ไลฟ์สไตล์

สิ่งเล็กๆที่ทำให้นักศึกษาก้าวไปสู่เวทีระดับชาติ

สิ่งเล็กๆที่ทำให้นักศึกษาก้าวไปสู่เวทีระดับชาติ

20 ก.ค. 2556

สิ่งเล็กๆที่ทำให้นักศึกษาก้าวไปสู่เวทีระดับชาติ : ฝ่ายประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชรายงาน

              นักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ได้รับรางวัลในการนำเสนอแผนธุรกิจ ซึ่งเป็นการจัดตั้งบริษัทจำลอง (True Dummy Company)  หากแต่รางวัลที่จะได้รับจากการแข่งขันนั้นเป็นสิ่งที่มากด้วยคุณค่า คือ นักศึกษาได้ไปแลกเปลี่ยนความรู้กับหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัย หรือเรียกได้ว่าได้เข้าไปทดลองกับตลาดแรงงานแบบของจริง

              ในการนำเสนอแผนธุรกิจของสาขาวิชาการตลาดนั้นเป็นการนำนักศึกษาทุกชั้นปีมาทำงานร่วมกัน   โดยในครั้งนี้สาขาวิชาการตลาดได้นำนักศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 จนถึงชั้นปีที่ 4 ไปร่วมกันดำเนินการจัดทำแผนธุรกิจ  ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ทีมงานมหาชัยสารมีความสนใจถึงที่มาและที่ไปของการรวมกลุ่มของนักศึกษากลุ่มนี้ เนื่องจากโดยปกติหากเราสังเกตให้ดีทุกครั้งที่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยได้รับรางวัลในแต่ละครั้ง จะเป็นการได้รับรางวัลแบบทำงานคนเดียว หรือทำงานเป็นกลุ่มก็จะต้องเป็นชั้นปีเดียวกัน ห้องเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ 

              หากแต่ในครั้งหลัง ๆ  ที่ผ่านมา จะเป็นการได้รับรางวัลแบบลูกผสม ก็คืออาจจะเป็นการเข้าร่วมทีมกันแบบ 2 คณะ หรือหลาย ๆ ชั้นปีมาร่วมตัว  จึงทำให้ทีมงานสนใจถึงการร่วมตัวกันว่าอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ หรืออาจารย์ผู้ดูแลมีวิธีการอย่างไรให้นักศึกษาทุกชั้นปี หรือต่างคณะกันมาร่วมตัวกัน  จึงเข้าไปสัมภาษณ์จากอาจารย์ที่ดูแลนักศึกษานั้นก็คือ อาจารย์นัตติกานต์ สมนึก  และอาจารย์เมธาวัตร  ภูธรภักดี และยังมีอาจารย์ท่านอื่น ๆ ที่ช่วยกันดูแลในเรื่องราวต่าง ๆ  อีกจำนวน 2 ท่าน คือ ดร.ศณัทชา ธีระชุนห์  และอาจารย์ปาริฉัตร ศรีหะรัญ  ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นอาจารย์ที่ประจำอยู่ในสาขาวิชาการตลาด ที่ปัจจุบันนี้นักศึกษาของสาขาวิชานี้มีจำนวนสามร้อยกว่าคน

              จะเห็นได้ว่าอาจารย์ทั้ง 4 ท่าน จะต้องรับบทบาทที่ค่อนข้างหนักกับจำนวนนักศึกษาของสาขาวิชาการตลาด  หากไม่เป็นอย่างที่คิดเพราะจากการไปสัมภาษณ์พบว่า อาจารย์ทั้ง 4 ท่าน มีที่ท่าว่าไม่เหนื่อยเลยสักนิดดูเป็นกันเองกับนักศึกษาของสาขาวิชาการตลาดทุกคน เพราะสังเกตจากเวลาพูดคุยกับนักศึกษาในสาขาวิชาของตนเองแล้วจะพบว่า อาจารย์จะให้ความสำคัญกับเรื่องที่จะให้นักศึกษาทุกคนได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ  ที่ทีมงานหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในขณะที่สัมภาษณ์  อาจารย์นัตติกานต์  จะเป็นผู้เสริมความคิดเข้าไป ร่วมกับอาจารย์เมธาวัตร  ซึ่งดูทุกคนสนุกสนานมากกับการแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนการสอน เรื่องการอยู่ร่วมกันในสังคมของสาขาวิชาการตลาด         
        
               เนื่องจากทีมงานได้หยิบยกประเด็นเรื่องในการทำงานเป็นทีมในการชนะการประกวดบริษัทจำลองที่  ผ่านมา อาจารย์นัตติกานต์ เป็นผู้บอกเล่าด้วยหน้าตายิ้มแย้ม แจ่มใสว่า  นักศึกษาทุกคนทุ่มเทกำลังกาย ตั้งใจทำงานกันแทบทุกคน  เพราะการรวมกลุ่มนี้จะต้องใช้คนถึง 27 คน ที่จะเข้ามาจำลองในการทำงานเป็น 1 บริษัท  ส่วนนักศึกษาคนอื่น ๆ  ที่เหลืออยู่ก็จะให้กำลังใจแก่คนกลุ่มนี้  จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการทำงาน  หากครั้งใดที่อาจารย์ในหลักสูตรทุกท่านมีความเห็นว่าเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์ดูจะหนักและรุนแรง ที่สำคัญหากมีผลเสียต่อกลุ่มคนทำงานส่วนใหญ่  อาจารย์ทุกท่านในหลักสูตรก็จะจัดเวทีในห้องประชุมของหลักสูตรเพื่อให้

