
'จาตุรนต์'ดันการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ
'จาตุรนต์' ประกาศดันการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งเป้าปี58 เด็กคิดวิเคราะห์เป็น พร้อมกำหนด 8 นโยบายหลัก เพื่อขับเคลื่อนไปสู่การเพิ่มผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน
11 ก.ค.56 นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยตอนหนึ่งในการแถลงนโยบายและการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาแก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการเมื่อวันที่ 11 ก.ค.56 ว่า การจะพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา หรือปฏิรูปการศึกษานั้น จำเป็นต้องขับเคลื่อนให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งขชาติ เพราะฉะนั้น ตนจะผลักดันให้ประกาศให้ปี 2556 เป็น ”ปีแห่งการรวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา“ โดยมีเป้าหมายมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สามารถคิด วิเคราะห์ เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์และทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ภายในปี 2558 ซึ่งจะอาศัยดัชนีชี้วัดจาก 4 เรื่อง ได้แก่ ผลการทดสอบ PISA ของไทยอยู่ในอันดับดีขึ้น เพราะในการประเมิน PISA ครั้งล่าสุด ปี 2009 คะแนนของไทยอยู่ในอันดับที่ 50 จากประเทศสมาชิก OECD ที่เข้าร่วมประเมิน 65 ประเทศ จึงต้องการผลักดันให้อันดับของไทยขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ขึ้นต้นด้วยข 4
2. มหาวิทยาลัยไทยติดอับดับโลกมากขึ้น ปัจจุบัน ในการจัดอันดับ 400 มหาวิทยาลัยดีที่สุดของโลกโดย Times Higher Education World มีมหาวิทยาลัยติดอันดับแค่เพียงแห่งเดียว 3.สัดส่วนผู้เรียนอาชีวและสามัญเพิ่มขึ้นเป็น 50:50 และ 4.การกระจายโอกาสและเพิ่มความเสมอภาคทางการศึกษามากขึ้น พร้อมกับเน้นการส่งเสริมให้ภาคเอกชนที่มีศักยภาพเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบจัดและสนับสนุนการจัดการศึกษามากขึ้น
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายที่ต้องเร่งรัดดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและสานต่องานที่ทำไว้แล้ว 8 เรื่อง ประกอบด้วย 1.เร่งรัดปฎิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้สัมพันธ์เชื่อมโยงกัน 2.ปฎิรูประบบผลิตพัฒนาครู 3.เร่งนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการปฎิรูปการเรียนรู้ 4.พัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษาให้มีมาตรฐานเทียบได้กับระดับสากล 5.ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาเร่งพัฒนาคุณภาพมาตรฐานมากกว่าการขยายเชิงปริมาณ 6.ส่งเสริมให้เอกชนและทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมจัดและสนับสนุนการศึกษามากขึ้น 7.เพิ่มและกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ และ8.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
นอกจากนี้สิ่งที่จะต้องดำเนินการขับเคลื่อนและเป็นกลไลสำคัญของการศึกษา คือ เร่งรัดจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จัดตั้งสถาบันวิจัยหลักสูตรและพัฒนาการเรียนการสอน สร้างความเข้ามแข็งของกลไลวัดผล ประเมินผล เร่งรัดให้มี พ.ร.บ.อุดมศึกษา เพื่อประกันความอิสระและความรับผิดชอบต่อสังคม และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันจะมีการตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนเรื่องสำคัญต่างๆ และจัดประชุมปฎิบัติการอย่างเป็นระบบ เพื่อระดมความคิดในการขับเคลื่อนงานตามนโยบาย
นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวคิดเรื่องนโยบายการทุจริตคอรัปชั่นในวงการศึกษานั้น เรื่องนี้เป็นนโยบายใหญ่และสำคัญอย่างมากของรัฐบาล ซึ่ง ตนจะกำชับดูแลให้การทำงานในทุกองค์กรหลักศธ.ไม่ว่าจะเป็นการบริหารงานหรือ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทุกอย่างต้องมีความสุจริตโปร่งใสและเป็นธรรม สำหรับกรณีการทุจริตต่างๆที่เกิดขึ้นใน ศธ.นั้น จะต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพื่อหาผู้ทุจริตมาลงโทษให้ได้
ส่วนกรอบเวลาของการแก้ปัญหาทุจริตต่างๆที่เกิดขึ้นจะแล้วเสร็จได้เมื่อไหร่นั้น การทำงานต้องทุกอย่างต้องยึดหลักความถูกต้องรวดเร็วมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมประกอบกัน แต่หากการตรวจสอบเกี่ยวกับการทุจริตนั้นจะใช้นโยบาย หรือไปกำหนดรายละเอียดมากเกินไปไม่ได้ เพราะอาจเป็นการใช้ดุลยพินิจทางการเมืองเป็นเครื่องตัดสิน อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเรื่องการทุจริตต่างๆจะไม่เป็นมวยล้มอย่างแน่นอน
ในวันเดียวกันนั้น นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ได้มอบนโยบายในการประชุมผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยมศัย(กศน.)ทั่วประเทศ ที่สีดารีสอร์ท จังหวัดนครนายก ว่า กศน.เป็นหน่วยงานที่สำคัญที่จะเติมเต็มให้การจัดการศึกษาของประเทศให้สมบูรณ์ได้ โดยมีหลายเรื่องที่จะต้องดำเนินการ เช่น การยกระดับการศึกษาประชาชนจบ ม.6 ใน 8 เดือนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่กศน.ได้ดำเนินการโดยตั้งเป้าหมายไว้ 1.5 แสนคน และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประเมิน ก็ขอให้ดำเนินการอย่างมีคุณภาพ
นอกจากนี้ยังมีเรื่องการจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ หรือกศน.อินเตอร์ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนที่กศน.มอบหมายให้ทุกจังหวัดเปิดห้องเรียนภาษาต่างประเทศจังหวัดละ 1 ห้อง
"อย่างไรก็ตาม อาจจะยังไม่ทั่วถึงและไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชา ดังนั้นเพื่อให้การให้บริการเข้าถึงประชาชนกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ให้มากขึ้นจึงได้มอบให้กศน.จัดหน่วยเคลื่อนที่เพื่ออบรมความรู้ภาษต่างประเทศให้แก่ประชาชนกลุ่มอาชีพต่างๆ เช่น พ่อค้า แม่ค้า เป็นต้น
ขณะเดียวกันเรื่องบ้านหนังสืออัจฉริยะที่เริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2556 กว่า 40,000 หมู่บ้านแล้วนั้น ในการแปรญัญติงบประมาณปี 2557 ก็ได้ขอแปรญํญติเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถจัดตั้งบ้านหนังสืออัจฉริยะให้ครบทั้ง 80,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในโอกาสครบรอบ 60 พรรษาในปี 2558 ในฐานะที่ทรงสนพระทัยเรื่องการอ่านและเป็นนักอ่าน เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่ประชาชน" นายเสริมศักดิ์ กล่าว



