ไลฟ์สไตล์

มสด.ต้องออกนอกระบบให้ได้

มสด.ต้องออกนอกระบบให้ได้

01 ก.ค. 2556

เปิดวิสัยทัศน์ : มสด.ต้องออกนอกระบบให้ได้ ภารกิจ 'ผศ.ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ' : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ

 

                          "จะว่าเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้ได้ในสมัยผมก็ไม่ผิดนัก กับการดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือการออกนอกระบบนั่นเอง ซึ่ง มสด.ได้ดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนมาตั้งแต่ปี 2550 เรียกได้ว่า ประชาคมทั้ง 2,475 คน รับรู้และเข้าใจว่า ในอนาคตข้างหน้าพวกเราต้องเดินออกนอกระบบไปด้วยกัน เป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตอย่างแน่นอน" ผศ.ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ที่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2556 กล่าว

                          ผศ.ดร.พิทักษ์ รับราชการมาแล้ว 27 ปี เริ่มต้นชีวิตข้าราชการครั้งแรกที่สถาบันแห่งนี้ เรียกว่าเป็นลูกหม้อ เติบโตมาตามลำดับ ทั้งสายวิชาการและงานบริหาร มีส่วนร่วมผลักดันให้นำงานวิชาการมาแปรเป็นผลตอบแทนทางธุรกิจหล่อเลี้ยงบุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภารกิจที่ต้องสานต่อและต้องให้เสร็จเห็นผลได้ในทางปฏิบัติคือ การทำให้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือการออกนอกระบบในชื่อมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ก่อนหน้านี้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการวาระ 1 ในร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตแล้ว ด้วยคะแนนเสียง 388 ต่อ 1 คะแนน งดออกเสียง 1 คะแนน และได้ตั้งคณะกรรมาธิการ 30 คนขึ้นมาพิจารณาแปรญัตติเรียบร้อย เหลือเพียงส่งให้วุฒิสภาพิจารณา และส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายได้

                          "จะว่าเป็นงานตามภารกิจก็ใช่ จะว่าเป็นงานเร่งด่วนที่ต้องทำให้เสร็จก็ใช่ เพราะผมจะเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตคนสุดท้าย และสวนดุสิตก็จะต้องเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับให้ได้ในสมัยนี้ เรียกว่าต้องทำเรื่องที่เป็นประวัติศาสตร์ 2 เรื่องไปคราวเดียวกัน จากนั้นมหาวิทยาลัยก็ต้องสรรหาอธิการบดีใหม่ตาม พ.ร.บ. ส่วนว่าผมจะลงอีกหรือไม่ ต้องดูอนาคต ถ้าต้องลงก็ต้องลง หรือใครจะมาเป็นอธิการบดีผมก็ทำงานได้ตามเดิม เพราะเป็นลูกหม้อที่นี่ ที่นี่เป็นบ้าน ผมก็คงจะไม่ไปไหน" ผศ.ดร.พิทักษ์ กล่าวยืนยัน

                          ภารกิจอีกด้านที่ต้องทำควบคู่คือ การสร้างให้องค์กรมีความมั่งคั่ง ทั้งสติปัญญา ความคิด และนวัตกรรมต่างๆ คือการเน้นเพิ่มขีดความสามารถของบัณฑิตใน สาขาที่เป็นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยทั้ง 4 ด้าน  คือ อุตสาหกรรมอาหาร  อุตสาหกรรมการบริการ การศึกษาปฐมวัย และพยาบาลผู้ดูแลเด็กและผู้สูงอายุ  ตลอดจนพัฒนามหาวิทยาลัยให้มีความเข้มแข็งเพื่อเตรียมพร้อมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

                          ปัจจุบัน สมด.มีนักศึกษาอยู่ 15,740 คน ในจำนวนนี้เป็นนักศึกษาปี 1 จำนวน 4,210 คน ซึ่งการเปิดสอนแต่ละหลักสูตรจะเน้น สาขาที่เป็นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยทั้ง 4 ด้าน คือ หลักสูตรใหม่จะเน้นบูรณาการศาสตร์ บนพื้นฐานความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานที่เฉพาะเจาะจง เช่น หลักสูตรเลขานุการทางการแพทย์ ธุรกิจการบิน เป็นต้น เพื่อสร้างความเข้มแข็งเป็นเลิศทางวิชาการของหลักสูตรที่พัฒนาและปรับปรุงแล้ว เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

                          โดยนำความเข้มแข็งและความเชี่ยวชาญที่เป็นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมาพัฒนาให้มีความเป็นเลิศ เน้นการเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางที่ผลิตบัณฑิตและพัฒนาสังคมบนพื้นฐานความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นเป็นอัตลักษณ์ของตนเอง และใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และยั่งยืน และใช้ระบบการบริหารทุนมนุษย์ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติงาน และนำระบบสมรรถนะ มาเป็นฐานในการบริหารงานบุคคล และบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ภายใต้หลักการบริหารกิจการที่ดีและมีการติดตามและประเมินการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

                          อย่างไรก็ตาม การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ คนสวนดุสิตต้องศึกษา และทำความเข้าใจรายละเอียดต่างๆ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงตนเองให้รองรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทุกคนจำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถที่หลากหลายกว้างขวางมากกว่าความรู้เดิมที่มีอยู่ รวมถึงพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการของมหาวิทยาลัยให้อยู่รอดได้ในอนาคต

 

 

----------------------

(เปิดวิสัยทัศน์ : มสด.ต้องออกนอกระบบให้ได้ ภารกิจ 'ผศ.ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ' : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ)