทานตามปกติ เขามีงานที่ไหนใครเชิญมาก็จะไป แต่เนื่องจากเทศกาลเข้าพรรษาปีนี้ ลูกชายสองคนที่เป็นชาวอังกฤษและพักทำธุรกิจอยู่ในกรุงเทพฯ ได้โทรศัพท์บอกแม่ว่าอยากทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่พ่อคือนายฟรานซิส แมคแคนแนล ที่เสียชีวิตไปเมื่อปี ค.ศ. 2003 แต่อยากให้ทำบุญด้วยการแจกวัวแจกควายสำหรับชาวนาไปเลี้ยงจะได้หรือไม่ จึงตอบตกลงไปและได้ติดต่อนายอ้อยให้นำวัวควายมาส่งให้
นางยุพิน กล่าวว่า ครอบครัวมีฐานะมั่นคงสามีทิ้งมรดกไว้มากไม่เดือดร้อน เมื่อลูกบอกจึงออกหาซื้อวัวควายไปตามตลาดนัดโคกระบือใกล้บ้าน แต่มีน้อยไม่เพียงพอส่วนมากมีชาวเวียดนามมาจองซื้อกันไปหมด จึงเข้าไปขอซื้อจากโรงฆ่าสัตว์ที่รอเชือด แม้ราคาจะแพงกว่าเท่าตัวก็ต้องซื้อ ตอนนี้ได้วัว 14 ตัวส่วนควายหรือกระบือได้เพียง 27 ตัวเท่านั้น
"เมื่อประกาศไปว่าต้องการวัว ควายจำนวนมากมาเลี้ยง โดยเฉพาะถ้าเห็นมีรถบรรทุกวัวควายขับผ่านมาเห็นก็จะขอซื้อทั้งหมด แบบทำบุญยกรถได้มีพ่อค้าหลายคนในท้องถิ่นติดต่อจะขอส่งให้จำนวนมาก รวมถึงกระบือเผือก ควายเผือกหรือโคสีชมพูอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งลูกชายต้องการมาก ตอนนี้ได้ชำระค่าวัวและควายรวมเงินทั้งหมดไปแล้วกว่า 2 ล้านบาท และถ้ามีใครติดต่อมาอีก โดยเฉพาะวัว ควายจากโรงเชือดจะรับซื้อไม่อั้น ขอทำบุญตามใจลูก "อดีตนักกรีฑาเศรษฐินีใจบุญกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางยุพินลงมือเกี่ยวหญ้ามาเลี้ยงวัวควายที่ซื้อมาด้วยตนเองอย่างตั้งใจโดยเจ้าตัวบอกว่าจะซื้อเพิ่มจำนวนไปเรื่อยๆจนหมดในเขตจังหวัด ถ้ายังไม่มีใครต้องการนำไปเลี้ยงต่อก็จะทำเป็นศูนย์อนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้ดูต่อไป
คนในโลกออนไลน์หอบเงินแสนไถ่กระบือ
เมื่อเวลา 13.00 น. ตัวแทนคนโลกออนไลน์ นำโดยนางสาวนางสาวณัฐยาน์ ทองลงยา อายุ 53 ปี และนางสาวกรรณนิกา องค์ภักดีกิจ อายุ 55 ปี ได้เดินทางไปพบนายเชาวลิต มะลิซ้อน อายุ 48 ปี พ่อค้าควายที่รับซื้อเจ้าเงิน และครอบครัวของเจ้าเงินมาเพื่อส่งขายโรงเชือดที่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 14 ตำบลปากกราน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อขอไถ่ชีวิตเจ้าเงินก่อนที่จะถูกส่งไปขายต่อให้โรงเชือด ซึ่งที่บ้านของนายเชาวลิต นอกจากจะมีเจ้าเงินแล้วยังมีควายชื่อบานเย็น ควายเพศเมีย อายุ 5 ปี เมียของเจ้าเงิน และควายเพศเมีย ชื่อขวัญข้าว อายุ 4 เดือน ซึ่งเป็นควายกำพร้า เนื่องจากนายเชาวลิต ได้ขายแม่ของขวัญข้าวเข้าโรงเชือดไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีควายอีก 6 ตัว เป็นเพศผู้ 3 ตัว และเพศเมีย 3 ตัว
