
No.43 อร่อยสไตล์อิตาเลียน
No.43 อร่อยสไตล์อิตาเลียน : คอลัมน์ ชวนชิม
ฟังข่าวเรื่องปัญหาข้าวไทยจนรู้สึกเอียนอาหารไทย วันนี้ขอ (เอาแต่ใจตัวเอง) เปลี่ยนบรรยากาศมาชิมอาหารอิตาเลียนแท้ๆ จากฝีมือการปรุงของเชฟหนุ่มชาวมักกะโรนี "เดวิเด้ พริโตนี่" สักมื้อ ความจริงร้านอาหารประเภทนี้ในบ้านเรามีให้เลือกชิมหลายแห่ง แต่ที่เลือกเดินเข้าร้าน No.43 อิตาเลียน บิสโตร ย่านหลังสวน เพราะเขามีประสบการณ์เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนมาเนิ่นนานกว่า 10 ปี นั่นย่อมเป็นเครื่องหมายการันตีได้อย่างหนึ่งล่ะว่า ต้องมีดีถึงยืนหยัดให้บริการมาได้จนถึงทุกวันนี้...
อย่างจานเบาๆ เอาใจหนุ่มสาวชาวออฟฟิศที่ไม่อยากเพิ่มน้ำหนักให้ตัวเองกับ "ซีฟู้ดสลัด" ที่มีเทคนิคความอร่อยตรงความสดของวัตถุดิบทั้ง กุ้ง หอยแมลงภู่ ปลาหมึก หอยเชลล์ หอยลาย เมื่อนำลงผัดในกระทะที่มีน้ำมันมะกอกและกระเทียมสับละเอียด เกลือ พริกไทยให้เข้ากันแล้วค่อยใส่ไวน์ขาวลงไป เมื่อตักใส่จานซึ่งมีผัดสลัดหลากสีสัน จึงค่อยๆ นำน้ำผัดก้นกระทะที่มีรสชาติหวานล้ำกำลังเหมาะราดซ้ำแล้วค่อยโรยด้วยผักชีฝรั่งสับ และก่อนจะจับช้อนตักใส่ปาก ต้องไม่ลืมเพิ่มรสชาติด้วยเลมอนเพียงเล็กน้อย
ส่วนจานถัดมาเป็น "ปลาแซลมอนอบ" ราดน้ำซอสและผักเครื่องเคียงผัดพอสลบ โดยเชฟหนุ่มแอบกระซิบว่าถ้าอยากให้รสชาติของเนื้อปลายังคงอยู่ ควรเอาขึ้นวางบนตะแกรงแทนการทอดในน้ำมัน (พอตักเข้าปากถึงเข้าใจว่าเป็นจริงอย่างคำบอกกล่าวของเชฟนั่นแหละ) ขณะที่น้ำซอสหลังอันเกิดจากการเคี่ยวเนยเล็กน้อย น้ำมันมะกอก น้ำมะนาว น้ำซุป จนเข้ากันได้ดีแล้วค่อยใส่กระเทียมสับลงไปเพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นจางหาย แม้ว่าจะต่างขั้นตอนแต่เมื่อตักใส่ปากพร้อมกันในคำเดียว บอกได้ว่ารสชาติกลมกล่อมจนยากจะถอนมือเชียวล่ะ
มาถึงจานของคนชอบเนื้อแกะ แนะนำให้เลือกสั่ง "ฟายด์แลมช้อป" เพราะนับว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ เริ่มจากซี่โครงแกะนำเข้าระดับพรีเมียมหมักด้วยไวน์แดงและสมุนไพรทิ้งจนเข้าเนื้อ ก่อนจะนำไปย่างให้สุกตามลำดับความชอบของนักชิม ราดด้วยน้ำเกรวี่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอก ซูกินี เกลือ พริกไทย โรสแมรี่ กระเทียม เป็นหลัก ส่งผลให้ซี่โครงแกะจานนี้ปลอดกลิ่นสาบอย่างที่หลายคนหวาดๆ แถมยังนุ่มลิ้นดีอีกต่างหาก และอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ที่ร้านอาหารอิตาเลียนจะขาดไม่ได้ คือ "พิซซ่า" และ "พิซซ่าหน้าผักโขมกุ้ง" ก็ถูกปรุงขึ้นมาเพื่อเอาใจนักชิมชาวไทยโดยเฉพาะ เมื่อเนื้อแป้งบางๆ ถูกวางด้วยผักโขมกับผัดเนย ครีม เกลือ พริกไทย เพื่อไม่ให้ผักกระด้างเกินไป โรยหน้าด้วยมอสซาเรลล่าชีส แล้ววางเรียงด้วยกุ้งตัวโต อบด้วยไฟแรงในเวลาเพียงแค่ 3 นาที...สำหรับเคล็ดลับความอร่อยของถาดนี้ อยู่ที่ต้องกินตอนร้อนๆ เท่านั้น
เน้นแต่จานหลักๆ เกรงว่าจะหนักมากเกินกว่ากระเพาะหนุ่มสาวรับไหว ขอเปลี่ยนอารมณ์มาลิ้มรสของหวานแบบเบาๆ กันบ้าง สำหรับที่ร้านนี้มีให้เลือกหลากหลายแบบ แต่อยากแนะนำ 2 จานสุดฮิตตามแบบฉบับอิตาลีที่ลูกค้าถามหาก็คือ "เค้กทีรามิสุ" และ "แพนนาคอตต้า" เนื้อสัมผัสที่นุ่มและนิ่ม มีกลิ่นหอมของวานิลลารสชาติหวานมัน
ร้าน No.43 อิตาเลียน บิสโตร ตั้งชื่อตามบ้านเลขที่ โดยอยู่ที่ชั้น 1 ของอาคารเคปเฮ้าส์ หากใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีชิดลมแล้วเดินเข้าซอยหลังสวนประมาณ 100 เมตรเท่านั้น บรรยากาศภายในตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย โปร่งโล่ง และอบอุ่นเป็นกันเอง เปิดบริการตั้งแต่ช่วงเช้าในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ตั้งแต่เวลา 06.00-10.00 น. เช่นเดียวกับมื้อกลางวันระหว่างเวลา 11.00-14.00 น. ส่วนมื้อค่ำเป็นแบบอลาคลาส นอกจากอาหารสัญชาติอิตาเลียนแท้ๆ ที่นี่ยังมีอาหารนานาชาติให้เลือกชิมเป็นทางเลือกอีกด้วย...
.......................................
(หมายเหตุ No.43 อร่อยสไตล์อิตาเลียน : คอลัมน์ ชวนชิม)



