ไลฟ์สไตล์

คนแก่นำ...ลูกหลานตาม จิตสำนึกที่ยั่งยืนแห่งป่า

คนแก่นำ...ลูกหลานตาม จิตสำนึกที่ยั่งยืนแห่งป่า

20 ก.ค. 2556

คนแก่นำ...ลูกหลานตาม จิตสำนึกที่ยั่งยืนแห่งป่า : โดย...ทิวาพร บาทสุวรรณ์

                  "พวกเราจะรักษาทรัพยากรที่เหลืออยู่น้อยให้คงอยู่ เราอยากให้ป่าเป็นเหมือนอดีต อยากให้ป่าเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ป่าเป็นห้องเรียน ป่าเป็นตู้เย็นธรรมชาติ มีทั้งผัก ผลไม้ให้เรากิน ป่าให้ชีวิตใหม่ให้แหล่งอาหาร ให้น้ำ และให้เงินเราใช้" เหล่านี้เป็นเสียงสะท้อนของกลุ่มละอ่อนฮักป่า

                 สุริโย สุโรพันธ์ (โย) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเชียงกลาง "ประชาพัฒนา" ประธานกลุ่มละอ่อนฮักป่า เล่าว่า ละอ่อนฮักป่า หรือเยาวชนคนรักษ์ป่า เกิดจาก "คนฮักป่า" รุ่นพ่อแม่ของบ้านหนองผุก รณรงค์และปลูกฝังจิตสำนึกการรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยชักนำเยาวชนมาร่วมกิจกรรมกับผู้ใหญ่อย่างสม่ำเสมอ จนเกิดความรักและหวงแหนป่าไม้ ทำให้เกิดกิจกรรมมากมายในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                 "ส่วนใหญ่กลุ่มละอ่อนฮักป่าจะร่วมทำกิจกรรมกับชุมชน ตั้งแต่การเฝ้าระวังการสูญเสียของป่าไม้ เช่น ไฟป่า การลักลอบตัดไม้ การบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อการเกษตร นอกจากนี้ยังมีการปลูกป่าพื้นที่สาธารณะ หรือปลูกป่าในวันสำคัญต่างๆ มีการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้เกิดความรักและหวงแหนป่า ไม่ว่าจะเป็น ป่าให้อาหาร ป่าให้ความรู้ ป่าให้ยารักษาโรค และป่าให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนดีขึ้น" สุริโย กล่าว

                 ปัจจุบันกลุ่มละอ่อนฮักป่ามีสมาชิกราว 50 คน ตั้งแต่อายุ 7-18 ปี สมาชิกในกลุ่มได้ร่างข้อตกลงในการอยู่ร่วมกัน ในเรื่องการมีวินัยในตัวเอง การตรงต่อเวลา ความสามัคคี การช่วยเหลือดูแลกันและกันในกลุ่ม พี่ดูแลน้อง ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ร่วมกันทำกิจกรรมอย่างอื่น ได้แก่ เก็บขยะในหมู่บ้านเพื่อนำมารีไซเคิล หรือ แยกจำหน่าย การศึกษาภาษาล้านนา เพื่อศึกษาตำรายาสมุนไพรต่างๆ จากปราชญ์ชาวบ้าน และการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพ โดยนำเศษวัชพืช หรือวัตถุดิบการเกษตรของชุมชนมาหมักทำปุ๋ยจำหน่าย และใช้ในชุมชน สร้างคนรุ่นใหม่มาสืบทอดเจตนารมณ์การดูแลรักษาป่าชุมชนต่อจากคนรุ่นปัจจุบัน เพื่อให้มั่นใจว่า ป่าจะได้รับการปกป้องดูแลรักษาต่อไปในอนาคต

                 ล่าสุด บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรมป่าไม้ จัดกิจกรรมค่ายเยาวชนกล้ายิ้มภาคเหนือ โครงการ "คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน" คัดเลือกตัวแทนจาก 10 จังหวัดภาคเหนือ คือ น่าน แพร่ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ พะเยา และเชียงราย อายุ 13-15 ปี จำนวน 80 คน เข้าร่วมโครงการเรียนรู้เกี่ยวกับป่าชุมชนและธรรมชาติ ที่ชุมชนบ้านหนองผุก ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น เช่น เรียนรู้วิถีชีวิตการอยู่กับป่าอย่างยั่งยืนของชุมชน เรียนรู้สู้โลกร้อน เยาวชนกล้ายิ้ม สร้างสวนสมุนไพร และอนาคตของป่าชุมชน

                 บุญทิวา  ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร กล่าวว่า ค่ายเยาวชนกล้ายิ้มมุ่งเน้นการสร้างกระบวนการคิดแบบบูรณาการ เกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมเยาวชนให้มีจิตสำนึกรักและห่วงใย สิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ มีความรู้ความเข้าใจในสถานการณ์ป่าไม้และพลังงานในปัจจุบัน เยาวชนมีการตอบรับที่ดี เห็นได้จากสิ่งที่เยาวชนนำเสนอในการระดมความคิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเยาวชนเริ่มซึมซับจิตสำนึกที่พยายามปลูกฝังผ่านกิจกรรมต่างๆ

                 ศราวุธ เศษทำ (ต่อ) อายุ 15 ปี ชาวจังหวัดลำพูน เยาวชนค่ายกล้ายิ้ม ภาคเหนือ กล่าวว่า ป่าเป็นสิ่งสำคัญ ป่าให้ชีวิตแก่เรา พวกเราจึงต้องรักษาป่าไว้ และค่ายนี้ทำให้ได้เรียนรู้การใช้สอยประโยชน์จากป่า เศษวัสดุสิ่งของจากธรรมชาติ มีสรรพคุณและประโยชน์ใช้สอยมากมาย นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้การดูแลรักษาป่า การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

                 "การอนุรักษ์ป่าอย่างง่าย แค่เริ่มต้นจากตัวเราเอง เพียงเราปรับเปลี่ยนนิสัย เช่น เราเคยทิ้งขยะไม่เป็นที่ ก็เปลี่ยนมาเป็นทิ้งขยะลงถัง ไม่เผาทำลายป่า ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดลดอ้ม เพราะนอกจากสิ่งแวดล้อมจะถูกทำลาย เรายังได้รับอันตรายด้วย และสุดท้ายพวกเราทุกคนต้องช่วยร่วมกันปลูกป่าทดแทนป่าที่ถูกทำรายไป การเริ่มต้นจากผู้ใหญ่และปลูกฝังเด็กๆ เย่าวชนเพื่อให้สานต่อ คือการดูแลรักษาป่าอย่างยั่งยืน" ศราวุธกล่าว

 ....................................................

(คนแก่นำ...ลูกหลานตาม จิตสำนึกที่ยั่งยืนแห่งป่า : โดย...ทิวาพร บาทสุวรรณ์ )