ไลฟ์สไตล์

เอส-คลาส โฉมใหม่ไฮเทค'หรู ติดล้อ'

เอส-คลาส โฉมใหม่ไฮเทค'หรู ติดล้อ'

14 ก.ค. 2556

เอส-คลาส โฉมใหม่ไฮเทค'หรู ติดล้อ' : คอลัมน์ เปิดโลกยนตรกรรม โดย... ยุทธพงษ์ ภาษี


          เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส  หนึ่งในรถเศรษฐีตัวจริง ที่มีไว้ประดับบารมี ซึ่งรุ่นโฉมใหม่ได้รับการเปลี่ยนแปลง มากมาย  เปิดโลกยนตกรรม คมชัดลึก เดินทางไปสัมผัส ของจริงในกิจกรรม มีเดีย เทสต์ไดร์ ที่ โตรอนโต 
 
          เอส-คลาส ใหม่ ปรับปรุงหน้าตา ขนาดและความไฮเทค ตามแบบฉบับของรถตระกูล เอส ที่มักสร้างปรากฏการใหม่ๆ ให้แก่วงการรถยนต์โลกเสมอ คราวนี้เช่นกัน สมกับความเป็น เอส คลาสเราได้เห็นระบบใหม่ๆ ที่ล้ำสมัยมากมาย  หากไม่เห็นว่ามันต้องมีล้อ  คันนี้น่าทำได้ใกล้เครื่องบิน เลยทีเดียว 
 
          ในการผลิตออกสู่ตลาด เอสคลาส นำเสนอเครื่องยนต์หลากหลายตั้งแต่เล็กสุดคือ  S350 BlueTEC ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ดีเซล V6 3.0 ลิตร   258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใช้เวลา 6.8 วินาที ไปจนถึง ตัวใหญ่สุด  คือ S500 ซึ่งยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 4.7 ลิตร  V8 ให้กำลัง 455 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.4.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กม./ชม.และเป็นไปตามแนวโน้มของโลก สมัยใหม่ที่ต้องมีระบบไฮบริด ได้แก่ S300 BlueTEC Hybrid ไฮบริดดีเซล ภายใต้โครงสร้างเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.1 ลิตร 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 15 กิโลวัตต์อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 7.6 วินาทีไฮบริดอีกรุ่นหนึ่งคือ S400 Hybrid เครื่องยนต์ 3.5 ลิตร V6 306 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 307 นิวตันเมตร ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 20 กิโลวัตต์ รวมแล้วให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 6.8 วินาที ส่วนตัวท็อปคือ เอส 500 เป็นแบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด คือ สามารถจอดชาร์จไฟที่บ้านได้ ว่ากันว่าเป็นเอส-คลาสตัวแรกที่มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำกว่า 4 ลิตร/100 กม. ซึ่งในการเดินทางไปลองขับนั้นจะมีรถหลักคือ S500 ซึ่งยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 4.7 ลิตร V8 และ S350 BlueTEC ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ดีเซล V6 ได้ให้สื่อทดลองขับ ทั้งนี้เข้าใจว่าหากเอารถมากกว่านี้ ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะได้ลองระบบอื่นๆ ในรถครบถ้วน ทุกรุ่นใช้เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะรุ่นใหม่ ชื่อเต็มคือ 7G-Tronic Plus (เซเว่น โทรนิค พลัส)ซึ่งมาพร้อมกับโหมด Drive Select เป็นโปรแกรม คอมฟอร์ต สปอร์ต ซึ่งเชื่อมกับระบบไฮเทคของรถที่เกี่ยวข้องกับการเตือนคนขับถึงอันตราย การสนับสนุนการขับ การรับรู้ถึงอันตรายที่จะเข้ามาสู่ตัวรถ
 
