ไลฟ์สไตล์

เปิดวิสัยทัศน์ : 'ปิยธิดา พลน้ำเที่ยง'

เปิดวิสัยทัศน์ : 'ปิยธิดา พลน้ำเที่ยง'

22 ก.ค. 2556

เปิดวิสัยทัศน์ : 'ปิยธิดา พลน้ำเที่ยง' ให้คำมั่น 'ครูเอกชน' ต้องดีขึ้น : กมลทิพย์ ใบเงิน ... รายงาน

 

                               สาวสวยใบหน้าอวบอิ่ม เปื้อนรอยยิ้มอยู่เสมอๆ ใครจะคาดคิดว่า สาวเก่ง ทั้งแกร่ง คนนี้ "ปิยธิดา พลน้ำเที่ยง" ด้วยวัย 37 ปี จะสามารถฝ่าด่านอรหันต์เข้ามานั่งในตำแหน่งใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการได้ ในฐานะ "คณะกรรมการ สกสค." ยุค "สมศักดิ์ ตาไชย" เป็นเลขาธิการ สกสค. เพราะรับ "ไม้ผลัด" ต่อจาก "อดีตเลขาฯ เกษม กลั่นยิ่ง" ผู้ลือลั่นและมากด้วยบารมี

 

                               ว่ากันว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ สกสค. บริหารงานในรูปแบบของ คณะกรรมการ หรือ "บอร์ด" มีบอร์ดทั้งหมด 23 คน โดยมาจากการเลือกตั้ง 12 คน แยกเป็นจากผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพครูสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 8 คน, ผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพครู สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)1 คน, ผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพครู สังกัด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 2 คน, ผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพครู สังกัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 1 คน

                               คณะกรรมการ สกสค.ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอีก 3 คน, ผู้บริหารระดับสูงจาก 5 องค์กรหลักอีก 5 คน เป็นคณะกรรมการสกสค.โดยตำแหน่ง, เลขาธิการคุรุสภา เป็นคณะกรรมการ สกสค.โดยตำแหน่ง มีเลขาธิการ สกสค. ทำหน้าที่เลขานุการบอร์ด สกสค.โดยตำแหน่ง และมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานคณะกรรมการ สกสค.

                               บอร์ดทั้ง 23 คน มีอยู่ในตำแหน่ง 4 ปี ได้ 2 วาระ รวม 8 ปี มีบทบาทสำคัญยิ่งยวดในการกำหนดนโยบาย บทบาท หน้าที่ เพื่อดูแลด้าน "สวัสดิการ และสวัสดิภาพ" ของครูและบุคลากรทางการศึกษา เปรียบคล้ายเป็น "คณะรัฐมนตรีของครู" หรือ ครม.ของครู ทั่วประเทศ จะแตกต่างกันก็ตรงที่ภารกิจหน้าที่ครอบคลุมผู้ประกอบวิชาชีพครูตั้งแต่เป็นครูจวบจนกระทั่งเกษียณ

 

                               ว่ากันว่า "บอร์ด สกสค." แต่ละคนจะมีภารกิจในการลงพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาค เพื่อรับรู้ รับทราบ ข้อร้องเรียนของผู้ประกอบวิชาชีพครู จากนั้นก็นำเข้าสู่ที่ประชุม "ครม.ครู" เพื่อหาทางแก้ไขต่อไป หรือเรียกได้ว่านี่คือที่พึ่งของครูในทุกมิติ ทุกเรื่องราวที่เดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้นการจะก้าวสู่เก้าอี้ "บอร์ดสกสค." จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก และยิ่งเป็น "ผู้หญิง" เส้นทางสายนี้แทบจะถูก "ปิดตาย" ยกเว้น "ปิยธิดา พลน้ำเที่ยง" บอร์ด สกสค.ป้ายแดง ผู้หญิงคนเดียวในบอร์ด สกสค.ที่มาจากการเลือกตั้ง

                               "ผู้ใหญ่ 2 ท่าน ทั้งบอร์ด ผดุง  สุริยะ และบอร์ดสุวัฒน์ บุญญานุสนธ์ เป็นคนชักชวนให้มาทำงานในฐานะเป็นผู้แทนครูเอกชน เป็นปากเป็นเสียงให้กับครูเอกชน ก็เริ่มสนใจเพราะช่วงชีวิตนั้นผ่านประสบการณ์เป็นผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลปิยะธิดา ที่ อ.พังโคน จ.สกลนคร มาแล้ว 15 ปี เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจพ่อแม่ผู้ปกครองส่งลูกหลานมาเรียนจำนวนมาก  แต่การตัดสินใจครั้งนั้นปิดเป็นความลับไม่บอกคุณแม่ (อาจารย์ทัศณีย์ แสนจันทร์ ผู้รับใบอนุญาตกลุ่มวิทยาลัยเทคโนโลยีเอ็น-เทคอินเตอร์เนชั่นแนล ) อีกทั้งมีเวลาหาเสียงไม่นาน ในที่สุดก็ได้รับเลือกเป็นตัวแทนครูเอกชนทั่วประเทศ 144,000 คน จาก 4,225 โรงเรียน บอกได้คำเดียวว่า ดีใจมากๆๆๆ" 

