ไลฟ์สไตล์

สกว.หนุนงานวิจัยรับ'ประชาคมอาเซียน'

สกว.หนุนงานวิจัยรับ'ประชาคมอาเซียน'

01 ก.ค. 2556

สกว.หนุนงานวิจัยปริทรรศน์ประวัติศาสตร์อาเซียนสร้างฐานความรู้เข้าใจตัวเองและเพื่อนบ้าน และผลวิจัยเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวไทยก่อนเปิดประชาคมอาเซียน


              1ก.ค.2556 ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธานการประชุมสัมมนาวิชาการ “ปริทรรศน์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ครั้งที่ 1 ณ โรงแรมเอส ดี อเวนิว กรุงเทพฯ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-28 มิถุนายน 2556 โดยโครงการวิจัยปริทรรศน์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเอเชียจัดขึ้น ภายใต้การสนับสนุนจาก สกว.

              ผู้อำนวยการ สกว.กล่าวว่า โครงการวิจัยนี้สอดคล้องกับทิศทางของประเทศที่จะมุ่งสู่ประชาคมอาเซียน ดังจะเห็นได้จากวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนของคณะวิจัยอันจะทำให้เกิดความเข้าใจต่อประเทศเพื่อนบ้านในมุมมองใหม่จากประเทศไทยที่สร้างสรรค์ ก่อให้เกิดความเข้าใจและสันติสุขในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ตนเห็นความสำคัญ คือ การสร้างองค์ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ จะเห็นได้ชัดว่าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน สกว.ได้สนับสนุนงานด้านมนุษยศาสตร์อย่างจริงจังและมากยิ่งขึ้น เพื่อจะสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นเพราะเป็นงานพื้นฐานสำคัญของสังคมไทย การเข้าใจตนเองและเพื่อนบ้านจะนำไปสู่ผลกระทบที่ดีต่อประเทศไทย งานมนุษยศาสตร์อาจไม่ได้มีผลตอบแทนเป็นตัวเงิน เมื่อมองในเชิงวิชาการ คุณภาพชีวิต ความสุขและสันติสุขที่เกิดขึ้น งานวิจัยด้านมนุษยศาสตร์จะเป็นฐานสำคัญของสังคมที่จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อไป

              ขณะที่ ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร เมธีวิจัยอาวุโส สกว. และหัวหน้าคณะวิจัย กล่าวว่า โครงการวิจัยนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี นับตั้งแต่ปี 2555-2557 มีนักวิจัยรุ่นกลางและรุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เข้าร่วมคณะจำนวน 15 คน วัตถุประสงค์ของโครงการนี้คือ การผลิตผลงานวิจัยและค้นคว้าทางวิชาการที่จะช่วยส่งเสริมให้วงวิชาการและสังคมไทยในทุกระดับได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้เรื่องราวของชาติเพื่อนบ้านในโอกาสที่ไทยจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีกสองปีข้างหน้า ผลงานวิจัยของโครงการมีเนื้อหาครอบคลุมพัฒนการด้านประวัติศาสตร์ที่มุ่งเน้นความเป็นเอกภาพ และรากฐานของพหุวัฒนธรรมที่ได้สร้างอัตลักษณ์ให้แก่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้คณะวิจัยยังให้ความสำคัญแก่การศึกษาพัฒนาการด้านภูมิปัญญาของชนชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยหวังว่าบทบาทของบุคคลเหล่านี้จะให้ข้อคิดและข้อเตือนในแก่สังคมไทยร่วมสมัย

              “คณะวิจัยคำนึงอยู่เสมอว่าผลงานวิจัยจะสูญเปล่าหากไม่ได้รับการเผยแพร่หรือใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง จึงตั้งเป้าหมายที่จะจัดการประชุมทุก 6 เดือน และได้ให้ความร่วมมือแก่สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ในการจัดประชุมสัมมนาวิชาการเรื่อง “จากนานามาลยรัฐสู่มาเลเซียและสิงคโปร์ในปัจจุบัน” โดยเอื้อเฟื้อส่งนักวิจัยในโครงการไปเป็นวิทยากรบรรยาย นอกจากนี้ยังร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร องค์การมหาชน จัดชุดการบรรยายและเสวนาทางวิชาการเรื่อง “เอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” อย่างต่อเนื่องทุกสองเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