          ความหรูหรา ของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส สมกับการรอคอย เพราะว่าภายในออกแบบใหม่และขนาดของตัวรถกว้างและยาวกว่าเดิม ตัวถังของเอส-คลาสใหม่นั้นมีให้เลือก 2 แบบคือ รุ่นปกติ มีความยาว 5,116 มม. ส่วนรุ่นช่วงยาวพิเศษ เพิ่มขึ้นเป็น 5,248 มม. ตัวถังทั้ง 2 รุ่น ยาวกว่าเจนเนอเรชั่นที่แล้วประมาณ 40 ซม. สำหรับในบ้านเรา เอส-คลาสส่วนใหญ่นิยมซื้อแบบรุ่นช่วงยาวพิเศษ รุ่นใหม่นี้ได้พื้นที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะ พื้นที่ช่วงขาที่เพิ่มขึ้น 14 มม. ในขณะที่รถมีใหญ่ขึ้นแต่ดูจากภายนอกด้วยสายตา การออกแบบเส้นสายใหม่ ให้มีความนุ่ม มากกว่ารุ่นก่อนๆ ทำให้รู้สึกว่าไม่ใหญ่มากนัก และรถขนาดนี้ ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำ เพียง 0.24 ดังนั้นเวลามันแหวกอากาศไป แรงต้านทานจะน้อย น้อยแม้กระทั่งเสียงลมปะทะ
 
          การออกแบบภายในถือว่า ที่สุดของความหรูหราเพราะว่าการวางตำแหน่งต่างๆ ของอุปกรณ์ใหม่หมด ใช้งานง่าย หน้าปัดพลิกโฉมจากอนาล็อกเป็นดิจิตอลกราฟฟิกเต็มรูปแบบ ในขณะที่มีจอแสดงผลการควบคุมหลักอยู่ตรงกลาง และอีก 2 จอ ยึดติดหลังเบาะหน้าไว้ ทำหน้าที่อิสระต่อกัน เข้าไปในรถเห็น เบิร์นมาสเตอร์ ที่โด่งดังจากเครื่องเสียงแยกชิ้น ถึงกับแปลกใจว่า มาเต็มขนาดนี้เลยหรือ เสียงแน่นๆ จากลำโพงโดมตัวใหญ่ที่เพดานและดอกย่อยๆ อีก 10 จุด  ทำหน้าที่เป็นทั้งแหล่งกำเนิดเสียง และเป็นเครื่องประดับไปในตัว แค่ฟังเพลงก็มีความสุขแล้ว 
 
          เบาะนั่งแถวหลังอันเป็นหัวใจของรถระดับนี้ มีขนาดใหญ่ ปรับระดับจนเกือบเอนนอนได้ พร้อมระบบนวด เบาะนั่ง ปรับอุณหภูมิในตัว และเพิ่มเติมด้วยที่ปรับอากาศบริเวณที่พักแขน ที่สำคัญบนหมอนรองศีรษะยังมีหมอนนุ่มเล็กๆ รองไว้อีกชั้น อิงแล้วสบายศีรษะจริงๆ เราได้เห็นรถที่มีการตกแต่งสวยงามด้วยไฟแอลอีดี คือไฟหน้าใช้ไฟ 56 ดวง ไฟท้าย 34 ดวง และอีก 300 ดวงนั้น ฝังตัวอยู่ในส่วนต่างๆ ของห้องโดยสาร ทำให้เราได้เห็นความสุนทรีย์ที่เกิดจากการใช้แสงเข้าช่วยจน รู้สึกถึงความรื่นรมย์เมื่อโดยสารในรถได้เป็นอย่างดี
 
          แน่นอนว่าจุดขายของของเอส-คลาสทุกส่วนในรถล้วนไฮเทค และคิดเผื่อถึงอนาคตไปไกล มาครั้งนี้เบนซ์ทำระบบเน็ตเวิร์กเซ็นเตอร์ของรถมาเหนือเมฆจริงๆ มีระบบมากมายทั้งเรดาร์ อัลตร้าโซนิค หรือ เซ็นเซอร์ระยะสั้น และระยะไกล ถึง 500 เมตร นอกจากนี้ยังมีกล้องมากมาย แบบ 3 มิติ และ6D เชื่อมไปกับระบบพรี-เซฟ พลัส ที่ฉลาดกว่าพรีเซฟเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เช่นระบบความปลอดภัย เกี่ยวกับการหยุดและการบังคับทิศทางอัตโนมัติ เมื่อเราขับรถออกนอกเลนรถจะสั่นพวงมาลัยให้เรารู้และหากเรดาร์จับสัญญาณได้ว่ากำลังมีรถสวนทางมา มันจะดึงรถออกมาอยู่ในเลนให้อัตโนมัติ โดยที่ก้านพวงมาลัย นั้นอยู่ตำแหน่งเดิมเพื่อป้องกันการชนประสานงา
 
