ไลฟ์สไตล์

'บ้านไม่บาน'สุด'โมเดิร์น'

'บ้านไม่บาน'สุด'โมเดิร์น'

06 ก.ค. 2556

'บ้านไม่บาน'สุด'โมเดิร์น'หลังสุดท้ายของ'ยายน้อย'(1) : คอลัมน์บ้านไม่บาน

               เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปเป็น "เจ้าภาพ" และเป็น "ตัวแทน" ของบรรดา "สถาปนิก" และ "วิศวกร" ของคณะทำงาน "บ้านไม่บาน" ในงานสวดอภิธรรมศพและแสดงความเคารพเป็นครั้งสุดท้ายต่อ "ยายน้อย หวลโคกสูง"  สิริอายุกว่า 90 ปี ที่วัดสะแก อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผมเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อไปร่วมงาน แต่ในความคิดของคนบ้านนอกคอกนาอย่างผม การที่ได้มีโอกาสเดินทางไปแสดงความคารวะเป็นครั้งสุดท้าย มีค่ามากกว่าการเดินทางไปแสดงความยินดีในงานบุญหรืองานรื่นเริงต่างๆ

               จะว่าไปแล้วผมกับ คุณยายน้อย" ก็ไม่ได้เคยเจอหน้ากันตัวเป็นๆ หรอกครับ แต่ "ชะตาชีวิต" ก็นำพาให้มารู้จักกัน โดยเริ่มจากรู้จักกับทางหลานชายที่ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ที่ใฝ่ฝันว่าสักวันจะเก็บหอมรอมริบเพื่อสร้างบ้านให้ "ยายน้อย" ที่ชราภาพมากแล้ว จะได้อยู่อาศัยในบั้นปลายชีวิต ก็เลยกลายเป็นที่มาของ "บ้านไม่บาน" หลังสุดท้ายของ "ยายน้อย" ที่สุดจะ "โมเดิร์น" หลังนี้

               จากการที่ผมได้มีส่วนร่วมในการรับรู้ รับทราบในกระบวนการออกแบบและการก่อสร้างของบ้านหลังนี้ สารภาพตามตรงครับว่า แรกเริ่มก็มีความกังวลใจลึกๆ ว่า "บ้านไม่บาน" ที่ได้รับการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่แสนจะ "โมเดิร์น" หลังนี้ "ยายน้อย" จะรับได้หรือไม่ เพราะเป็นคน "โคราช" โดยกำเนิด ไปไหนมาไหนก็ยังพกพา "เชี่ยนหมาก" ติดตัวตลอดเวลา ยังเป็นคนรุ่นเก่าที่ติดทานหมากปากแดงอยู่ครับ แต่ผิดคาดครับ เพราะว่า "ยายน้อย" ที่อายุร่วม 90 ปีแล้ว กลับชื่นชอบบ้านที่สุดทันสมัยหลังนี้อย่างยิ่ง โดยเฉพาะการใช้โครงสร้างเหล็ก "ไวด์แฟรงค์" หรือ "เอชบีม" ตลอดจนการใช้ระบบ "ก่อสร้างสำเร็จรูป"

               สำหรับผมแล้ว บ้านหลังนี้เป็นหนึ่งใน "บ้านไม่บาน" ที่ผมมีความชื่นชมเป็นที่สุด อาจเป็นเพราะได้เห็นความรัก+ความเอื้ออาทรของคนสองวัย (ยาย+หลาน) หรืออาจเป็นเพราะผมได้เห็นพัฒนาการการออกแบบตั้งแต่เป็นบ้านชั้นเดียว เนื่องจากมีงบประมาณที่จำกัด และต่อมาก็ขยายเป็นบ้าน 2 ชั้น ซึ่งได้ออกแบบให้มีทางลาดเผื่อไว้สำหรับ "ยายน้อย" ในอนาคตที่อาจเดินไม่ไหวต้องใช้รถเข็นและจำเป็นต้องเร่งการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยไว เพราะเวลาก็เหลือน้อยเต็มที (เพราะอายุก็ได้ล่วง 90 ปีไปแล้ว) ทำให้ คณะทำงาน "บ้านไม่บาน" ก็ทุ่มเทสรรพกำลังที่จะเร่งก่อสร้างบ้านหลังนี้ให้ทันเวลา เพื่อ "ยายน้อย" จะได้เข้าไปอยู่

               ชีวิตก็มีการพลิกผันเสมอครับ ในช่วงที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง หลานชายสุดที่รักได้พบว่า "ยายน้อย" เป็นมะเร็งที่กระพุ้งแก้ม (อาจเกิดจากสาเหตุที่ทานหมากมากเกินไปหรืออย่างไรก็แล้วแต่) ทำให้เกิดแผลในกระพุ้งแก้ม มีเนื้องอกขึ้นมาเท่าลูกปิงปอง จึงจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วน ก็เหมือนกับ "แม่" ของผมนั่นแหละครับ ท่านจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจในวัย 82 ปี ซึ่งก็ต้องมีการดมยาสลบ ร่างกายจำเป็นต้องมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะฟื้นตัวภายหลังการผ่าตัดใหญ่ ดังนั้นยิ่งอายุมากเท่าไรการผ่าตัดก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น แต่จะไม่ผ่าก็ไม่ได้ เพราะสถานการณ์คับขันเต็มที

               ภาพสุดท้ายที่ "ยายน้อย" ได้เห็นเมื่อครั้งยังมีสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์สามารถรับรู้ได้และสามารถสื่อสารได้ก็คือ ภาพที่ได้บันทึกไว้ใน "ไอแพด" ของ "บ้านไม่บาน" ที่สุดจะ "โมเดิร์น" หลังนี้ครับ

               นอกจากนั้น ยังได้เห็นภาพของแต่ละขั้นตอนของการก่อสร้างที่เดินมาได้ค่อนทางแล้ว อีก 2-3 เดือน ก็น่าจะเสร็จสมบูรณ์ และเมื่อถึงวันนั้น "ยายน้อย" ก็จะได้ย้ายไปที่ห้องในบริเวณชั้นล่างที่ได้จัดเตรียมไว้ แต่เหตุการณ์ก็ไม่เป็นไปอย่างที่วาดฝันไว้ครับ หลังการผ่าตัด "ยายน้อย" ก็ละสังขารไปอย่างสงบ หลังจากคณะแพทย์พยายามยื้อชีวิตกับพญามัจจุราชได้ถึง 10 วัน

               จากการที่ผมได้มีโอกาสไปเป็นเจ้าภาพในงานสวดอภิธรรมศพของ "ยายน้อย" ในช่วงนั่งฟังพระสวด และได้มีโอกาสนั่งนิ่งๆ มองรูป "ยายน้อย" ใจก็ลอยกลับไปที่ห้องทำงานของผม ที่ยังจำได้ชัดเจนถึงเสียงหัวเราะที่เบิกบานในระหว่างการพัฒนารูปแบบ "บ้านไม่บาน" หลังนี้ ยังจำได้ถึงบรรยากาศการแลกเปลี่ยนทัศนคติของ "สถาปนิก" และ "วิศวกร" ในการออกแบบ "โครงสร้างเหล็ก" และการออกแบบ "ระบบการก่อสร้างสำเร็จรูป" ของบ้านหลังนี้ ยังจำได้ถึงบรรยากาศของการประชุมกันเกี่ยวกับ "บ้านไม่บาน" หลังนี้ ทำให้ผมรับรู้ว่า กว่าจะเป็น "บ้านไม่บาน" แต่ละหลังนั้นล้วนแล้วแต่มีที่มาที่ไปที่แสนจะงดงาม เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายครับ มีทั้งความสุขสุดๆ คลุกเคล้ากับความเศร้าเสียใจอย่างสุดๆ ก็เป็นอีกหนึ่งของ "ละครชีวิต" ครับ และเป็นบทพิสูจน์ว่าสุดท้ายก็ไม่มีใครเก่งเกินไปกว่าใคร ไม่ว่าผมหรือ "ยายน้อย" หรือใครต่อใคร สุดท้ายก็ต้องละสังขารจากโลกที่สับสนวุ่นวายนี้ไป เป็นปรากฏการณ์พื้นฐานของธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของ "วิถีชีวิต" ที่ "งามง่าย พอเพียง" ใน "บ้านไม่บาน" อันเป็นทั้ง "ที่รัก และ ที่พักอาศัย" โดยแท้จริงครับ

               หากกุศลผลบุญที่ผมได้ลงมือกระทำไว้มีจริง ก็หวังว่า "ยายน้อย" คงได้รับส่วนบุญกุศลที่ผมได้อุทิศไปให้ครับ และหวังว่าสักวันหนึ่ง ในอนาคตบน "ทางช้างเผือก" คงได้มีโอกาสเจอ "ยายน้อย" อีก และหากผมและทีมงาน "บ้านไม่บาน" ได้มีโอกาสลงมือทำบ้านให้ "ยายน้อย" อีก ในครั้งหน้าผมสัญญาว่าจะรีบเร่งรัดทำให้แล้วเสร็จให้ไวกว่าครั้งนี้ครับ

 

 .............................................

('บ้านไม่บาน'สุด'โมเดิร์น'หลังสุดท้ายของ'ยายน้อย'(1) : คอลัมน์บ้านไม่บาน)