
ไปแบบกรีนๆ ที่บ้านบางโรง
ไปแบบกรีนๆ ที่บ้านบางโรง : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...กิตตินันท์ รอดสุพรรณ [email protected]
เกาะภูเก็ตได้ชื่อว่าเป็นไขมุกอันดามัน สะท้อนภาพหาดทรายขาวกับน้ำทะเลใสกิ๊ก เป็นแม่เหล็กดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุนให้เดินทางมายังดินแดนแห่งนี้ จนผืนดินทุกตารางนิ้วที่อยู่ติดริมหาดนั้นถูกจับจองจดหมดสิ้น สีสันยามค่ำคืน และความหรูหราอันสะดวกสบายถูกแต่งเติมเข้าไป จนเดาไม่ถูกว่าสภาพครั้งก่อนที่ตึกสูงและรีสอร์ทเหล่านี้คืบคลานเข้ามาจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร กลับกันในอีกมุมของเกาะยังคงมีชุมชนที่ยังคงใช้ชีวิตอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกับธรรมชาติแบบเรียบง่าย
บ้านบางโรง ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของเกาะภูเก็ต เป็นพื้นที่ที่มีทั้งภูเขา ทะเล น้ำตก ขาดแต่เพียงหาดทรายขาวเนียน ที่นี่จึงยังไม่ใช่เป้าหมายหลักของกว้านซื้อที่ดินเพื่อทำเป็นที่พักรองรับนักท่องเที่ยว ที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย หยิบยกส่งเสริมให้การท่องเที่ยวเป็นตัวนำในการชักชวนให้ชาวต่างชาติเข้ามาใช้จ่ายในประเทศ
ชุมชนบ้านบางโรง เป็นชุมชนมุสลิมที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์สมัยเมืองถลาง เนื่องจากบ้านบางโรงมีสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสม เป็นชัยภูมิที่ดี ทำให้รอดพ้นจากการโจมตีของข้าศึกศัตรู เพราะฝั่งหนึ่งของเมืองถลางบางโรง เป็นฝั่งทะเลที่มีป่าชายเลนที่รกครึ้มซึ่งถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ทางด้านการทหาร และอีกฝั่งเป็นเทือกเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงยากที่ข้าศึกจะบุกเข้าโจมตี นอกจากนี้ยังเคยเป็นเส้นทางการค้าขายทางทะเลและเป็นเมืองท่าที่สำคัญ จนกระทั่งพม่ายกทัพมาตีในสมัยสงคราม 9 ทัพที่เมืองถลางแตก คิดว่าตีไม่แตกนะ
ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า สมัยเด็กๆ เคยเห็นแนวกำแพงเมืองเก่าอยู่ในหมู่บ้าน แต่ด้วยความที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ชาวบ้านจึงรื้อกำแพงเหล่านั้นทิ้งไป เพื่อใช้พื้นที่ทำประโยชน์สร้างบ้านเรือนและชุมชน ฟังแล้วก็ยังอดเสียดายแทน ที่ไม่เหลือหลักฐานสำคัญในการเชื่อมโยงอดีตให้เห็นอีกแล้ว
เราเริ่มสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนนี้ที่โครงการคืนชะนีสู่ป่า ภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว เสียงร้อง ผัว…ผัว…. ดังไปทั่ว จนสามารถคาดเดาได้ว่า ที่นี่คงมีชะนีที่ถูกเลี้ยงไว้จำนวนมาก ชะนีส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด เป็นชะนีที่เคยถูกเลี้ยงอยู่ตามบ้าน จึงจำเป็นที่จะต้องฟื้นฟูสภาพร่างกาย และสัญชาตญาณ เพื่อให้สามารถเอาตัวรอดได้ในธรรมชาติจริง
เดินเท้าต่อเข้ามาเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ก็จะพบกับ น้ำตกบางแป เป็นหนึ่งในน้ำตกเพียงไม่กี่แห่งของเกาะแห่งนี้ แม้จะเป็นน้ำตกไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีน้ำไหลเย็นตลอดทั้งปี จึงมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาตลอด สำหรับผู้ที่มีเวลามากพอ และชื่นชอบการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ สามารถใช้เส้นทางเดินไปสู่ น้ำตกโตนไทร ซึ่งอยู่อีกฝั่งของเขาพระแทว มีระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร
รอบๆ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว เป็นสวนยางและสวนผลไม้ของชาวบ้าน รถสองแถวของอบต. พาคณะเราย้อนกลับไปยังทางเข้าน้ำตกบางแปอีกครั้ง เพื่อไปเยี่ยม ไปชิม ไปลอง ผลไม้ของ สวนลุงเส็ม ถิ่นเกาะยาว ที่เปิดให้เข้าไปเลือกชิมผลไม้ได้ตามอำเภอใจ ไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีสวนผลไม้ที่เปิดกว้างในเมืองที่ค่าครองชีพสูงแบบภูเก็ตมาก่อน ในสวนนี้มีทั้งลองกอง มังคุด ทุเรียน นี่มันสวรรค์ของคนชอบผลไม้ชัดๆ ในช่วงนี้เป็นช่วงที่ทุเรียนกำลังให้ผลผลิตพอดี การเดินชมสวนจึงต้องระวังทุเรียนตกใส่หัวให้มากที่สุด เป็ดเทศสีขาวตัวโตกำลังเล่นน้ำอย่างสบายใจในลำธารเล็กๆ ในสวนผลไม้แห่งนี้ เป็นภาพที่น่าประทับใจสุด แพ้เพียงน้ำใจของคุณลุงที่บอกสั้นว่าไม่คิดอะไรกับผลไม้ที่ได้เก็บเด็ดชิม ที่ปลูกไว้ก็เพื่อให้ลูกหลานๆ ที่แวะเวียนมาเยี่ยมได้กินกันก็พอแล้ว
