
สธ.ไต้หวันรายงาน2นักท่องเที่ยวติดหวัดในไทย
"วิทยา เผยรับรายงาน 2 นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันติดเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จากไทย เดินทางไปพัทยา สั่งประสานสาธารณสุขไต้หวันเพื่อตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน ส่งทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่แล้ว พร้อมรับมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย ขณะที่ "สธ." ประชุมผู้ประกอบการทัวร์
นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีกระทรวงสาธารณสุขไต้หวันแจ้งกระทรวงสาธารณสุขไทยว่า มีนักท่องเที่ยวชาวไต้หวัน 2 คน ตรวจพบว่า ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 หลังเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศไทยว่า ได้รับรายงานในเรื่องนี้แล้ว จากการรายงานของเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้นทราบว่า ชาวไต้หวัน 2 คนเดินทางไปพัทยา อย่างไรก็ตามได้ให้ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วลงไปในพื้นที่แล้ว ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขกำลังประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขไต้หวัน เพื่อร่วมกันสอบสวนให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน
ส่วนมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่ชาวไต้หวัน 2 คนจะติดเชื้อจากประเทศไทย นายวิทยา กล่าวว่า ก็อาจมีความเป็นไปได้ เพราะช่วงหลังคนที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย พยายามที่จะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบที่สนามบินสุวรรณภูมิ เช่น อาจจะกินยาลดไข้ หรือเอาน้ำเย็นล้างหน้าล้างตาเพื่อให้อุณหภูมิร่างกายลดลง และอาจเป็นตัวการแพร่เชื้อ ดังนั้นคงต้องดูผลการสอบสวนโรคก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก่อน
ต่อข้อถามว่า ข่าวดังกล่าวที่ออกไปจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า อาจมีบ้าง แต่ก็ต้องพยายามทำความเข้าใจว่าที่ผ่านมาไทยได้มีพยายามเฝ้าระวังป้องกันโรคแล้ว โดยใช้มาตรการสกัดกั้นอย่างเข้มแข็ง ในขณะที่ทางยุโรป และสหรัฐฯเองกลับไม่ได้เฝ้าระวังมากเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจ คือ โรคนี้รักษาให้หายได้ โอกาสการเสียชีวิตน้อยมากเพียง 0.5 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญเป็นโรคที่ป้องกันได้
ด้าน นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ล่าสุดในวันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้รับแจ้งจากกระทรวงสาธารณสุขไต้หวันว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไต้หวัน 2 คน ตรวจพบว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 หลังเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในไทยในเดือนมิถุนายน โดยได้เดินทางร่วมกับกลุ่มทัวร์ชาวไต้หวัน ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขไทยอยู่ระหว่างการประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขไต้หวันเพื่อร่วมกันสอบสวนโรคให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนต่อไป เพื่อวางแผนในการควบคุมโรคต่อไป สำหรับรายละเอียดยังบอกไม่ได้ว่านักท่องเที่ยวทั้ง 2 คนเดินทางไปที่ใดมาบ้าง พรุ่งนี้อาจมีรายละเอียดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามการตรวจสอบข้อมูลเพื่อให้ทราบสถานการณ์โรคที่ชัดเจนเพื่อวางมาตรการในการควบคุมโรค
“มาตรการต่างๆ เข้าใจว่าได้ผล แต่ไม่มีมาตรการใดได้ผล 100 % ทางกระทรวงยังคงเดินหน้ามาตรการต่างๆ ต่อไป อีกทั้งการไม่ให้ป่วยคงเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องให้ความรู้ประชาชนและร่วมกันป้องกันโรค”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ให้ข้อมูลการเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ พร้อมยืนยันว่ามีการดูแลผู้ป่วยยืนยันไม่ให้มีการแพร่ระบาด แสดงว่ามาตรการเฝ้าระวังหลุดรั่วหรือไม่ นพ.ศุภมิตร กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นคนละกรณีกัน เพราะผู้ป่วยที่กระทรวงตรวจพบจะนำเข้าสู่ระบบดูแล แต่ก็มีผู้ป่วยที่เล็ดรอดการเฝ้าระวังและเป็นสิ่งที่กังวลมาตลอด ดังนั้นที่ผ่านทางกระทรวงจึงเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนว่าหากมีใครป่วยมีการสงสัยให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา นอกจากนี้คนที่ได้รับเชื้อและมีอาการป่วยไม่มาก ทำให้ขาดความตระหนัก อาจเป็นเหตุให้มาตรการป้องกันหลุดรอดไปได้ ซึ่งในหลายประเทศที่มีการแพร่ระบาดก็เพราะด้วยเหตุนี้ ทั้งนี้ประเทศไทยได้พยายามป้องกันมาตลอดระยะเวลา 1 เดือนครึ่ง
ต่อข้อซักถามว่า มีความเป็นไปได้ว่านักท่องเที่ยวชาวไต้หวันจะติดเชื้อจากผู้ป่วยที่ทางกระทรวงตรวจไม่พบ นพ. กล่าวว่า ขณะนี้ขอให้ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อน
ขณะที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 14.30 น.นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานในฐานประธานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เป็นประธานการประชุมผู้ประกอบกาด้านทัวร์จัดหางานระยะสั้น ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คณะกรรมการการศึกษาภาคเอกชน คณะกรรมการการอุดมศึกษา ผู้บริการโครงการ วายอีเอส (YES) และเอเอฟเอส (AFS) โครงการศึกษาแลกเปลี่ยนวัฒนะธรรมระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ไปในแนวทางเดียวกัน เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงนักศึกษาไทยที่เดินทางไปศึกษาหรือหาประสบการณ์ทำงาน และท่องเที่ยวในต่างประเทศระหว่างปิดภาคเรียนทยอยเดินทางกลับเพื่อศึกษาต่อในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่กลับจากประเทศสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มาแพร่ในประเทศไทยนั้น
นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ในวันนี้เป็นการขอความร่วมมือจากผู้บริหารโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างประเทศ โดยในเดือนมิถุนายนนี้คาดว่าจะมีนักศึกษาแลกเปลี่ยนเดินทางกลับมาไทยร่วม 200 คน ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำแนะนำการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กรณีนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่เดินกลับจากต่างประเทศแล้ว ซึ่งอาจมีบางรายยังไม่แสดงอาการแต่จะเริ่มป่วยหลังเข้าประเทศ และอาจแพร่เชื้อให้กับผู้ใกล้ชิดได้ โดยขอให้เฝ้าติดตามอาการตนเองอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 7 วัน โดยในระยะ 3 วันแรกควรพักอยู่ที่บ้านก่อน ไม่ควรเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ และหากมีอาการควรไปพบแพทย์
นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ขณะที่สถานศึกษาได้ขอความร่วมมือโดยในช่วงเดือนแรกของการเปิดภาคเรียนให้สำรวจว่า มีนักเรียนกลับจากต่างประเทศหรือไม่ และขอให้ติดตามเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดบริการตรวจสุขภาพให้กับนักเรียน และหากพบว่ามีนักเรียนที่มีอาการเจ็บป่วยหลายคนในระยะเวลาใกล้เคียงกันให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งควบคุมโรค