              ทั้งนี้โครงการตั้งเป้าหมายว่าจะผลิตเอกสารงานวิจัยออกมาให้ได้อย่างน้อย 8 เล่ม เพื่อเป็นฐานความรู้ด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาแก่บุคลากรด้านการศึกษาและผู้สนใจทั่วไป โดยทั้งหมดจะผ่านการตรวจสอบมาตรฐานอย่างเคร่งครัด”

 


จัดเวทีนำเสนอผลวิจัยเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว


              ขณะเดียวกันที่ห้องประชุม 1 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ชั้น 14 อาคาร เอส เอ็ม ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ  โครงการกิจกรรมการเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคนโยบาย สกว. จัดประชุมเวที สกว. (TRF Forum) เรื่อง “การพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับ AEC: ประเด็นเพื่อพิจารณา” เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.เพื่อให้นักวิจัยในชุดโครงการวิจัยด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ซึ่งได้รับทุนวิจัยจาก สกว. นำเสนอข้อมูล ผลการวิจัย และข้อเสนอแนะต่อสาธารณชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากที่ประชุม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวิจัยในอนาคต และนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดยมี รศ.มยุรี จัยวัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สกว. เป็นประธานในการประชุม

              รศ.ดร.กิตติ ลิ่มสกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอผลวิจัยเรื่อง “ผลกระทบจากการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย : การสร้างเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของภูมิภาค” พบว่า ในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวอาเซียนควรมีการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศด้วยการสร้างอัตลักษณ์หรือความเป็นตัวตนของแต่ละภูมิภาคให้ชัดเจน เช่น ภาคอีสานใต้กับการเป็นเมืองนครชัยภูมิประตูสู่ลาวและเขมร ภาคอีสานเหนือกับการเป็น Geo park หรือพื้นที่ที่มีซากดึกดำบรรพ์และเชื่อมต่อวัฒนธรรมลาว หรือกรุงเทพมหานครกับการท่องเที่ยวประวัติศาสตร์เชิงสมัยใหม่และการตั้งถิ่นฐานริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นต้น

              ผศ.ดร.ทวีศักดิ์ แตะกระโทก มหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอผลวิจัยเรื่อง “การยกระดับความปลอดภัยในการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติตามมาตรฐานสากล” พบว่า การพัฒนาระบบขนส่งของประเทศให้มีความปลอดภัยจะสามารถยกระดับการท่องเที่ยวไทยตามมาตรฐานระดับสากลได้ เช่น การพัฒนาแผนที่เส้นทางเสี่ยงของถนนในประเทศไทย การให้ความสนใจแก่นักท่องเที่ยวในด้านทัศนคติและพฤติกรรมต่อการเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นใจต่อนานาประเทศ ทั้งในด้านการท่องเที่ยวและความปลอดภัยในระหว่างท่องเที่ยว โดยเฉพาะความปลอดภัยทางถนน

              คุณพจนา สวนศรี สถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน นำเสนอผลวิจัยเรื่อง “การพัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนสำหรับภูมิภาคอาเซียนสู่ความเป็นสากล” พบว่า ประเทศไทยมีการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวแบบภาคประชาชนมีส่วนร่วมมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากขาดกระบวนการและการสานต่อในระดับนโยบาย การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนควรถูกยกระดับให้เป็นการท่องเที่ยวที่สำคัญเพื่อรองรับ AEC โดยชี้ให้เห็นว่าชุมชนที่ทำท่องเที่ยวต้องมีการพัฒนาเรื่องอะไรบ้าง เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และไม่เป็นเพียงการท่องเที่ยวทางเลือกอย่างที่ผ่านมา

              รศ.ดร.เรณุมาศ มาอุ่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำเสนอผลวิจัยเรื่อง “การพัฒนาทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และจากสถิตินักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นกลุ่มผู้สูงอายุจำนวนมาก ทำให้แนวโน้มในการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์ทางเลือกและธรรมชาติบำบัดเป็นที่นิยมมากขึ้น รัฐบาลไทยองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพรองรับ AEC ทั้งนี้ ผลวิจัยนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรเฉพาะด้านสำหรับการพัฒนาบุคลากรผู้ที่รับผิดชอบในการจัดการท่องเที่ยงแก่ผู้สูงอายุของคณะศึกษาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์