ไลฟ์สไตล์

'จากวงสนทนา สู่กลไกตลาดบ้านจำรุง'

'จากวงสนทนา สู่กลไกตลาดบ้านจำรุง'

30 มิ.ย. 2556

จากวงสนทนา สู่กลไกตลาดบ้านจำรุง : คอลัมน์ ถิ่นไทยงาม


          "ลุงใจ" มานพ กว้างขวาง และ "ผู้ใหญ่ตี๋" ชาติชาย เหลืองเจริญ สองแกนนำสำคัญ ที่ผลักดันผลของการหารือเพื่อแก้ปัญหาปากท้องของชาวบ้านจำรุง จากวงสนทนาเล็กๆ ให้กลายเป็นชุมชนเข้มแข็งได้สำเร็จ และมีเครือข่ายโยงใยการทำกิจกรรมต่างๆ มาถึง 40 กลุ่ม กระจายไปทั่วตำบล ไม่เฉพาะแค่พื้นที่หมู่ 7 บ้านจำรุงเท่านั้น 

 

                                          'จากวงสนทนา สู่กลไกตลาดบ้านจำรุง'

 
          บ้านจำรุง อยู่ใน ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง  จากเดิมชาวบ้านทำสวนผลไม้ สวนยางพารา ทำนาและประมงพื้นบ้าน แต่มีปัญหาหนี้สิน ปัญหาสุขภาพ จนวันหนึ่งชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ ที่ล้อมวงคุยกันอยู่บ่อยๆ ถกปัญหาเดิมๆ คุยไปคุยมาจนเห็นว่า ทางออกที่ดีที่สุดคือ ยึดแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเน้นย้ำให้คนไทยยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้ง พึ่งพาตัวเอง นั่นแหละเลยถึงทางออก ที่จัดการรวมกลุ่มกันทำงาน


                                          'จากวงสนทนา สู่กลไกตลาดบ้านจำรุง'


 
          ลดการใช้สารเคมี เพื่อสุขภาพของชาวสวนเอง ปลูกพืชผักแซมในสวนผลไม้ เป็นอาหารโดยที่ไม่ต้องซื้อหา ลดการกู้หนี้ยืมสิน แต่หันมาเก็บออม โดยเริ่มลงมือทำในกลุ่มเล็กๆ แล้วค่อยชักชวนคนอื่นๆ มาร่วมวง พอเห็นผลคนเชื่อมั่นก็มาสมทบกันมากขึ้น จนในที่สุดก็ขยายวงออกไปยังหมู่บ้านต่างๆ ในเขต ต.เนินฆ้อ รวมไปถึงหมู่บ้านในตำบลข้างเคียงที่เห็นดีเห็นงาม มาร่วมมือกันทำกิจกรรมต่างๆ ด้วย
 

                               'จากวงสนทนา สู่กลไกตลาดบ้านจำรุง'

          ทุกวันนี้ เดินเข้าไปในบ้านจำรุง จะเห็นป้ายบอกโครงการต่างๆ ตามแยก ตามซอย ทั้งโรงงานแปรรูปผลไม้ และผลิตภัณฑ์, ธนาคารต้นไม้, ธนาคารชุมชน, กลุ่มเกษตรพื้นบ้าน, โรงอาหารสุขภาพ กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำปลา, ธนาคารขยะ กลุ่มแปรรูปปุ๋ย น้ำจุลินทรีย์ กลุ่มโฮมสเตย์ รวมๆ แล้วมีทั้งหมด 40 กลุ่มกิจกรรม และมีการนัดแนะกันทุกวันที่ 15 เวลาบ่ายโมง แต่ละกลุ่มจะมาเจอ มาพูดคุยปัญหา เพื่อหาทางออก และเป็นกำลังใจในการทำงานกันต่อไป
 
          นอกเหนือจากการสร้างงานในชุมชน ก่อให้เกิดการซื้อขายผลผลิตในพื้นที่โดยลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง มีการเก็บออม แทนการกู้เงิน ผลิตปุ๋ยใช้เองแทนการซื้อปุ๋ยเคมีมาใช้ ทุกกิจกรรม ทุกงาน ได้ผลผลิตก็ขายกันในชุมชน ก่อให้เกิดกลไกการตลาดท้องถิ่นที่เข้มแข็ง จนวันนี้มีผู้คนจากทั่วประเทศเดินทางมาศึกษาดูงานไม่เว้นแต่ละวัน



                                          'จากวงสนทนา สู่กลไกตลาดบ้านจำรุง'  


          ผู้ใหญ่ตี๋ พาเดินดูส่วนของธนาคารต้นไม้ พร้อมกับบอกเล่าให้ฟังว่า ที่นี่ปลูกไม้หลายระดับ ตั้งแต่ไม้เศรษฐกิจยืนต้น กับไม้ผล และไม้กินได้ พืชผักสวนครัวในบริเวณเดียวกัน ใครอยากได้พันธุ์ไม้อะไรแจ้งกันมา ทางกลุ่มก็จะจัดหาพันธุ์มาเพาะขาย ในราคาชาวบ้าน พวกที่ปลูกผลไม้ก็นำมาขายกันในกลุ่ม หรือขายให้กลุ่มแปรรูป พอแปรรูปเสร็จ พวกที่เป็นพ่อค้าแม่ขายก็ไปซื้อมาวางขาย เอาแค่นักท่องเที่ยวกับพวกที่มาดูงาน ก็ทำให้เศรษฐกิจของชุมชนสะพัด เงินหมุนเวียน ชาวบ้านขายได้ก็นำเงินมาฝากธนาคารชุมชน ซึ่งผู้ใหญ่ตี๋บอกว่า เศรษฐกิจจะดี ดูได้ที่เงินออม

                                     'จากวงสนทนา สู่กลไกตลาดบ้านจำรุง'


 
          ขณะที่ ลุงใจ ตัวตั้งตัวตีรวมกลุ่มผู้ปลูกยางพารา นำผลผลิตที่ได้มารวมกัน ตั้งเป็นกลุ่มรวมซื้อรวมขายยางพาราบ้านจำรุง เพื่อต่อรองกับพ่อค้าคนกลาง เมื่อมีผลผลิตมากอำนาจต่อรองก็สูง ทั้งเรื่องการใช้ตาชั่งของทางกลุ่ม และราคาที่เป็นธรรมมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ดำเนินการปลูกไม้ชายเลน แก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และสร้าง ธนาคารปู ให้กลุ่มประมงพื้นบ้านใน ต.เนินฆ้อ โดยเมื่อจับปูมาได้เกิดมีปูที่ไข่นอกกระดองก็ให้นำมาเข้าธนาคาร เพื่อเพาะเลี้ยงลูกปู ก่อนปล่อยคืนธรรมชาติ เป็นแหล่งอาหารให้จับขายในอนาคตต่อไป
 
          ทั้งผู้ใหญ่ตี๋ และลุงใจ ต่างบอกว่า งานทั้งหมดนี้ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เป็นการช่วยกันทำของชุมชน และยังมีงานที่ต้องทำกันต่อไป โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นว่า การดำเนินแนวทางพึ่งพาตนเองแบบนี้ เกิดผล และสามารถปรับใช้ได้กับทุกชุมชนทั่วประเทศ

.......................................
(หมายเหตุ  จากวงสนทนา สู่กลไกตลาดบ้านจำรุง : คอลัมน์ ถิ่นไทยงาม )