              นักศึกษากลุ่มผู้วิจารณ์กับนักศึกษากลุ่มผู้ถูกวิจารณ์มาเปิดอกคุยกัน แล้วเรื่องทุกเรื่องที่ค้างคาใจจะเคลียร์ให้ หมดไปในวันนั้น  แล้วอาจารย์นัตติกานต์ผู้เปิดเวทีก็จะให้ทุกคนจับมือกัน  

              พร้อมด้วยจะให้กำลังใจแก่ทุกฝ่าย และให้คำขวัญประจำใจแก่นักศึกษาทุกคนว่า “คิดบวก”  อาจารย์  นัตติกานต์  เล่าอีกว่าในการทำเช่นนี้เพราะเนื่องจากในยุคปัจจุบันนี้ที่เกิดความขัดแย้งกันในที่ทำงาน หรือสังคมนั้นก็เกิดจากการที่เราไม่พูดคุยกันแบบเปิดอก จึงทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวมากขึ้น  อาจารย์ในสาขาวิชาการตลาดทุกท่านตระหนักถึงสิ่งนี้ดี จึงมีการตกลงกันเป็นการภายในหลักสูตรว่าหากมีเรื่องผิดใจกัน ก็จะให้จัดที่ประชุมเพื่อนำปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ไปแก้ไขพร้อมด้วยการเคลียร์ปัญหาทุกอย่างที่ค้างคาใจกัน 

              ทำเช่นนี้ก็จะทำให้ทุกฝ่ายมีความสุข เรียนหรือทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข  และอาจารย์ทุกท่านในสาขาวิชาการตลาดนั้นพร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาให้กับนักศึกษาทุกคนในสาขาวิชาการตลาดทุกชั้นปี เนื่องจากอาจารย์ของสาขาวิชาการตลาดมีจำนวนน้อย  อาจารย์ทุกท่านที่อยู่ในสาขาวิชาก็จำเป็นจะต้องทำตัวเป็นที่ปรึกษา  หากนักศึกษาคนใดมีปัญหาก็สามารถเดินเข้ามาปรึกษากับอาจารย์ทุกท่านได้ในห้องหลักสูตร  อาจารย์ทุกท่านจะปฏิบัติตนให้เป็นเหมือนพ่อและเป็นแม่ของนักศึกษา  เพราะหากเรามีความเป็นกันเองอย่าทำให้นักศึกษามองว่าอาจารย์คืออาจารย์  เขาเป็นเพียงนักศึกษา  หากอาจารย์ทุกท่านปฏิบัติได้เช่นนี้นักศึกษาทุกคนก็พร้อมที่จะเดินเข้ามาขอคำปรึกษาทุกเรื่องกับอาจารย์

              นี้เป็นมุมมองของอาจารย์ในสาขาวิชาการตลาด ทีมงานอยากจะสะท้อนความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่ออาจารย์ โดยได้สัมภาษณ์กลุ่มผู้เข้าร่วมประกวดธุรกิจจำลอง คือ  นายธนากร  สงวนแสง  นางสาวรัชนีกร  ช่างน้ำ นางสาวจิรายุส  ภาครัตน์  นางสาวศรัญยา  หรับจัน  นางสาวณัฐธิดา สงไขย  นางสาวสิริพร  จันทุรส  นายอดิศร  สุขแทน  นายปิยวัฒน์  ญาโณภาสกุล และนายอรรถพงษ์  สุขใจ  ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้ได้ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอาจารย์ทุกคนในสาขาวิชาการตลาดมีความเป็นกันเอง และพร้อมที่จะให้คำปรึกษาในทุกเรื่อง หากเขาเหล่านั้นมีปัญหาก็สามารถเดินเข้ามาในห้องหลักสูตร อาคาร 20 และเมื่อพบอาจารย์ท่านใดก็ตรงปรี่เข้าไปปรึกษาได้เลย เพราะอาจารย์ทุกท่านพร้อมที่จะให้คำปรึกษากับพวกเราทุกคน  พวกเรารู้สึกรักในสาขาวิชาการตลาดและมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชมากเนื่องจากได้มอบอาจารย์ที่ดีมาให้พวกเรา
         
              การที่อาจารย์และนักศึกษาของสาขาวิชาการตลาดปฏิบัติเช่นนี้เรียกได้ว่าเป็นการอยู่อย่างเข้าอกเข้าใจกัน  ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันเป็นอย่างมาก จึงสรุปได้ว่าการที่นักศึกษาสาขาการตลาดของเราไปคว้ารางวัลมาได้อย่างไร เพราะไม่ใช่เพียงแต่จะแข่งขันกันเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น หากแต่จะต้องร่วมการแข่งขันในระดับภาคใต้ ซึ่งมีมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อีกมากที่มีศักยภาพพร้อมมากกว่ามหาวิทยาลัยของเรา แต่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชของเรามีสิ่งหนึ่งที่พูดได้ว่าทุกมหาวิทยาลัยแทบจะไม่มีสิ่งนี้ก็คือความเป็นกันเองของอาจารย์ทุกท่านในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ สิ่งเล็ก ๆ  สิ่งนี้แหละที่ทำให้นักศึกษาก้าวไปสู่เวทีระดับชาติได้

...............................

(หมายเหตุ : สิ่งเล็กๆที่ทำให้นักศึกษาก้าวไปสู่เวทีระดับชาติ : ฝ่ายประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชรายงาน)