ไลฟ์สไตล์

ส่องส้วม...ศูนย์เด็กเล็กกมลา

ส่องส้วม...ศูนย์เด็กเล็กกมลา

28 มิ.ย. 2556

ส่องส้วม...ศูนย์เด็กเล็กกมลา สร้างสุขนิสัยที่ดีตั้งแต่วัยเยาว์ : โดย...พวงชมพู ประเสริฐ

               เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบแผนแม่บทพัฒนาส้วมสาธารณะไทยระยะที่ 3 (พ.ศ.2556-2559) ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในการส่งเสริมให้ครัวเรือนมีและใช้ส้วมนั่งราบ หรืออุปกรณ์ช่วยสำหรับผู้สูงอายุและผู้มีปัญหาข้อเข่าร้อยละ 90 และส้วมสาธารณะ 12 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ สถานศึกษา สถานที่ราชการ โรงพยาบาล ศาสนสถาน สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง แหล่งท่องเที่ยว สวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า ร้านจำหน่ายอาหาร ตลาดสด สถานีขนส่งทางบก/ทางอากาศ และส้วมสาธารณะริมทาง มีบริการส้วมนั่งราบอย่างน้อย 1 ที่ ร้อยละ 100 ภายในปี 2559

               "ที่ต้องสนับสนุนให้ประชาชนมีและใช้ส้วมนั่งราบ เพราะประเทศไทยได้ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งโรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคหนึ่งที่พบมากที่สุดในกลุ่มผู้สูงอายุหรือในวัยกลางคน ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจัยเสี่ยงมาจากอายุที่มากขึ้น น้ำหนักตัวที่มากเกินไป และการได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า รวมถึงการใช้ส้วมนั่งยองติดต่อกันเป็นระยะเวลานานหลายปี โดยพฤติกรรมการขับถ่ายของคนไทยส่วนใหญ่นิยมใช้ส้วมนั่งยองถึงร้อยละ 86 ในขณะที่ส้วมนั่งราบมีเพียงร้อยละ 10.1 และมีบ้านที่ใช้ส้วมนั่งยองและส้วมนั่งราบร้อยละ 3.1 ของครัวเรือนทั้งหมดในปี 2553 การพัฒนาส้วมสาธารณะไทยให้เป็นส้วมนั่งราบหรือส้วมห้อยขาจึงเป็นเรื่องสำคัญ ครอบคลุมถึงศูนย์เด็กเล็กที่ถือเป็นการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีให้แก่เด็กด้วย" นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมอนามัยกล่าว

               ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เป็นหนึ่งในตัวอย่างของสถานศึกษาที่มีการจัดการส้วมได้มาตรฐาน HAS คือ สะอาด (Health) เพียงพอ (Accessibility) และปลอดภัย (Safety) และเป็นส้วมแบบนั่งราบ นพ.เจษฎา บอกว่า ศูนย์เด็กเล็กกมลาให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี สะอาด เพียงพอและมีส้วมนั่งราบที่เหมาะกับสรีระของเด็ก ทำให้ปลอดภัย อีกทั้งปลูกฝังพฤติกรรมการใช้ส้วมที่ถูกต้องให้แก่เด็ก โดยไม่ใช้เท้าเหยียบลงบนที่นั่งหรือขึ้นไปเหยียบบนโถส้วม ไม่ทิ้งวัสดุอื่นนอกจากกระดาษชำระลงโถส้วม และล้างมือให้สะอาดหลังการใช้ส้วมทุกครั้ง เพื่อสร้างสุขอนามัยที่ดี