          หากรถตรวจจับได้ว่า จะเข้าไปชนคนเดินถนน ระบบอ่านป้ายจราจรล่วงหน้าจะช่วยเตือนไม่ให้หลงช่องทางหรือขับเร็วเกินไป ระบบช่วยให้มองเห็นกลางคืน ที่สามารถแยกความต่างระหว่าง คนกับสัตว์ได้ ระบบช่วยลดความเสี่ยงเมื่อต้องข้ามสี่แยก และระบบที่ประทับใจสองระบบที่ได้ลอง คือระบบจอดอัตโนมัติ ทั้งจอดขนานและจอดเข้าซอง ระบบนี้ก้าวหน้าไปกว่าที่มีขายอยู่ในรถบ้านเรา
 
          ถ้ารถเห็นหรือตรวจจับว่ามีที่จอดพอ(กว้างและยาวกว่าตัวรถ 1 เมตร) มันจะเข้าจอดอัตโนมัติเมื่อจอดเสร็จแล้วหากคนขับจะขับออก ก็ใช้กดปุ่มระบบออกจากที่จอดอัตโนมัติ รถจะเลี้ยวออกมาโดยไม่เฉี่ยวชนคันหน้า เมื่อพวงมาลัยกลับมาตั้งตรงแล้ว คนขับค่อยควบคุมรถต่อไป ขณะเข้าจอดอัตโนมัติ คนขับทำหน้าที่เพียงเปลี่ยนเกียร์ เดินหน้าหรือถอยหลัง(D, R)ตามไกด์ที่ขึ้นหน้าปัดเท่านั้นโดยไม่ต้องยุ่งกับเบรกและพวงมาลัยซึ่งระบบเดิมนั้นคนขับต้องคอยช่วยเบรก
 
          ระบบใหม่อีกส่วนหนึ่งที่ใส่มาคือระบบ สต็อปแอนด์โก ไพรอท เรียกง่ายๆ ว่าระบบล็อกเป้าคันหน้า ที่ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เราสามารถล็อกเป้ารถคันหน้าเพื่อให้ระบบอัตโนมัติขับตามรถข้างหน้าได้ แม้ว่ารถคันหน้าจะเลี้ยวโค้งระบบนี้ก็ยังติดตามได้ ซึ่งจะช่วยในช่วงรถติดๆ คนขับไม่ต้องเร่งและเบรกใดๆ รถจะขยับไปตามจังหวะอัตโนมัติ

          และอีกไฮไลต์ของระบบใหม่จริงๆ อยู่ที่การทำงานของช่วงล่าง โดยจะมีระบบที่คอยสแกนถนน เพื่อรับรู้สภาพถนนว่าเป็นอย่างไรแล้ว ประมวลผลสั่งการปรับช่วงล่างที่เป็นถุงลม ให้นุ่มหรือแข็งหรือยกรถขึ้นให้เข้ากับถนนนั้นๆ เช่นในขณะที่เราขับผ่านแอ่ง ตัวรถยังคงนิ่งไม่ทรุดตามแอ่งถนนไป ฟังก์ชั่นการใช้งานของรถเอส-คลาส ผมยกเป็นตัวอย่างเพราะว่าหากเขียนกันทุกระบบ มีหวังได้พ็อกเก็ตบุ๊กเล่มหนาแน่นอน
          
          เมืองไทย เจ้ายักษ์ใหญ่ไฮเทคคันนี้จะเริ่มขายด้วยรุ่น S400 ในปลายปีนี้เป็นรุ่นแรก และขอขอบคุณ เมอร์เซเดส-เบนซ์(ประเทศไทย) ที่อำนวยความสะดวกในการเดินทาง

.......................................
(หมายเหตุ เอส-คลาส โฉมใหม่ไฮเทค'หรู ติดล้อ' : คอลัมน์ เปิดโลกยนตรกรรม โดย... ยุทธพงษ์ ภาษี)