
หนักเอาเบาสู้ : ทำของเล่นเลี้ยงชีพ
หนักเอาเบาสู้ : 'อนุชา ฤทธิ์เรือง' ทำของเล่นเลี้ยงชีพ...รอฟื้นนากุ้ง : โดย...ชมพิศ ปิ่นเมือง
ภัยแล้งที่เกิดขึ้นช่วงปีที่ผ่านมา ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อพืชผลการเกษตรเท่านั้น แต่หมายรวมถึงการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามของเกษตรกรชาวกาฬสินธุ์ส่วนหนึ่งด้วยจนไม่สามารถทำนากุ้งต่อไปได้ หลายรายต้องทิ้งถิ่นไปขายแรงงาน
สำหรับ อนุชา ฤทธิ์เรือง วัย 38 ปี แห่งบ้านเลขที่ 108 หมู่ 4 บ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เกษตรกรผู้ซึ่งเคยเลี้ยงกุ้งก้ามกราม และเป็นพ่อค้าคนกลางจำหน่ายกุ้งทั่วภาคอีสาน ได้รับผลกระทบนั้นด้วย และได้เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักประดิษฐ์ของเล่น ของตกแต่งจากมะพร้าวแห้งแทน
อนุชา บอกว่าอาชีพเลี้ยงกุ้งทำรายได้เดือนละ 3-4 หมื่นบาท ทว่าปลายปีที่แล้วเกี่ยวเนื่องถึงช่วงนี้พื้นที่กาฬสินธุ์ภัยแล้งได้คุกคามอย่างรุนแรงในรอบ 45 ปี ทำให้เขื่อนลำปาวแหล่งน้ำต้นทุนไม่มีน้ำปล่อยลงสู่คลองชลประทาน ทำให้ชาวนากุ้งได้รับความเดือดร้อนไม่มีน้ำเปลี่ยนถ่าย เป็นเหตุให้กุ้งน็อกตาย อีกทั้งไม่มีน้ำที่จะทำนากุ้งต่อไป หลายรายต้องหยุดอาชีพนี้ไว้ก่อน ทำให้ว่างงานและมีหนี้สินเกิดขึ้น รวมทั้งครอบครัวของตนเองด้วย
"อนุชา" เล่าว่า เมื่อประสบปัญหาก็ไม่ท้อแท้ต่อโชคชะตา โดยเอาความรู้ด้านช่างฝีมือที่พอมีอยู่บ้าง มาต่อยอดทำอาชีพที่ไม่ต้องพึ่งพาธรรมชาติ ที่สุดก็ลงตัวด้วยการเก็บมะพร้าวแห้งที่สวนหลังบ้าน มาประดิษฐ์เป็นรูปสัตว์ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย ยีราฟ ฯลฯ ลองผิดลองถูกด้วยไม่เคยไปฝึกฝนจากที่ไหนใช้เวลา 2 สัปดาห์จึงเริ่มชำนาญและดัดแปลงเพื่อความสวยงาม อีกทั้งมีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น จึงเป็นที่ถูกตาถูกใจของลูกค้าในเวลาอันรวดเร็ว มีทั้งซื้อไปเป็นของเล่นให้ลูก ประดับสวนหย่อม สนนราคาขายตัวละ 120-150 บาท ตามขนาดและความยากง่าย วันหนึ่งทำได้ 4-5 ตัว จำหน่ายที่หน้าบ้านและตลาดนัดทั่วไป
“รายได้เฉลี่ยวันละ 400-600 บาท แต่ก็ไม่ได้ทุกวัน หากเทียบกับขายกุ้งแล้วเทียบกันไม่ได้เลย แต่ก็ค่อยๆ ปรับตัว กระเบียดกระเสียนในการใช้จ่าย เพราะหนี้สินก็ยังมี ทั้งเงินกู้จาก ธ.ก.ส. งวดรถ ส่งเสียลูกเรียน 2 คน และรายจ่ายประจำวันอื่นๆ ก็เท่ากับว่าอยู่อย่างประคองตัว ได้มาจ่ายไป ดีที่ว่าวัตถุดิบที่นำมาจัดทำแทบจะไม่ได้ซื้อหา ส่วนที่ลงทุนซื้อก็เพียงตะปูกับสีเท่านั้น”
ทุกวันนี้ อนุชา มีความสุขกับการทำผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดที่เกิดจากภูมิปัญญานี้ แม้รายได้จะน้อยแต่ก็พอที่จะเลี้ยงตัวได้ จึงตั้งธงไว้ว่าอนาคตแม้จะมีน้ำทำนากุ้งแล้วก็จะยึดอาชีพนี้ต่อไป เพราะรักที่จะทำงานตรงนี้ด้วย ทั้งยินดีจะเปิดบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้ สาธิตวิธีการทำให้เด็กและเยาวชนที่สนใจด้วย
------------------------
(หนักเอาเบาสู้ : 'อนุชา ฤทธิ์เรือง' ทำของเล่นเลี้ยงชีพ...รอฟื้นนากุ้ง : โดย...ชมพิศ ปิ่นเมือง)