เส้นทางของถนนที่ลัดเลาะไปตามสวนยางบนภูเขาแห่งนี้ผ่านไปยังฟาร์มแพะ แต่วันนี้เจ้าของบ้านไม่อยู่ เพราะไปงานเกษตรจังหวัด ปล่อยให้ฝูงแพะมาต้อนรับผู้มาเยือนอยู่บนเรือนไม้ยกใต้ถุนสูง แพะหลากสายพันธุ์หลากหลายสี ทั้ง สีขาวนวล สีขาวพาดน้ำตาล ขนปุยตาโต เข้ามาทักทาย ยอมให้ถ่ายรูปโดยง่าย จนสงสัยว่า ทำไมต้องให้พวกที่รับบาปกลายเป็นสัตว์พวกนี้ แทนที่จะเป็นนักการเมืองที่ฉ้อฉล
ถึงเวลานี้ รู้สึกหิวมากมาย พ่อครัว แม่ครัว ของร้านอาหารครัวชุมชนบางโรง โชว์ฝีมือทำอาหารทะเล นานาชนิดทยอยเสิร์ฟออกมา เรียกว่ามากันครบ ทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา แต่ด้วยสมองถูกบังคับด้วยความหิวเลยไม่ได้เก็บภาพมายั่วยวนน้ำลาย ถ้ามีโอกาสจะไปเก็บภาพมาแก้ตัว
จากแพร้านอาหารริมน้ำ ทีมฝีพายซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการกับกลุ่มท่องเที่ยว ใช้ความชำนาญในการจ้ำพายราวกับจับช้อนกินข้าว พาเรือคยัคทวนกระแสน้ำเชี่ยวเข้าสู่คลองเล็กคลองน้อย สัมผัสสภาพป่าโกงกางที่ประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้ประจำถิ่น ทั้งต้นแสม ต้นตะบูน ต้นโกงกาง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เป็นดินเค็มน้ำท่วมถึงได้อย่างเป็นอย่างดี ปลาตีนตาโตกลมโปนขนาดน้องปลาดุกย่างที่กำลังเกาะอยู่ตามลำต้นของต้นไม้จ้องมองนักท่องเที่ยว ก่อนจะมุดน้ำหนีไปเมื่อเราเข้าใกล้เกินระยะปลอดภัยที่มันตั้งเกณฑ์เอาไว้ ปูแสมตัวดำๆ ที่เราคุ้นกันดีในจานส้มตำปูมีให้เห็นได้ง่ายๆ ที่นี่ ไม่นานเรือคยัคลำเดิมก็พานักเดินทางกลับมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที สมาชิกบางส่วนที่ตั้งใจจะหลับตารอ บอกว่ายังไม่ทันจะได้เอนหลัง
กิจกรรมที่ทางกลุ่มท่องเที่ยวภูมิใจนำเสนอคือ “ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จากภูผา ถึงทะเล” เป็นการล่องคลองบางโรง ชมป่าชายเลน ฝูงลิงแสมและปูก้ามดาบ ปลูกป่าโกงกาง ตกหมึกกับชาวบ้านยามค่ำคืน อร่อยกับอาหารทะเลสดๆ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมสำหรับคนชอบปั่น “สองล้อวัฒนธรรม” ขี่จักรยานชมธรรมชาติ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนระยะทาง 2 กม. ชมบ้านโบราณ กำแพงโบราณอายุ 100 ปี ป้ายจารึกประวัติศาสตร์ เมืองถลาง-บ้านบางโรง ชมฟาร์มแพะ และทดลองรีดนมแพะ แวะชมและชิมสับปะรดภูเก็ต
บทเรียนที่ชุมชนได้รับผลกระทบจากการตัดไม้โกงกางไปจนเสียสมดุล ทำให้สัตว์น้ำที่เคยมีอย่างอุดมสมบูรณ์หาได้ยากมากขึ้น จึงร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์และปลูกป่าเพิ่มเติม ทำให้วันนี้ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา เริ่มกลับมามีให้เห็นมากขึ้น และสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว เป็นอาชีพเสริมอีกทางหนึ่งด้วย
..............................................................
การเดินทางไปบ้านบางโรง ใช้เส้นทางออกจากตัวเมืองภูเก็ต มุ่งหน้าสนามบิน ไปตามทางหลวงหมายเลข 402 เมื่อถึงสี่แยกอนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีและท้าวศรีสุนทร ให้วนเลี้ยงขวาไปยังบ้านป่าคลอกตามทางหลวงหมายเลข 4027 ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เมื่อถึงทางแยกบ้านบางโรงให้เลี้ยวขวาตรงไปท่าเรือบางโรง ระยะทางประมาณ 700 เมตร ก็จะถึงศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์บ้านบางโรง สนใจติดต่อศูนย์ประสานงานฯ โทร.08-9645-3070 หรือ ททท.ภูเก็ต 0-7621-2213, 0-7621-1036
.........................................................
(ไปแบบกรีนๆ ที่บ้านบางโรง : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...กิตตินันท์ รอดสุพรรณ [email protected])



