
ชาวบ้านร่วมบุญ'เข้าพรรษา'คึกคัก!
รองผู้ว่าฯอุทัยธานี เป็นประธานจัดกิจกรรมตักบาตรทางน้ำ สืบสานประเพณีอันดีงาม ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา และวันอาสาฬหบูชา
21 ก.ค. 56 นายบุญถิ่น มั่งเกษวิทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นำพุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรมตักบาตรทางน้ำ แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 99 รูป จากวัดต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองอุทัยธานี ที่ลงเรือออกรับบิณฑบาต บริเวณแม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำสายหลักของอุทัยธานี ตั้งแต่ชุมชนชาวแพบ้านน้ำตก ถึงบริเวณลานสะแก ตลาดเทศบาลเมืองอุทัยธานี และหน้าวัดอุโปสถาราม พุทธสถานเก่าแก่ และเป็นโบราณสถานสำคัญของเมืองอุทัยธานี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา และวันอาสาฬหบูชา สืบสานประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชน ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับลำน้ำสะแกกรัง
ร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ 'ยะลา' คึกคักรับเข้าพรรษา
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่ร้านแต้ชุนกวง ถ.ณ นคร ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ต่างๆ ภายในเขตเทศบาลนครยะลา มีประชาชนชาวไทยพุทธทยอยเดินทางไปซื้อเทียนไข หลอดไฟ รวมทั้งชุดสังฆทานไทยธรรม เพื่อเตรียมไว้สำหรับนำไปถวายวัด เนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษากันอย่างคึกคัก
เจ้าของร้านแต้ชุนกวง เปิดเผยถึงราคาของเครื่องสังฆภัณฑ์ต่างๆ ว่าปีนี้ยังมีราคาคงเดิมไม่ปรับขึ้นแต่อย่างใด ประชาชนที่มาเลือกซื้อส่วนใหญ่ก็จะนิยมซื้อหลอดไฟ ส่วนเทียนนั้น จากเมื่อปีที่แล้วซื้อต้นใหญ่ ราคาตั้งแต่ 800 บาทขึ้นไป มาปีนี้ก็จะซื้อต้นเล็กลง ราคา 200 บาท เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ค่อยดีราคายางถูก โดย 2-3 วันที่ผ่านมาในช่วงเช้า จะมีคนมีเลือกซื้อกันเป็นจำนวนมาก เพราะว่าพอซื้อเสร็จก็จะนำไปทำบุญถวายพระที่วัดเลย แต่ถ้าเทียบกับปีที่แล้วจะคึกคักมากกว่า ปีที่แล้วขายดีกว่า และอีกอย่างอาจเป็นเพราะช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาปีนี้มีวันหยุดหลายวัน คนส่วนใหญ่จะออกไปต่างจังหวัดกันมากขึ้นก็เป็นได้
ส่วนบรรยากาศช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษา ที่วัดเวฬุวัน อ.เมือง จ.ยะลา ประชาชนชาวไทยพุทธในพื้นที่ใกล้เคียง นำบุตรหลานเดินทางไปร่วมทำบุญไหว้พระ เพื่อความเป็นสิริมงคล ในช่วงก่อนเทศกาลเข้าพรรษา โดยแต่ละครอบครัวก็จะนำต้นเทียน หลอดไฟ รวมทั้งชุดสังฆทานต่างๆ มาถวาย แด่พระราชปัญญามุณี เจ้าคณะจังหวัดยะลา เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารให้การดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนที่เดินทางมาร่วมทำบุญไหว้พระ ช่วงเทศกาลวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา อย่างเข้มงวด
ชาวอุบล ร่วมทำเทียนพรรษา 3 มิติ และต้นเทียนหอม
บรรยากาศประเพณีแห่เทียนพรรษาชาวคุ้มบ้านและคุ้มวัด ต่างได้มีการพัฒนาตกแต่งและปรับรูปแบบการนำเสนอต้นเทียนพรรษาเพื่อให้เกิดความแปลกใหม่ เช่นกัน เช่น ต้นเทียนพรรษาของ อบต.กุดลาด อำเภอเมืองอุบลราชธานี ที่ช่างทำเทียนได้ตั้งใจแกะสลักต้นเทียนพรรษา ให้ออกมาเป็นต้นเทียนพรรษาสามมิติ มีการออกแบบและจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ด้วยศิลปะงานประติมากรรมแบบนูนสูงกึ่งลอยตัว เพื่อให้เกิดแปลกใหม่ในทุกมุมมองของต้นเทียน เช่นมีภาพนูนลอยตัวของพระพุทธเจ้าที่ส่วนยอดของต้นเทียนพรรษา และลายกนกที่ลอยนูนออกมา ซึ่งหากมองในมุมทิศทางใด เส้นลายกนกก็จะบรรจบกันอย่างลงตัว
