
'สท.'พาน้องรัก(ษ์)ไทยในแดนมังกร
'สท.'พาน้องรัก(ษ์)ไทยในแดนมังกร 'สยาม'นครแห่งยิ้ม-ไหว้-น้ำใจงาม : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ
ว่ากันว่า หากกล่าวถึงบทเพลงที่ถ่ายทอดความเป็นไทยได้ดีที่สุด หลายคนต้องนึกถึง "สยามเมืองยิ้ม" ต้นฉบับขับร้องโดย ราชินีลูกทุ่ง "พุ่มพวง ดวงจันทร์ บทเพลงที่ถูกเลือกให้ขับร้องแสดงความเป็นไทยในเวทีต่างประเทศหรือแม้แต่ในประเทศไทยเองก็ตาม
ล่าสุด พงษ์สิทธิ์ จันทะโครพ หรือ ซัน หนุ่มน้อยร่างท้วม ผิวเข้ม วัย 20 ปี นักศึกษา ปวส. 2 สาขางานการโยธา วิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม จ.อุบลราชธานี ในฐานะตัวแทนประเทศไทยได้นำบทเพลงสยามเมืองยิ้มร่วมแสดงถ่ายทอดความเป็นไทย บนเวทีศูนย์วัฒนธรรมและศิลปะ Fangchenggang ในพิธีปิดการประชุมสัมมนา China-Southeast Asia High-Level People-to-People Dialogue ณ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง โดยซันสวมเสื้อผ้าแบบไทยพระราชนิยม นุ่งผ้าโจงกระเบน สวมเสื้อราชปะแตน ถุงเท้ายาวสีขาว รองเท้าหุ้มส้น ทันทีที่เสียงเพลงจบลง เสียงปรบมือก็ดังกึกก้องไปทั่วห้องประชุมขนาดใหญ่ที่บรรจุคนได้กว่า 1,000 ที่นั่ง
ทว่าในภาพการแสดงบนเวทีผู้อ่านอาจสงสัยว่าเพราะเหตุใดซันถึงไม่ติดกระดุมเสื้อ? ไม่เรียบร้อยเอาซะเลย!!! ความจริงไม่ได้อยากให้เป็นเช่นนั้น แต่ด้วยเสื้อไม่มีขนาดเล็ก และบวกกับทางประเทศไทย โดยสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หน่วยงานที่เชิญซันร่วมเดินทางไปประเทศจีนครั้งนั้นไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่าจะต้องแสดงในการประชุมข้างต้น เพราะการเดินทางของซันครั้งนั้นมีเป้าประสงค์คือเข้าร่วมโครงการ China-ASEAN Youth Camp June 2-8, 2013
ซัน เล่าว่า รู้สึกว่าการแสดงในวันนั้น (4 มิ.ย.56) เป็นงานหนักที่จะต้องแสดงความสามารถให้คนต่างชาติยอมรับ แต่ซันภูมิใจมากที่ได้เป็นตัวแทนคนไทย และบอกกับตัวเองเสมอว่าต้องทำหน้าที่ของเขาให้ดีที่สุดถึงแม้จะมีเวลาเตรียมตัวเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม
เมื่อถูกถามถึงเหตุผลที่เลือกเพลงสยามเมืองยิ้มขึ้นแสดง ซันตอบว่า เพลงสยามเมืองยิ้มเป็นเพลงที่มีเนื้อร้องสื่อถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย เล่าเรื่องราวการส่งรอยยิ้ม การรับรอยยิ้ม และการไหว้ให้ต่างชาติเข้าใจได้ง่าย ตามที่มีคนกล่าวอ้างไว้ว่า "ยิ้มสยาม"
"รู้สึกดีใจมากๆ เลยก็ว่าได้ครับ เพราะตอนที่ร้องเป็นการร้องสดๆ ไม่มีดนตรีประกอบเลย แต่ก็มีสิ่งที่กลัวที่สุดคือกลัวว่าชาวต่างชาติจะฟังไม่รู้เรื่อง และที่ดีใจกว่านั้นคือหลังจากที่ร้องเพลงเสร็จแล้ววันต่อมายังมีชาวต่างชาติเข้ามาชมว่าร้องไพเราะ และไปไหนๆ ก็มีคนให้ร้องให้ฟังตลอดเลย เขินสุดๆๆ เลยครับ (หัวเราะ)" หนุ่มน้อยจากวิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ซัน เล่าว่า ประสบการณ์ที่ได้นอกจากการที่ได้เปิดหูเปิดตาพบกับสิ่งใหม่ๆ แล้วยังได้มิตรภาพจากการเดินทาง ได้เรียนรู้วัฒนธรรมต่างชาติในอาเซียน เหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
อย่างไรก็ตาม ซัน แอบกระซิบ (ดังๆ) ว่า หากการเดินทางไปประเทศจีนครั้งนั้นตลอด 7 วัน ได้เข้าร่วมค่าย China-ASEAN Youth Camp June 2-8, 2013 ตามกำหนดการของ สท.พม. เชื่อว่าเขาจะได้รู้จักและได้เรียนรู้วัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียนและจีน และจะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกภาษาของแต่ละประเทศมากยิ่งขึ้น และที่แน่นอนจะได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษที่เป็นภาษากลางในการสื่อสารกับประเทศอาเซียนทั้ง 8 ประเทศอีกด้วย (ราชอาณาจักรกัมพูชาไม่ได้เข้าร่วมงาน)
"ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เข้าค่ายเยาวชน แต่อย่างน้อยผมได้ไปแสดงความเป็นไทยให้จีนและเพื่อนประเทศอาเซียนได้ดูก็ดีใจแล้วครับ อีกอย่างได้ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ของจีน เช่น สวนสาธารณะ ชุมชนบ้านสมัยเก่าตามริมคลอง เที่ยวห้างในจีน ได้นั่งรถไฟนอน 13 ชั่วโมงที่มีเตียงนอนเหมือนเตียงในหอพัก 3 ชั้น ไม่มีม่านปิดบัง ใครเดินไปเดินมาทำอะไรเห็นหมด (หัวเราะ) ประสบการณ์ครั้งนี้สุดยอดครับ ไม่มีวันลืม" ซันกล่าวในที่สุด
สำหรับการแสดงของประเทศอาเซียนอีก 8 ประเทศ เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) แสดงการร่ายรำประกอบเพลงลักษณะผู้ชายรําเกี้ยวสาว สวมชุดประจำประเทศลาวผู้หญิงลาวนุ่งผ้าซิ่น และใส่เสื้อแขนยาวทรงกระบอก สำหรับผู้ชายมักแต่งกายแบบสากล หรือนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อชั้นนอกกระดุมเจ็ดเม็ด คล้ายเสื้อพระราชทานของไทย ส่วนสาธารณรัฐสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สหภาพพม่า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม บรูไนดารุสซาลาม ต่างสวมใส่ชุดประจำชาติขับร้องพร้อมเต้นประกอบเพลงที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ
......................................................
('สท.'พาน้องรัก(ษ์)ไทยในแดนมังกร 'สยาม'นครแห่งยิ้ม-ไหว้-น้ำใจงาม : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ)



