ไลฟ์สไตล์

เปิดแผนพัฒนา'ภาคเกษตรไทย'

เปิดแผนพัฒนา'ภาคเกษตรไทย'

22 ก.ค. 2556

เปิดแผนพัฒนา 'ภาคเกษตรไทย' ภายใต้ 'วิธีคิด-วิธีแก้' โดยเกษตรกร : สุรัตน์ อัตตะ ... รายงาน

 

                           ไม่มีใครปฏิเสธว่าการรวมพลังตัวแทนเกษตรกรกว่า 2,200 คนจากทั่วประเทศ เพื่อร่วมสัมมนาระดมความคิด “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สภาเกษตรกรแห่งชาติ สู่การปฏิบัติเพื่อการพัฒนาภาคเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน” ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆ นี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีนับจากนี้ไปปัญหาของ “เกษตรกรไทย” จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหันมาเหลียวมองอย่างจริงจังมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นต่อไปนี้ “เกษตรกร” ก็มีเวทีในการนำเสนอปัญหาของตัวเองจากเบื้องล่างสู่ข้างบน ภายใต้ชื่อ "สภาเกษตรกรแห่งชาติ" จากเดิมปัญหาของเกษตรจะถูกกลั่นกรองมาจากบนสู่ล่าง ทำให้ปัญหาต่างๆ ก็ถูกหมักหมมเพราะได้รับการแก้ไขไม่ถูกจุดและไม่ทันต่อสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น

                           ในเรื่องนี้ ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ในฐานะประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติคนแรก มองว่าการจัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาตินั้น มีเจตนารมณ์เพื่อการรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรโดยรวม ด้วยการสนับสนุนสิทธิการมีส่วนร่วมของเกษตรกร การรวมตัวกันเพื่อกำหนดนโยบายและการวางแผนพัฒนาเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบด้วยตนเอง เพื่อประโยชน์ในการรักษาเสถียรภาพด้านราคาและความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น จึงบัญญัติให้สภาเกษตรกรแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่สำคัญมากไว้ประการหนึ่ง คือ การจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐต่างๆ นำไปปฏิบัติในการพัฒนาเกษตรกรรม

                           "การจัดทำแผนเพื่อพัฒนาการเกษตรกรรมนั้น กระบวนการจัดทำต้องริเริ่มจากล่างสู่บน เริ่มจากระดับจังหวัดโดยสภาเกษตรกรจังหวัดก่อน จากนั้นนำมาบูรณาการพัฒนาเป็นแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม อันถือเป็นแผนพัฒนาเกษตรกรรมของประเทศไทยโดยสภาเกษตรกรแห่งชาติ ภาพของเกษตรกรในประเทศไทยต่อไปนี้ จึงเป็นการร่วมคิด ร่วมจัดทำทิศทางของอาชีพเกษตรกรรมด้วยตนเอง จากระดับรากหญ้าขึ้นสู่ระดับชาติ ประเทศไทยจะมีแผนพัฒนาเกษตรกรรมเป็นครั้งแรก ภาครัฐ ภาคเอกชนคงต้องปรับตัว ปรับภารกิจให้สอดคล้องกับความเห็นของเกษตรกรที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ” 

                           ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติเผยต่อว่า แผนการดำเนินงานที่ผ่านมาได้เดินสายถ่ายทอดความรู้และกระบวนการในการจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรและแผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับจังหวัด ตลอดจนจัดทำแนวทางและการพัฒนาความรู้ต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทอำนาจหน้าที่ของสภาเกษตรกร ตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ.2553 โดยได้เริ่มดำเนินการไปแล้วจำนวน 8 รุ่น ระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 1,920 คน โดยภาคเหนือจัดที่ จ.เชียงใหม่ และพิษณุโลก ภาคกลางจัดที่ จ.จันทบุรีและนครนายก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดที่ขอนแก่นและบุรีรัมย์ และภาคใต้จัดที่ จ.สงขลาและสุราษฎร์ธานี