                               17  สิงหาคม 2556 นี้จะครบ 1 ปี ในฐานะ "บอร์ด สกสค." ณ วันนี้ "ปิยธิดา พลน้ำเที่ยง" ได้สร้างสีสันให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมบอร์ด สกสค.ด้วยความรู้ ความสามารถ ในฐานะนักบริหารรุ่นใหม่ ไฟแรง แถมอัธยาศัยน่ารักของสาวอีสานคนนี้ ทำให้เธอได้รับความไว้วางใจจากบอร์ด สกสค.ให้ได้มีโอกาสได้เรียนรู้งานใหม่ๆ อยู่เสมอๆ

                               "ท่านปลัดพนิตา เลขาฯ สมศักดิ์ ตาไชย อดีตเลขาฯ เกษม และบอร์ดคนอื่นๆ ใน สกสค.ให้ความเมตตา ให้วิชา เป็นครูที่ดีในฐานะน้องใหม่ที่อายุน้อยที่สุด ได้เรียนรู้อะไรมากมาย แต่นกไม่ลืมเพื่อนครูเอกชนที่ยังไม่ได้รับการดูแล เรื่องค่าตอบแทน ครูเอกชนยังได้รับเงินเดือนเพียง 13,300 บาท ขณะที่ครูโรงเรียนรัฐบาลวุฒิปริญญาตรีได้รับเงินเดือน 15,000 บาท เงินออมครูเอกชนก็ไม่มี เรื่องที่ท้าทายมาก ในช่วงเวลา 4 ปีนี้ นกจะพยายามผลักดันเพื่อให้ครูเอกชนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเป็นธรรม ขณะเดียวกันมีความมุ่งมั่นจะทำลายกำแพงความไม่มั่นคงในวิชาชีพครูเอกชนให้หมดสิ้นไปด้วย"

                               ย้อนรอย "ปิยธิดา พลน้ำเที่ยง" ผู้บริหารมากอารมณ์ขัน แต่เปี่ยมด้วยความสามารถคนนี้ ไม่ธรรมดาเธอพกดีกรีปริญญาตรีด้านบัญชีจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่ชีวิตผกผันต้องมาดูแลโรงเรียนอนุบาลปิยะดา ทั้งที่ไม่รู้เรื่องการศึกษาเลยสักนิด แต่ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น เธอได้ไปเรียนปริญญาตรีเอกปฐมวัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร (มรภ.สกลนคร) และเรียนต่อปริญญาโท ด้านบริการการศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.)

                               "มรภ.สกลนคร ทำให้นกเปลี่ยนมุมมองราชภัฏใหม่ทั้งหมดเลย ที่นี่อาจารย์สอนหนังสือลูกศิษย์ด้วยความเสียสละ ทุ่มเท คุมเข้ม หวังจะให้ลูกศิษย์เก่งอยากจะบอกว่ารักและภูมิใจมากที่เรียนจบราชภัฏ หากนกไม่ได้เรียนที่ราชภัฏแห่งนี้ คงไม่สามารถสร้างครอบครัวปิยะธิดาให้มีความรัก ความผูกพันกันทั้งครูและลูกศิษย์เช่นปัจจุบันนี้" บอร์ดนก หรือ ผอ.ร.ร.ปิยะธิดา กล่าวทิ้งท้าย

                               ก้าวต่อไปของ "ปิยธิดา พลน้ำเที่ยง" จะถึงฝั่งฝันที่เธอหวังหรือไม่ แต่เชื่อว่าครูเอกชน 144,000 ชีวิต และคนไทยทั่วประเทศจะเป็นกำลังใจให้แก่เธอๆ ผู้ยกย่องเชิดชูวิชาชีพ "ครู" ควรบูชา

 

 

----------------------------

(เปิดวิสัยทัศน์ : 'ปิยธิดา พลน้ำเที่ยง' ให้คำมั่น 'ครูเอกชน' ต้องดีขึ้น : กมลทิพย์ ใบเงิน ... รายงาน)