บรรยากาศการไถ่ชีวิตเจ้าเงินเป็นไปด้วยความเคร่งเครียด เนื่องจากนายเชาวลิตตั้งราคาเจ้าเงินไว้ที่ 80,000 บาท โดยอ้างว่าซื้อมาจากเจ้าของเดิมในราคา 80,000 บาท แต่นางสาวนางสาวณัฐยาน์ต่อรองขอให้ลดราคา เพื่อเห็นว่า 80,000 บาทแพงเกินไป เพราะที่ทางมากลุ่มคนออนไลน์เคยไปไถ่ชีวิตควายเสียเงินประมาณ 20,000 - 30,000 บาทต่อตัว อย่างไรก็ตามสุดท้ายตกลงกันได้ โดยทางผู้ไถ่ชีวิตความขอไถ่ชีวิตควาย 3 ตัว ประกอบด้วยเจ้าเงิน นางบานเย็น และนางขวัญข้าว ซึ่งนายเชาวลิตคิดราคาควายทั้ง 3 ตัวในราคา 130,000 บาท จึงมีการต่อรองราคากัน สุดท้ายนายเชาวลิตขายให้ในราคา 125,000 บาท
นางสาวณัฐยาน์กล่าวว่าที่มาไถ่ชีวิตเจ้าเงิน นางบานเย็น และนางขวัญข้าวครั้งนี้ นอกจากเพื่อน ๆ ในโลกออนไลน์แล้ว ยังมีนางประทานพร ยอดปัญญา ประธานโครงการธรรมะใจใส ซึ่งเป็นภริยาของนายมนตรี ยอดปัญญา อดีตประธานศาลฎีกา ได้บอกสมาชิกกลุ่มธรรมะใจใสให้มาร่วมไถ่ชีวิตเจ้าเงินด้วย เพื่อไม่ให้เจ้าเงินถูกส่งเข้าโรงเชือด แต่เมื่อมาพบยังมีควายรอเข้าโรงเชือดอีกก็ต้องไถ่ชีวิตออกไป ซึ่งในครั้งนี้ไถ่ได้แค่ 3 ตัว เพราะจำกัดด้วยจำนวนเงิน ที่เหลืออีก 6 ตัวได้แจ้งให้นายเชาวลิตทราบว่าจะมาไถ่ ตนต้องไปรวบรวมเงินจากผู้ใจบุญก่อน
“ตอนแรกพวกเราตั้งใจมาไถ่ชีวิตเจ้าเงิน แต่เมื่อมาพบอีก 8 ตัว ก็ต้องไถ่ด้วย โดยเฉพาะที่เหลืออีก 6 ตัว เป็นควายท้อง 2 ตัว และควายเผือก 2 ตัว ซึ่งเงินไม่พอจะไถ่ ผู้ใจบุญจะร่วมบริจาคสามารถติดต่อได้ที่ประธานโครงการธรรมะใจใส โทร.08 - 1828 - 4719 หรือ 08 - 9205 - 1219”นางสาวณัฐยาน์ กล่าว
นางสาวกรรณนิกากล่าวอีกว่า เงินที่นำมาไถ่ชีวิตควายในครั้งนี้ได้มาจากเพื่อนสมาชิกในโลกออนไลน์ที่บอกต่อ ๆ และมีหลายคนถามว่าควายอะไร ทำไมถึงแพงจัง ตนจึงต้องมาต่อรองราคา และควาย 3 ตัว ราคา 125,000 บาท อยู่ในราคาที่สมเหตุสมผล และตนพึงพอใจ จึงได้ตกลงซื้อ และจะหาเงินมามาซื้อควายที่เหลืออีก 6 ตัวอีก
นายเชาวลิต กล่าวว่าที่เจ้าเงินมีราคาสูงถึง 80,000 บาท เพราะเป็นควายตัวผู้มีรูปร่างใหญ่โต ตนซื้อมาตามราคาเนื้อและซื้อมาเพื่อขายโรงเชือดชำแหละเนื้อ และที่ขายควายทั้ง 3 ตัวในราคา 125,000 บาท ตนไม่ได้กำไร แต่คิดว่าช่วย ๆ กันไป ส่วนควายที่เหลืออีก 6 ตัว ซึ่งเป็นควายเพศผู้ 3 ตัว เพศเมีย 3 ตัว ตนตั้งราคาไว้ที่ 200,000 บาทเศษ ซึ่งราคาสามารถตกลงกันได้