นายวัลลภ แววฉาย ช่างทำเทียน บอกว่าใช้ขี้ผึ้งเทียนสีรวม 4 สี ในการจัดทำเทียนพรรษา ใช้ชื่อว่าพระผู้มีชัยชนะอยู่เหนือพรหม ได้แก่สีเหลือง สีขาว สีส้มและสีแดง ผสมกันในสัดส่วนสีอ่อนหรือสีเข้มในการสร้างสรรค์งานต้นเทียนพรรษาให้มีความงดงาม ขณะที่ที่ต้นเทียนพรรษาที่ใหญ่ที่สุด จะเป็นสีแดงหมากสุกซ้อนกันหลายชั้น ที่ได้อธิบายเรื่องราวในพระพุทธศาสนา
"เป็นปีแรกที่ อบต.กุดลาด ได้ริเริ่มจัดทำเทียนพรรษาเพื่อเข้าร่วมในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี จึงรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านในชุมชนตั้งเป็นกลุ่มวิโมกศิลป์ ร่วมจัดทำเป็นต้นเทียนพรรษาสามมิติ จะมีการอัญเชิญหลวงพ่อเงิน 700 ปีขึ้นสู่รถเทียนพรรษาเพื่อประกาศความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาด้วย"
ด้าน น.ส.ชาลิดา พูลทรัพย์ จากคุ้มวัดเมืองเดช อำเภอเดชอุดม เล่าว่า แรงบันดาลใจที่ทำต้นเทียนพรรษาหอมขึ้นมา เพราะต้องการให้เทียนพรรษามีความแปลกแตกต่างจากที่เคยทำกันมา แต่เทียนที่ทำขึ้นมายังคงรักษาไว้ซึ่งความเป็นเทียนพรรษาของ จ.อุบลราชธานี เทียนที่ทำขึ้นเป็นเรื่องของพุทธบูชา มีความแตกต่างจากเทียนพรรษาแบบติดพิมพ์และแกะสลัก โดยเทียนพรรษาปีนี้ทำเป็นเทียนพรรษาหอม ซึ่งมีความประณีต สีสันสดใสหลากหลายสีสวยงาม ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ใช้งบประมาณกว่า 1 ล้านบาท รถเทียนพรรษามีความกว้าง ประมาณ 5 เมตร ความสูงต้นเทียนพรรษา 5.5 เมตร ใช้เทียนหอมรูปดอกไม้ ใบไม้ กว่า 1 ล้านชิ้นมาประดับตกแต่งขบวนเทียนแทนดอกไม้สด
โดยวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค.) ขบวนต้นเทียนพรรษาของชาวคุ้มวัดต่างๆ จะเคลื่อนย้ายนำไปแสดงไว้ที่ถนนสายเทียน รอบทุ่งศรีเมือง เพื่อให้ประชาชนนักท่องเที่ยว ได้ชื่นชมความงดงามของต้นเทียนพรรษา ทั้งประเภทแกะสลัก ประเภทติดพิมพ์และเทียนพรรษาโบราณ นอกจากนี้มีการแสดงขบวนแห่เทียนพรรษาประกอบการแสดงแสงสีเสียง ในวันที่ 23 ก.ค. จะมีขบวนแห่เทียนพรรษา โดยมีสาวงานประจำต้นเทียนและขบวนแห่ที่มีความสวยงามและอลังการในงาน 112 ปีย้อนรอย งานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี
กรุงเก่า - เรือน้อยใหญ่กว่า 300 ลำ ลอยลำแห่เทียนพรรษาฟื้นประเพณี
นายทวี นริศศิริกุล รองผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดงานแห่เทียนพรรษาทางน้ำ และงานกินกุ้งกินปลาตลาดบ้านแพน อ.เสนา จ.พระนคร ศรีอยุธยา โดยมีนายองอาจ วชิรพงษ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา นายนที บ่อสุวรรณ ปลัดจังหวัดฯ นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา และนายกิตติศักดิ์ ตรารุ่ง เรือง นายกเทศมนตรีเมืองเสนา ร่วมให้การต้อนรับ มีประชาชนมาร่วมกว่า 2 พันคน โดยการจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นที่หน้าที่ว่าการอำเภอเสนา ซึ่งเป็นบริเวณริมแม่น้ำตลาดบ้านแพนเก่า
โดยหลังจากนางสมทรง เป็นประธานปล่อยขบวนเรือกว่า 300 ลำออกมาจากหน้าวัดโคกเสือ ต.บ้านแพน อ.เสนา ลอยมาตามลำน้ำ ระยะทางกว่า 2 กม. จนถึงหน้าอำเภอ สร้างความตื่นตาตื่นใจกับประชาชนที่มาร่วมงาน โดยลำแม่น้ำน้อยเต็มไปด้วยขบวนเรือที่มีการตกแต่งอย่างสวยงาม รวมกว่า 14 ขบวน มีประชาชนร่วมในขบวนมากกว่า 600 คน ซึ่งหลังจากนั้นก็จะนำเทียนแยกย้ายไปถวายตามวัดต่างๆ ส่วนในเวลาค่ำก็จะมีงานตลาดบ้านแพนย้อนยุคกินกุ้งกินปลา โดยมีร้านค้าและจำลองบรรยากาศตลลาดบ้านแพนโบราณ มีการจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน และนิทรรศการภาพถ่าย โดยมีงานไปจนถึงวันที่ 23 ก.ค.
