ไลฟ์สไตล์

ร้านเครื่องเขียน-ร้านหนังสือ

ร้านเครื่องเขียน-ร้านหนังสือ

14 ก.ค. 2556

หนังสือที่เธอถือมา : ร้านเครื่องเขียน-ร้านหนังสือ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม

 

๑.

 

ทบทวนความหลังดูแล้ว ตอนเป็นเด็กที่ชอบอ่านหนังสือ ผมเริ่มต้นจากร้านเครื่องเขียน

                            ร้านเครื่องเขียน  ต้องได้แวะบ่อยๆ เพราะชอบซื้อสมุด ปากกา หรือเครื่องใช้ในการเรียน (ตอนบวชเป็นสามเณร)  ร้านแบบนี้นอกจากมีหนังสือแบบ ‘มนต์พิธี’ จำหน่าย  มุมหนึ่งยังมีชั้นหนังสือแบบหมุน ได้  วางหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กนวนิยายยอดนิยมเล่มบางๆ  ที่จำได้และเริ่มตัดสินใจซื้อมาอ่านก็อย่าง ‘ไม่มีคำตอบจากทุ่งไหหิน’  ‘สงครามฝิ่นที่ภูหินตั้ง’ ของ สยุมภู ทศพล  ซื้อไปแบบไม่รู้ว่าเขามีหลายเล่มจบ  ไปหยิบซื้อเล่ม ๒ ก่อน  อ่านจบแล้วมันไม่มีต้นไม่มีปลาย  ต้องไปตามซื้อจนครบชุด  ถึงได้อ่านสนุกและติดลมการอ่านหนังสือเรื่องแต่ง1เรื่อยมา

                            ต่อมา  ได้รู้จักแหล่งให้อ่านนวนิยายทั้งแนวบู๊ จากหนังสืออย่าง ‘บางกอก’  ก็ติดตามอ่านเท่าที่จะมีผู้ซื้อมาอ่าน  โดยเฉพาะนวนิยายสายบู๊สะบั้นหั่นแหลกนั้น  ย่อมเร้าใจเด็กหนุ่มมากเป็นพิเศษ  อ่านและจดจำชื่อนักเขียนแนวนี้ได้หลายคน ทั้ง สยุมภู ทศพล, เพชร สถาบัน, อรชร-พันธุ์ บางกอก, เชษฐ์ ชัชวาล, ศักดิ์ สุริยา, ต๊ะ ท่าอิฐ ฯลฯ

                            อ่านเรื่องบู๊  กระทั่งอยากแต่งเรื่องบู๊  แต่ไม่มีปัญญาหรอก  เพราะชีวิตตัวเองเรียบง่ายธรรมดา  ไม่มีความรู้เรื่องปืนผาหน้าไม้หรือการโลดโผนโจนทะยานอะไร  จนโตขึ้นหน่อยได้อ่านหนังสือแนวสังคมแนวปรัชญาแนวชีวิตนั่นแหละ  จึงได้พบแนวการเขียนที่ต้องจริตตัวเอง  เริ่มต้นฝึกฝนการเขียนในแนวทางที่กลั่นออกมาจากชีวิตจิตใจมาโดยตลอด 

                            คิดทวนหวนหลังแล้วก็อดใจหายไม่ได้  เวลาเอ่ยถึงหนังสือที่เป็นแรงบันดาลใจในการเขียน  ก็มักเอ่ยถึงแต่วรรณกรรมแบบเพื่อชีวิตเพื่อสังคมหรือวรรณกรรมแปลระดับโลก  ระหว่างนั้นเหมือนแกล้งลืมหนังสือหรือนักเขียนที่เป็นแรงบันดาลใจต่อการอ่านในวัยเด็ก  นั่นก็คือนักเขียนนวนิยายแนวบู๊ดั่งเอ่ยนามข้างต้น  ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาเคยทำให้เราสนุกกับการอ่าน  รักการอ่านมาก่อน-ก่อนที่จะมามองว่างานประพันธ์ของพวกเขาเป็นงานแต่งสมมุติโลดโผนประโลมโลกธรรมดา  เราท่องจำแต่ชื่อนักเขียนที่ชอบในตอนโต  จนแทบจะลืมชื่อนักเขียนที่เคยทำให้เราสนุกกับอ่านหนังสือในตอนเด็ก

                            ในบางความทรงจำรำลึกนึก  จึงขอถือโอกาสแสดงความคารวะนักประพันธ์ในแนวทางหนึ่งเหล่านั้นที่เคยได้อ่าน  แม้วันนี้จะไม่ได้นึกอยากอ่านนวนิยายบู๊แล้ว  ไม่ได้นึกอยากแต่งนวนิยายบู๊แล้ว  แต่เชื่อว่าความเป็นแนวทางแบบนวนิยายบู๊ยังมีอยู่จริง  อย่างน้อยก็ในโลกการอ่าน        

                            แปลกแต่จริง  คนเรียบร้อย  ขี้กลัวการมีเรื่องในทางชกต่อยหรือปืนผาหน้าไม้  ตอนเป็นเด็กกลับชอบดูหนังบู๊และอ่านนวนิยายบู๊เป็นชีวิตจิตใจ 

                            วันนี้ ให้กลับไปดูแบบนั้น  หรือนวนิยายแบบนั้น  ก็ดูจะไม่สนุกแล้ว  มันเป็นเหมือนทางผ่านของสัญชาตญาณคะนองช่วงวัยหนึ่งเท่านั้นกระมัง...

 

๒.

 

เมื่อวันนี้มีร้านหนังสือเต็มบ้านเต็มเมือง  มีหนังสือเข้าบ้านมาให้เลือกอ่านมากมาย  จึงอดคิดถึงร้านเครื่องเขียน (ที่ไม่ใช่ร้านหนังสือโดยตรง) ไม่ได้ 

                            ร้านเครื่องเขียน  มีหนังสือที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยให้เลือกซื้ออ่านบ้าง ก็ถือว่าเป็นจังหวะโอกาสที่ไม่เลว  หลายครั้งของการได้เดินทางไปที่โน่นที่นี่  ผมจะชอบถามหาร้านเครื่องเขียน  เพื่อซื้อเครื่องเขียน  และอาจได้ซื้อหนังสือเท่าที่เขาพอมีวางจำหน่าย  บางทีเป็นหนังสือเกี่ยวกับท้องถิ่นนั้นๆ  รวมทั้งหนังสือพิมพ์รายต่างๆ ประจำเมืองนั้นๆ 

                            ช่วงหนึ่ง  ผมถึงกับสะสมหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น  ไปไหนจะต้องซื้อไว้ทุกฉบับ  เปิดอ่านทุกหน้า  ดูชื่อผู้จัดทำ  กระทั่งฝันอยากมีหนังสือพิมพ์ทิ้งถิ่นของตัวเอง!

 

 

----------------------------

(หนังสือที่เธอถือมา : ร้านเครื่องเขียน-ร้านหนังสือ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)