ไลฟ์สไตล์

'ฮ็อตแท็ป'ประเภท'พิมพ์นิยม'

'ฮ็อตแท็ป'ประเภท'พิมพ์นิยม'

20 ก.ค. 2556

'ฮ็อตแท็ป'ประเภท'พิมพ์นิยม' : บ้านไม่บาน

 
          ตลอดระยะเวลา 25 ปี ของการทำงานในฐานะสถาปนิก นักออกแบบวางผังและนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์น้อยใหญ่มากมายหลายโครงการ ผมย้ำกับตัวเองเสมอว่าการที่อยู่รอดปลอดภัยมาถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะความเก่งกล้าสามารถแต่ประการใด แต่อาจเป็นเพราะ “บุญรักษา” และ “โชคช่วย” มากกว่า ที่ทำให้สามารถประคองตัวให้ผ่านวิกฤติมาหลายต่อหลายครั้ง
 
          แต่วิกฤติใหญ่ๆ ในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับด้านอสังหาฯ เท่าที่จำได้ไม่มีวันลืม คือ วิกฤติครั้งที่ 1 ในครั้งที่ประธานาธิบดี “จอร์จ ดับเบิลยู บุช” (ผู้พ่อ) ทำสงคราม อ่าวเปอร์เซีย กับ “ซัดดัม ฮุสเซน” ก็ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจของโลก ก่อให้เกิดการชะลอตัวในธุรกิจประเภทอสังหาฯ ในบ้านเรา เพราะเมื่อ “อิรัก” บุก “คูเวต” ทำให้สถานการณ์เปราะบางที่จะลุกลามบานปลายเป็นสงครามใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง   เนื่องจาก “อิรัก” ในช่วงนั้น มีการยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตี “อิสราเอล” ทำให้ลุ้นระทึกกันไปทั้งโลกครับ
 
          วิกฤติครั้งที่ 2 คือ การไม่ “รู้รักษ์ สามัคคี” ในบ้านเรา จนเกิดเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” ซึ่งในบางอารมณ์ก็ไม่อยากจะเอ่ยถึง เพราะถ้าไม่ได้บารมีของ “พ่อหลวง” เหตุการณ์ความขัดแย้งอาจจะลุกลามบานปลายจนกลายเป็น “สงครามกลางเมือง” ผมยังจำภาพของ พลเอกสุจินดา คราประยูร และพลตรีจำลอง ศรีเมือง ก้มลงกราบแทบพระบาท เหตุการณ์วิกฤติครั้งนั้นคลี่คลายลงด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ โดยแท้ครับ แต่อย่างไรเสียบรรดาผู้ประกอบการต่างก็บอบช้ำไปตามๆ กัน 
 
          วิกฤติครั้งที่ 3 นับว่าหนักหนาสาหัสเป็นอย่างยิ่ง เก่งอย่างเดียวไม่พอจะต้องเฮงและอยู่ยงคงกระพันประเภทฟันไม่เข้า ยิงไม่ออกจึงจะสามารถอยู่รอดได้ เป็น “วิกฤติค่าเงินบาท” สมัย “พ่อใหญ่จิ๋ว” เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งนั้นถือว่าบรรดานักธุรกิจต่างพากันล้มละลายกันแทบจะทั้งประเทศ  สาเหตุมาจาก “พ่อมดทางการเงิน” คือ  “จอร์จ โซรอส” โจมตีค่าเงินบาทจนเกิดเป็นตำนาน “ต้มยำกุ้งดีซีส”  ดังก้องโลก ที่ทิ้ง “แผลเป็น” ให้เห็นจนถึงทุกวันนี้ ในปัจจุบันยังคงเห็นตึกถูกทิ้งร้าง สร้างไม่เสร็จ อันเป็นผลจากวิกฤติครั้งนั้น ส่งผลให้คนนับล้านคนตกงานและตกอยู่ในสภาวะหนี้ล้น 
 
          ส่วนวิกฤติครั้งที่ 4 คือ “วิกฤติกีฬาสี” ที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายถึงขนาดยกพวกปิดสนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินดอนเมือง ฯลฯ รวมทั้งปิด ย่านเพลินจิต อันเป็นย่านธุรกิจสำคัญของประเทศเป็นระยะเวลายาวนานหลายเดือนและเหตุการณ์ได้ลุกลามบานปลายถึงขั้นก่อเหตุจราจลในย่านสำคัญๆ อีกหลายแห่งและจะว่าไปแล้วนับตั้งแต่วันนั้นจวบจนวันนี้เหตุการณ์ก็ยังครุกรุ่น รอเวลาที่ทั้งสองฝ่ายจะออกมาเล่นกีฬาสีแบบไม่รู้รักษ์สามัคคีกันใหม่อีกรอบ ผมก็ได้แต่เฝ้าหวังว่าสักวันคงหาความเหมือนในความแตกต่างกันได้สำเร็จครับ
 