นายเรวัตร ประสงค์ นอภ.เสนา เปิดเผยว่าตนต้องการที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยว และให้ตลาดบ้านพน ตลาดเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 70 ปีได้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีก
นักท่องเที่ยวต่างชาติร่วมสักการะบูชาหลวงพ่อทวด
บรรยากาศในช่วงเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ที่ จ.สงขลา นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ ได้ร่วมกันสักการะองค์พระบูชาหลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งเป็นองค์พระที่ประชาชนมีความเลื่อมใสศรัทธา ทั้งพุทธศาสนิกชนชาวไทย ชาวมาเลเซียและชาวสิงคโปร์ ที่ทางมูลนิธิสวนประวัติศาสตร์ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จัดขบวนอัญเชิญมาให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมกันสักการะบูชาที่บริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ย่านเศรษฐกิจการค้ากลางเมืองหาดใหญ่และร่วมทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว นอกจากนี้วัดหลายแห่งในพื้นที่อำเภอรอบนอก เช่น วัดยางทอง อ.สะเดา ยังได้จัดขบวนแห่เทียนพรรษาเพื่อให้นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนได้ร่วมทำบุญเนื่องในช่วงเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา
ระนอง - กำหนดให้พระภิกษุพม่าจำพรรษาได้เพียง 4 วัด
พระระณังคมุณี เจ้าคณะจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ทางคณะสงฆ์จังหวัดระนอง ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดระนอง , เจ้าหน้าที่ทหาร , เจ้าหน้าที่ ตม. , เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ได้ร่วมประชุมเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับกรณีของพระภิกษุสงฆ์จากประเทศพม่า ที่เดินทางข้ามฟากเข้ามาอยู่ในวัดต่างๆ ในจังหวัดระนองหลายวัด รวมถึงสำนักสงฆ์ โดยเฉพาะในช่วงเข้าพรรษาที่คาดว่าจะมีพระภิกษุสงฆ์จากพม่าเดินทางเข้ามาจำพรรษาในวัดระนองเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่เพียง 7 รูป ซึ่งทุกฝ่ายมีความเห็นสอดคล้องกันว่าควรที่จะมีการกำหนดวัดที่พระภิกษุสงฆ์จากพม่าอยู่อาศัยจำวัดได้เพียง 4 วัด รวมทั้งให้มีการขึ้นทะเบียนเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ โดยวัดที่กำหนดให้จำวัดได้ประกอบด้วยวัดสุวรรณคีรีวิหาร พระอารามหลวง , วัดวารีบรรพต , วัดอุปนันทาราม และวัดบ้านหงาว ส่วนวัดอื่นๆ รวมทั้งสำนักสงฆ์ไม่อนุญาตให้จำวัด แต่หากจะเดินทางไปทำกิจธุระเช้าไปเย็นกลับสามารถทำได้
ด้าน นายสุชีพ พัฒน์ทอง ประธานเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ชาวบ้านซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ จ.ระนอง ต้องการให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบวัดป่าที่ตั้งขึ้นโดยพระภิกษุพม่ากว่า 20 แห่งในพื้นที่ จ.ระนอง ว่าเป็นการดำเนินการถูกต้องหรือไม่ หลังจากที่พบว่ามีการปล่อยปละละเลยให้วัดป่าเหล่านี้เข้ามาตั้งเป็นจำนวนมาก และดำเนินการหาเงินก่อสร้างจนบางแห่งใหญ่กว่าวัดไทยในระนอง และหลายครั้งที่พบว่ากลายเป็นจุดพักพิงแรงงานต่างด้าวเพื่อหลบหนีเข้าเมืองรอเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ของไทย โดยมีพุทธศาสนิกชนซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวชาวพม่าคอยเป็นผู้อุปถัมป์ รวมถึงพุทธศาสนิกชนจากประเทศเพื่อนบ้านที่เดินทางเข้ามาทำบุญเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในส่วนของวัดไทยที่ตั้งอยู่ใน จ.ระนอง ก็มีการดำเนินกิจกรรมทางศาสนาโดยชาวพม่าในการระดมทุนก่อสร้างสิ่งของต่างๆ อาทิ เจย์ดี , พระพุทธรูป ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรที่จะเข้าไปตรวจสอบการใช้เงินด้วยว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่



