
ร้านเครื่องเขียน-ร้านหนังสือ
หนังสือที่เธอถือมา : ร้านเครื่องเขียน-ร้านหนังสือ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม
๑.
ทบทวนความหลังดูแล้ว ตอนเป็นเด็กที่ชอบอ่านหนังสือ ผมเริ่มต้นจากร้านเครื่องเขียน
ร้านเครื่องเขียน ต้องได้แวะบ่อยๆ เพราะชอบซื้อสมุด ปากกา หรือเครื่องใช้ในการเรียน (ตอนบวชเป็นสามเณร) ร้านแบบนี้นอกจากมีหนังสือแบบ ‘มนต์พิธี’ จำหน่าย มุมหนึ่งยังมีชั้นหนังสือแบบหมุน ได้ วางหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กนวนิยายยอดนิยมเล่มบางๆ ที่จำได้และเริ่มตัดสินใจซื้อมาอ่านก็อย่าง ‘ไม่มีคำตอบจากทุ่งไหหิน’ ‘สงครามฝิ่นที่ภูหินตั้ง’ ของ สยุมภู ทศพล ซื้อไปแบบไม่รู้ว่าเขามีหลายเล่มจบ ไปหยิบซื้อเล่ม ๒ ก่อน อ่านจบแล้วมันไม่มีต้นไม่มีปลาย ต้องไปตามซื้อจนครบชุด ถึงได้อ่านสนุกและติดลมการอ่านหนังสือเรื่องแต่ง1เรื่อยมา
ต่อมา ได้รู้จักแหล่งให้อ่านนวนิยายทั้งแนวบู๊ จากหนังสืออย่าง ‘บางกอก’ ก็ติดตามอ่านเท่าที่จะมีผู้ซื้อมาอ่าน โดยเฉพาะนวนิยายสายบู๊สะบั้นหั่นแหลกนั้น ย่อมเร้าใจเด็กหนุ่มมากเป็นพิเศษ อ่านและจดจำชื่อนักเขียนแนวนี้ได้หลายคน ทั้ง สยุมภู ทศพล, เพชร สถาบัน, อรชร-พันธุ์ บางกอก, เชษฐ์ ชัชวาล, ศักดิ์ สุริยา, ต๊ะ ท่าอิฐ ฯลฯ
อ่านเรื่องบู๊ กระทั่งอยากแต่งเรื่องบู๊ แต่ไม่มีปัญญาหรอก เพราะชีวิตตัวเองเรียบง่ายธรรมดา ไม่มีความรู้เรื่องปืนผาหน้าไม้หรือการโลดโผนโจนทะยานอะไร จนโตขึ้นหน่อยได้อ่านหนังสือแนวสังคมแนวปรัชญาแนวชีวิตนั่นแหละ จึงได้พบแนวการเขียนที่ต้องจริตตัวเอง เริ่มต้นฝึกฝนการเขียนในแนวทางที่กลั่นออกมาจากชีวิตจิตใจมาโดยตลอด
คิดทวนหวนหลังแล้วก็อดใจหายไม่ได้ เวลาเอ่ยถึงหนังสือที่เป็นแรงบันดาลใจในการเขียน ก็มักเอ่ยถึงแต่วรรณกรรมแบบเพื่อชีวิตเพื่อสังคมหรือวรรณกรรมแปลระดับโลก ระหว่างนั้นเหมือนแกล้งลืมหนังสือหรือนักเขียนที่เป็นแรงบันดาลใจต่อการอ่านในวัยเด็ก นั่นก็คือนักเขียนนวนิยายแนวบู๊ดั่งเอ่ยนามข้างต้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาเคยทำให้เราสนุกกับการอ่าน รักการอ่านมาก่อน-ก่อนที่จะมามองว่างานประพันธ์ของพวกเขาเป็นงานแต่งสมมุติโลดโผนประโลมโลกธรรมดา เราท่องจำแต่ชื่อนักเขียนที่ชอบในตอนโต จนแทบจะลืมชื่อนักเขียนที่เคยทำให้เราสนุกกับอ่านหนังสือในตอนเด็ก
ในบางความทรงจำรำลึกนึก จึงขอถือโอกาสแสดงความคารวะนักประพันธ์ในแนวทางหนึ่งเหล่านั้นที่เคยได้อ่าน แม้วันนี้จะไม่ได้นึกอยากอ่านนวนิยายบู๊แล้ว ไม่ได้นึกอยากแต่งนวนิยายบู๊แล้ว แต่เชื่อว่าความเป็นแนวทางแบบนวนิยายบู๊ยังมีอยู่จริง อย่างน้อยก็ในโลกการอ่าน
แปลกแต่จริง คนเรียบร้อย ขี้กลัวการมีเรื่องในทางชกต่อยหรือปืนผาหน้าไม้ ตอนเป็นเด็กกลับชอบดูหนังบู๊และอ่านนวนิยายบู๊เป็นชีวิตจิตใจ
วันนี้ ให้กลับไปดูแบบนั้น หรือนวนิยายแบบนั้น ก็ดูจะไม่สนุกแล้ว มันเป็นเหมือนทางผ่านของสัญชาตญาณคะนองช่วงวัยหนึ่งเท่านั้นกระมัง...
๒.
เมื่อวันนี้มีร้านหนังสือเต็มบ้านเต็มเมือง มีหนังสือเข้าบ้านมาให้เลือกอ่านมากมาย จึงอดคิดถึงร้านเครื่องเขียน (ที่ไม่ใช่ร้านหนังสือโดยตรง) ไม่ได้
ร้านเครื่องเขียน มีหนังสือที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยให้เลือกซื้ออ่านบ้าง ก็ถือว่าเป็นจังหวะโอกาสที่ไม่เลว หลายครั้งของการได้เดินทางไปที่โน่นที่นี่ ผมจะชอบถามหาร้านเครื่องเขียน เพื่อซื้อเครื่องเขียน และอาจได้ซื้อหนังสือเท่าที่เขาพอมีวางจำหน่าย บางทีเป็นหนังสือเกี่ยวกับท้องถิ่นนั้นๆ รวมทั้งหนังสือพิมพ์รายต่างๆ ประจำเมืองนั้นๆ
ช่วงหนึ่ง ผมถึงกับสะสมหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ไปไหนจะต้องซื้อไว้ทุกฉบับ เปิดอ่านทุกหน้า ดูชื่อผู้จัดทำ กระทั่งฝันอยากมีหนังสือพิมพ์ทิ้งถิ่นของตัวเอง!
----------------------------
(หนังสือที่เธอถือมา : ร้านเครื่องเขียน-ร้านหนังสือ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)