          สำหรับผมก็ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้ายในวัยที่ “แก่เกินแกง”  ก็ผ่านมาถือได้ว่ารบครบทุกวิกฤติครับ ก็นับว่าโชคดีที่สามารถประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัย (อาจจะมีแผลเป็นบ้าง) บางวิกฤติที่หนักหนาสาหัสในสมัย “พ่อใหญ่จิ๋ว” ก็มีอาการเซบ้าง พอได้พักยกก็ฟื้นตัวเร็วครับ (เกือบแพ้แต่ไม่แพ้) ที่เล่าให้ฟังมาเสียเยือดยาว ก็เป็นการโหมโรงที่นำไปสู่โครงการ “ชีวาเรสซิเดนซ์” ซึ่งเป็น “อพาร์ตเมนต์ไม่บาน+บูทิคโฮเทลไม่บาน” ประเภท  “ฮ็อตแท็ป” พิมพ์นิยมที่ “บางแสน”  ซึ่งเป็นโจทย์ที่ผมคิดมานานนับ 10 ปี ในการที่จะแสวงหารูปแบบการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภท “อพาร์ตเมนต์+โรงแรม” หรือ “ฮ็อตแท็ป” ที่มีขนาดกำลังพอเหมาะ พอดี ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป เป็นการลงทุนที่ทำให้ผู้ลงทุนอยู่สามารถอยู่รอดปลอดภัย และคืนทุนได้ไว  ไม่ว่าสถานการณ์จะตกอยู่ในสภาวะวิกฤติอย่างไร 
 
          จากโจทย์ดังกล่าว ผมมาตกผลึกอยู่ที่อาคารประเภท “อพาร์ตเมนต์ + โรงแรม” (ขนาด 3 ดาว) ราคาประหยัดค่าเช่ารายเดือนๆ ละ 5,000 -6,000 บาท++  และรายวันๆ ละ 800 - 900 บาท ++ ขนาดกำลังพอเหมาะ 55 ห้อง ความสูง 5 ชั้น ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 20-25 ล้านบาท พร้อมเปิดดำเนินการ (รวมการตกแต่งภายใน, ลิฟต์โดยสาร, ระบบปรับอากาศ, เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ) ซึ่งในการลงทุนทำอาคารประเภท “ฮ็อตแท็ป” พิมพ์นิยม  ในโครงการนำร่องแบบขนาด “ชีวาปุรีเรสซิเดนซ์” จะใช้เงินสดลงทุนประมาณ 30% คือ ประมาณ 6 ล้านบาท ถึง 7.5  ล้านบาท ส่วนที่เหลือก็จะขอรับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน หรือธนาคารแล้วให้อาคารผ่อนตัวเองไปอีก 7-8 ปี ก็จะปลอดหนี้เป็นไทกับตัวเองและในอนาคตก็จะเป็นเจ้าของสินทรัพย์มูลค่ากว่า 50 ล้านบาทครับ (ซึ่งเป็นมูลค่าอาคารรวมที่ดิน) 
 
          ในสัปดาห์นี้พื้นที่หมดครับ เอาไว้ต่อในรายละเอียดของโครงการ “ชีวาปุรีเรสซิเดนซ์” ประเภท “ฮ็อตแท็ป” สไตล์ “พิมพ์นิยม” ในครั้งหน้า ซึ่งที่น่าสนใจคือเป็นโครงการที่ผมลงมือได้ออกแบบและทำการก่อสร้างจริงจนแล้วเสร็จ ได้เปิดดำเนินการจริงและได้ผลจริงเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่งครับ
 
          สำหรับโครงการ “ชีวาปุรีเรสซิเดนซ์” นี้จะเป็นหนึ่งในโครงการที่จะบรรยายแบบวิเคราะห์เจาะลึกในหัวข้อ “การลงทุนทำอพาร์ตเมนต์ไม่บาน, มินิอพาร์ตเมนต์ไม่บาน, โรงแรม+รีสอร์ทไม่บานและคอนโดมิเนียมขนาดเล็กไม่บาน ฯลฯ ในยุค “AEC” เปิดเสรี “อาเซียน” ที่ผมร่วมกับสถานีโทรทัศน์ “เนชั่นแชนแนล” จะจัดขึ้นใน วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 10-11  สิงหาคม และ วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 17-18 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ ณ  อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ถนนบางนา-ตราด โดยท่านที่สนใจสามารถโทรสำรองจองที่นั่งได้ที่ 0-2245-1399 และ 0-2644-1478 อีกทั้งเป็นหนึ่งในโครงการที่ผมจะพาไปเยี่ยมชม เพื่อที่ท่านได้เรียนรู้ให้ลึกถึงแก่น แบบ “รู้เขารู้เรา” และเพื่อที่จะได้ “รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”  ครับ