                           แม้การขับเคลื่อนสภาเกษตรกรจะใช้เวลาในการผลักดันยาวนานกว่า 30 ปี จนมาสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในปี 2553 ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 84 (8) ที่กำหนดให้รัฐ “คุ้มครองและรักษาประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิตและการตลาด ส่งเสริมให้สินค้าเกษตรได้รับผลตอบแทนสูงสุด รวมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปของสภาเกษตรกร เพื่อวางแผนการเกษตร และรักษาผลประโยชน์ร่วมกันของเกษตรกร”   

                           ประพัฒน์ย้ำด้วยว่าสำหรับแนวยุทธศาสตร์สภาเกษตรกรนับจากนี้จะเดินหน้าเต็มกำลังโดยได้วางแผนยุทธศาสตร์ในการดำเนินการระหว่างปี 2556-2559 ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลักด้วยกัน คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อสภาเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร ประกอบด้วยการสร้างเครือข่ายสภาเกษตรกร การพัฒนาบุคลากรและระบบงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ สภาเกษตรกรจังหวัด สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรและพัฒนาเกษตรกรรม รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งของกลุ่ม/องค์กรของเกษตรกร

                           ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านจัดทำฐานข้อมูลด้านการเกษตรเพื่อประกอบการตัดสินใจ ประกอบด้วยการจัดทำฐานข้อมูลระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก เพื่อประกอบการตัดสินใจการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านการเกษตรสู่เกษตรกร และประชาสัมพันธ์ผลงานสภาเกษตรกรสู่ประชาชน ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านบูรณาการจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมระดับชาติจากล่างสู่บน ประกอบด้วย การจัดทำแผนพัฒนาเกษตรกรรมตั้งแต่ในระดับตำบล อำเภอ ขึ้นมาสู่ระดับจังหวัด การบูรณาการแผนพัฒนาเกษตรกรรมของจังหวัด กลุ่มจังหวัดและภาค เป็นแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรมระดับชาติ การติดตามประเมินผลการดำเนินงานของส่วนราชการตามแผนแม่บท

                           และ ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านสร้างความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนในอาชีพเกษตรกรรม ประกอบด้วย การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและต้นทุนต่ำตามความต้องการของตลาด การสร้างอำนาจต่อรองให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนสูงสุดจากผลผลิต การสร้างการเรียนรู้และพัฒนาการเกษตรของเกษตรกรที่สอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและสถานการณ์โลก และสิทธิประโยชน์และสวัสดิการของเกษตรกร

                           อย่างไรก็ตามในการร่างแผนยุทธศาสตร์สภาเกษตรกรแห่งชาติ ปี 2556-2559 จะพบว่าสภาเกษตรกแห่งชาติได้กำหนดไว้โดยชัดเจนในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้วยการดำเนินการจัดทำ “แผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมระดับชาติจากล่างสู่บน” ซึ่งจะเป็นแผนงานที่เกษตรกรร่วมมือจัดทำตั้งแต่ในระดับพื้นที่ขึ้นมาจนถึงระดับชาติ โดยผ่านเครือข่ายองค์กรของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งมีผู้แทนเครือข่ายกระจายครอบคลุมทั่วทั้งประเทศจากระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ขึ้นมาจนถึงระดับชาติ

                           อาจกล่าวได้ว่าทุกยุทธศาสตร์ที่ร่างไว้ในแผนงานตั้งอยู่บนพื้นฐานของสภาพปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของเกษตรกร สามารถแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของเกษตรกรได้อย่างตรงประเด็นมากที่สุด นับเป็นประวัติศาสตร์ของชาติไทยในเรื่องการพัฒนาภาคเกษตรกรรมที่จะมาจากเกษตรกรรากหญ้าหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าจะเป็น “แผนพัฒนาของเกษตรกร โดยเกษตรกรและเพื่อเกษตรกร” อย่างแท้จริงนั่นเอง

 

 

-----------------------------

(เปิดแผนพัฒนา 'ภาคเกษตรไทย' ภายใต้ 'วิธีคิด-วิธีแก้' โดยเกษตรกร : สุรัตน์ อัตตะ ... รายงาน)