
เปิดโลกการศึกษามุสลิม : 11 ก.ค.56
คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน : ศาสนา 'ตำราชีวิต'
ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น MSN Hi5 หรือที่ฮิตกันอยู่ในขณะนี้คือ Face Book เชื่อมโยงไร้มิติและพรมแดนทำให้ทุกประเทศที่อยู่ไกลกันสามารถรับรู้เหตุการณ์ต่างๆ กันได้ทันท่วงที วันนี้เปิดโลกการศึกษามุสลิมขอนำเรื่องนี้มาให้คิด และย้อนกลับไปดูว่า สังคมการศึกษาและนักศึกษาปัจจุบันนี้ เดินทางไปในทิศทางใด การศึกษาศาสนาไม่ใช่แค่การศึกษา ไม่ใช่แค่เปิดตำราและการท่องจำเพื่อการสอบผ่าน หรือเพียงเพื่อต่อยอดการศึกษาให้สูงขึ้นเพื่อยกระดับไปตามเงินเดือนของหน่วยงานนั้น
หากแต่การศึกษาศาสนา คือ การศึกษาเพื่อที่จะอยู่บนโลกนี้อย่างมีสุข อยู่บนความถูกต้อง และศาสนาคือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเป็นภูมิคุ้มกันปกป้อง จากกระแสอิทธิพลของวัฒนธรรมต่างๆ ที่ตามมากับความเจริญทางวัตถุ สิ่งนี้คือปัญหาใหญ่ที่ทำให้สังคมนักศึกษาศาสนามีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปจากหลักการศรัทธาต่ออัลเลาะห์และหลักการอันดีงามของศาสนา
นักศึกษาไทยไม่ว่าจะศึกษาในสถาบันศาสนาหรือไม่ก็ตาม ล้วนแล้วจะอยู่ภายใต้สังคมที่น่ากลัวขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันเป็นยุคของสังคมที่นิยมวัตถุ เน้นผลประโยชน์ทางวัตถุเป็นหลัก และเต็มไปด้วยพิษภัยทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นแหล่งมั่วสุม สถานบันเทิง เธค ผับ บาร์ ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่ความเสื่อมและสร้างความมืดมืดให้แก่อนาคตของเยาวชนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะสื่อซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงประชาชนทุกระดับทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสื่อทางโทรทัศน์ วิทยุ อินเทอร์เน็ต ภาพยนตร์ หนังสือพิมพ์ และวารสารต่างๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นดาบสองคมที่เกิดขึ้นกับสังคม ถ้าผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ไม่เอาใจใส่เท่าที่ควรทุกอย่างก็จะเกิดเป็นภัยต่ออนาคตเด็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สังคมนักศึกษาศาสนาเมื่อก่อนเป็นการศึกษาศาสนาที่มีความรัดกุมในเรื่องของระบบการสอนการเรียนแบบอิสลาม สอนให้รู้จักการใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง สมถะ เรียบง่ายไม่ฟุ้งเฟ้อไปกับความเจริญทางวัตถุ และให้มีจิตสำนึกถึงการเป็นมนุษย์ที่มีอนาคตที่แน่นอน คือความตาย ดังนั้นการเป็นอยู่ในแต่ละวัน แม้จะมีกิจกรรม มีสังคมแต่ก็ต้องไม่ละทิ้งละหมาด 5 เวลา ถือศีลอดในเดือนรอมฎอนและมีความรักต่อพี่น้องด้วยความบริสุทธิ์ใจ การคบหาระหว่างหญิงชายเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ให้การสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้หญิงจึงเป็นเพศที่น่าทนุถนอมเป็นแม่ของลูกในอนาคตของผู้ชายหลายๆ คน ในขณะที่ผู้ชายก็มีสังคมแบบผู้ชายและรับรู้เรื่องศาสนาเพื่อเอามาสอนครอบครัวต่อไปในอนาคต
หากแต่ปัจจุบันนี้ สถาบันการศึกษาจากที่เคยศึกษาระบบปอเนาะกลายมาเป็นระบบควบคู่สามัญ ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงหมด แม้กระทั่งตำราเรียน จากศาสนาเต็มร้อยต้องลดลงมาเพื่อให้พอเหมาะกับชั่วโมงเรียน การเป็นอยู่ในสังคมของนักศึกษาในระบบชั้นเรียนก็คงไม่ต่างจากระบบมัธยมศึกษาที่ไม่ปนกับวิชาศาสนาแต่อย่างใด อีกทั้งตำราเรียนวิชาศาสนากลายเป็นหนึ่งตำราเรียนเพียงแค่การเรียนรู้เพื่อการท่องทำ และเพื่อการสอบผ่านวัดระดับ หากแต่ไม่ใด้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง
นักศึกษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นกุญแจสำคัญของประเทศไทยเลยทีเดียวในเรื่องภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี ที่จะเป็นหนึ่งเหตุผลที่จะนำไปสู่การสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย เพราะพื้นฐานด้านภาษามลายู อาหรับ ที่เอาใจโลกมุสลิมได้อย่างดีทีเดียว แต่ก็กังวลแนวทางและหนทางที่เดินอยู่ในสังคมจะทำให้เป้าหมายของน้องๆ เหล่านี้พลาดไปได้อย่างน่าเสียดาย
น้องๆ ทุกคนต้องยึดหลักศาสนาในการใช้ชีวิต เพราะเราปฏิเสธเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าไปไม่ได้ ที่สำคัญเราต้องอยู่ร่วมกับมันให้ได้ แต่จะทำอย่างไรที่จะใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตสร้างสังคมมุสลิมที่ดีและก้าวไปพร้อมกับการเติบโตของเทคโนโลยีได้โดยไม่หลงลืมหลักคำสอนของอัลเลาะห์
...........................................
(คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน : ศาสนา 'ตำราชีวิต')