               น.ส.กาญจนา  อิสลาม รักษาการหัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกมลา เล่าว่า  เดิมที่ส้วมเด็กเล็กเป็นแบบนั่งยอง ทำให้เด็กเกิดพฤติกรรมการใช้ห้องส้วมนาน จากการเล่นน้ำในถังน้ำที่รองเก็บไว้จนพื้นเปียก ห้องน้ำสกปรก เสี่ยงที่เด็กจะได้รับอันตราย และเด็กจะนั่งส้วมนั่งยองไม่ได้เพราะปวดขา เด็กจึงไม่อยากเข้าส้วมมีการกลั้นปัสสาวะและอุจจาระ หลังจากได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา ในการพัฒนาส้วมให้ได้มาตรฐานเปลี่ยนเป็นส้วมนั่งราบขนาดที่เหมาะสมสำหรับเด็ก พฤติกรรมการใช้ส้วมของเด็กดีขึ้น นั่งได้นาน ตั้งใจมีสมาธิในการขับถ่าย

                 "เมื่อมีการปรับปรุงห้องส้วมให้ได้มาตรฐานแล้ว สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องปลูกฝังให้กับเด็ก คือ พฤติกรรมการใช้ห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะ โดยเด็กเล็กที่เข้ามาที่ศูนย์เบื้องต้นจะสอนให้รู้จักการใช้ห้องส้วม เมื่อโตขึ้นจึงเริ่มปลูกฝังนิสัยการใช้ห้องส้วมที่ถูกต้อง สอนให้มีสุขนิสัยที่ดี การรักษาความสะอาด ล้างมือทุกครั้งหลังใช้ส้วมซึ่งจะมีโปสเตอร์ขั้นตอนการล้างมือให้เด็กเห็นบริเวณอ่างล้างมือ นอกจากนี้  ยังสอดแทรกเรื่องคุณธรรมบางเรื่องด้วย เช่น ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ด้วยการสอนเด็กให้รู้จักการรักษาความสะอาด ไม่ทำห้องส้วมให้สกปรกเพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของป้าแม่บ้าน เป็นต้น เชื่อว่าการปลูกฝังพฤติกรรมที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเด็กจะลดปัญหาในอนาคต และช้วยป้องกันโรคได้" น.ส.กาญจนากล่าว

               ขณะที่ นพ.พิษณุ แสนประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย กล่าวว่า ทั่วประเทศมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน ประมาณ 17,000-18,000 แห่ง กรมอนามัยเข้าไปพัฒนาให้ได้มาตรฐานตามหลักวิชาการแล้วประมาณร้อยละ 80 ทั้งเรื่องสถานที่ ความปลอดภัย สุขอนามัย เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างสมวัย แต่ส่วนหนึ่งที่พบว่ายังถูกละเลยคือเรื่องการเลือกใช้สุขภัณฑ์สำหรับเด็ก ซึ่งตามมาตรฐานควรจะเป็นสุขภัณฑ์ขนาดเล็กที่เหมาะกับสรีระเด็ก ทำให้เด็กนั่งได้พอดีลดอันตรายจากการลื่นหล่น หรือหากใช้แบบนั่งยองมีฝาครอบจะเป็นอันตรายลื่นล้มได้เช่นกัน

                "การที่ส้วมไม่ถูกลักษณะ เช่น สกปรก ใช้ไม่สะดวก มืด ทำให้เด็กไม่อยากเข้าส้วมและเกิดการกลั้นไม่ยอมขับถ่ายตามปกติ ซึ่งการสร้างสุขนิสัยในการใช้ห้องส้วมที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้มีพฤติกรรมการใช้ส้วมอย่างถูกต้องตลอดไป โดยเด็กในศูนย์เด็กเล็กจะได้รับการสอนทั้งวิธีใช้ส้วมอย่างถูกวิธี และการล้างมือ ถือเป็นสิ่งจำเป็นในการช่วยป้องกันโรคติดต่อได้จำนวนมาก" นพ.พิษณุ กล่าว

 

...........................................

(ส่องส้วม...ศูนย์เด็กเล็กกมลา สร้างสุขนิสัยที่ดีตั้งแต่วัยเยาว์ : โดย...พวงชมพู   ประเสริฐ)