ไลฟ์สไตล์

ถิ่นไทยงาม:ศิลปะผ้าไทย-กลิ่นอายเพื่อนบ้าน

ถิ่นไทยงาม:ศิลปะผ้าไทย-กลิ่นอายเพื่อนบ้าน

14 ก.ค. 2556

ศิลปะผ้าไทย-กลิ่นอายเพื่อนบ้าน : คอลัมน์ ถิ่นไทยงาม


          เชื่อว่า หลายคนคงทราบว่า คนไทยทอผ้าใช้มานมนานแล้ว ไม่รู้ว่าเริ่มมาแต่สมัยไหน รู้เพียงว่า กว่าจะได้ผ้ามาสักผืน ต้องถึงขั้นลงมือปลูกฝ้าย ปั่นฝ้ายเป็นด้าย เพื่อนำมาทอเป็นผืนผ้า หรือไม่ก็เลี้ยงไหม สาวไหม จนถึงขั้นลงมือทอผ้าไหม แต่ผ้าที่ทอสมัยก่อนเป็นร้อยๆ ปี เชื่อว่า น้อยคนจะได้เห็นของจริงนัก เพราะมักจะขาด เปื่อย เสียหายไปตามกาลเวลาหากไม่มีการเก็บรักษาที่ดี 
         
          เป็นโอกาสดี ที่ปัจจุบัน มีการนำผ้าเก่าเก็บอายุกว่า 100 ปี มาให้ชมกันฟรีๆ ที่ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยส่วนจัดแสดงผ้าโบราณอยู่บนชั้น 2 ภายใต้ชื่อ "ศตวรรษา ผ้าโบราณไท"
 
          ผ้าที่จัดแสดง ดูไกลๆ สีสันยังสวยสะดุดตา ทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไม้ โดยเฉพาะพวกผ้าซิ่นทั้งหลาย ที่ขึ้นชื่อว่าไทยเรามีเอกลักษณ์การทอที่งดงาม แต่พอได้เดินดูใกล้ๆ ถึงได้เห็นว่า เป็นผ้าเก่าจริงๆ บางผืนที่รอยเปื่อย ขาดก็มี เสียดายไม่ได้ลองจับ เพราะเขาห้าม ด้วยความเก่าแก่ของเนื้อผ้า และน้ำหนักหรือสิ่งปนเปื้อนจากมือเรา จะทำให้ผ้าเสียหายได้
 
          ผ้าที่นำมาจัดแสดง ทำให้เห็นได้ว่า ผ้าแต่ละท้องถิ่น จะมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นนั้นๆ และเกี่ยวพันกับประเทศเพื่อนบ้านรายรอบด้วยหากเป็นท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ชายแดน หรืออาจจะเลยไปไกลอย่างภูฏาน ก็มีผ้ามาจัดแสดงให้ได้ชม อย่าง "ผ้าคีร่า" อายุ 120-130 ปี ทั้งส่วนที่เป็นผ้านุ่ง และผ้าชิ้นบน ซึ่งสมัยก่อนจะมีการทอด้วยกี่เอวที่ประณีต ปรากฏลายทั้งสองด้าน โดยจะทอเป็นแถบแคบๆ แต่นำมาเย็บต่อกันเป็นผ้าผืนใหญ่
 
          หรือผ้าพม่า "ผ้าลุนตยาอะฉิก" ที่มีอายุ 130-150 ปี ที่นำมาแสดง เป็นผ้าที่ใช้เทคนิคการทอแบบเกาะและล้วงเต็มตลอดทั้งผืนผ้า ลายคลื่นสีต่างๆ ซ้อนชั้นกันถึง 7 ชั้น เป็นเทคนิคการทอตามแบบฉบับของพม่าโดยเฉพาะ (ผ้าที่เห็นในรูปนี้ ในอดีตถือเป็นสีจำกัดใช้เฉพาะพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงของพม่า)
 
          ผ้าของไทยที่มีชื่อเสียง "ผ้าซิ่นตีนจก" ทั้งจากแพร่ และน่าน อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปีเช่นกัน เป็นผ้าที่ทอด้วยเทคนิคการจกผ้า โดยเฉพาะเชิงชาย ที่มีลวดลายละเอียดสวยงาม นอกจากนี้ "ผ้าไหมมัดหมี่" ที่ใช้เทคนิควิธีการมัดย้อม ทอออกมาเป็นลวดลายสวยงาม  และ "ผ้าอัมปรม" จากทางสุรินทร์ ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นผ้าทอของชาวไทยเชื้อสายเขมรในอีสานตอนล่าง เป็นผ้าไหมลายสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็ก มีจุดประสีขาวลอยเด่นคล้ายเครื่องหมายกากบาทหรือบวก
 
          นอกจากนี้ ยังมีชุดไทยสมัยต่างๆ ทั้งไทยจักรพรรดิ จนถึงไทยดุสิต ใส่หุ่นโชว์ ทั้งเสื้อแขนกระบอก หรือสไบเฉียง ที่นุ่งกับผ้าซิ่นทอ ลวดลายสวยงาม พร้อมกับเรื่องราวของวิวัฒนาการผ้า ให้ได้ทราบกัน แถมใกล้ๆกัน เป็นศูนย์หัตถกรรมผ้าทอไทย ที่เราจะได้เดินชมผ้าจากภาคต่างๆ ทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย หรือผ้าบาติก ครบครันในสถานที่เดียว

          หนีฝน ไปตากแอร์เย็นๆ เดินละเลียดความงาม และเก่าแก่ของผืนผ้าซิ่นหรือผ้านุ่ง ที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรได้ถึงเดือนสิงหาคมนี้
.......................................
          การเดินทางเดี๋ยวนี้สะดวกสบาย ตามป้ายบอกทางศูนย์ศิลปาชีพไป รับรองไม่มีหลง ทั้งเส้นทางวงแหวนตะวันตก แยกจากบางบัวทอง ปทุมธานี หรือถนนพหลโยธิน (รังสิต-บางปะอิน) หรือถนนสายเอเชีย (ปทุมธานี-บางปะหัน)

.......................................
(หมายเหตุ ศิลปะผ้าไทย-กลิ่นอายเพื่อนบ้าน : คอลัมน์ ถิ่นไทยงาม )