ไลฟ์สไตล์

ถูกตำรวจทำร้ายร่างกาย

ถูกตำรวจทำร้ายร่างกาย

25 มิ.ย. 2556

ถูกตำรวจทำร้ายร่างกาย : เปิดซองส่องไทย โดยลุงแจ่ม

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                
               น้องชายของดิฉันไปเที่ยวนั่งร้านอาหารแห่งหนึ่ง ชื่อร้านอาหาร "ช้างเผือก" เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.56  เวลาประมาณ 01.30 น. น้องชายได้สั่งเช็กบิลออกจากร้าน พอถึงประตูทางออกร้านได้มีตำรวจซึ่งเดิมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ปัจจุบันได้ย้ายไปที่ สภ.เขาหลัก
 
               ตำรวจได้เข้ามาทำร้ายร่างกายน้องชายของดิฉัน โดยนำแก้วเหล้ามาตบที่ใบหน้าด้านซ้าย แล้วหลังจากนั้นก็มีพรรคพวกของตำรวจนายนี้เข้ามาทำร้ายร่างกายน้องชายของดิฉัน
 
               น้องชายไม่มีหนทางต่อสู้ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ศีรษะแตก มีบาดแผลที่ใบหน้า 4 แผลด้วยกัน ที่ลำตัวมีรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง จึงได้เข้าแจ้งความที่สภ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยมี พ.ต.ท.ศุภชัย เกื้อเส้ง พงส.ผนก.สภ.ตะกั่วทุ่ง ปฏิบัติราชการแทน พงส.ผนก.สภ.ตะกั่วป่า เป็นผู้รับแจ้งความในเวลานั้น
 
               แต่จนถึงปัจจุบันคดีความยังไม่คืบหน้า การกระทำดังกล่าวนี้ได้สร้างความบาดเจ็บให้กับน้องชายดิฉันเป็นอย่างมาก และต้องหยุดทำงานเป็นเวลาหลายวัน ตอนนี้น้องชายดิฉันก็ยังไม่ทราบความคืบหน้าของคดีแต่อย่างใด
 
               อยากขอความช่วยเหลือจากผกก.สภ.ตะกั่วป่า เข้ามาช่วยคลี่คลายคดีนี้ให้ด้วย เพราะน้องชายดิฉันเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง แต่กลับมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษากฎหมายมาทำผิดแบบนี้ แล้วชาวบ้านจะอยู่อย่างเป็นสุขได้อย่างไร

ขวัญ

ตอบ
 
               พ.ต.อ.เขมรินทร์ หัสศิริ ผกก.สภ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ชี้แจงว่า เรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกายนั้น ได้รับทราบเรื่องแล้ว สำหรับการดำเนินการคดีก็ต้องรายงานไปที่ภูธรภาค และส่งเรื่องไปยังภูธรจังหวัด กรณีผู้กระทำผิดเป็นตำรวจก็ต้องใส่ยศ และใส่สังกัดไว้ และได้แจ้งไปยังสภ.เขาหลักให้ได้รับทราบเรื่องเป็นที่เรียบร้อย
 
               ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี ส่วนเรื่องการตกลงกันเองเป็นเรื่องภายนอก ส่วนเรื่องการดำเนินคดีเป็นเรื่องภายใน ได้ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายสาหัสไว้แล้ว เพราะใบหน้าอาจเกิดการเสียโฉม
 
               ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าคดีจะคืบหน้าอย่างไร ส่วนเรื่องการเจรจาระหว่างผู้เสียหายกับผู้กระทำผิดนั้น ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ส่วนกรณีเกิดเหตุไม่ว่ากรณีใดๆ จะต้องผ่านพนักงานสอบสวนก่อน จากนั้นพนักงานสอบสวนก็จะเสนอเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาให้รับทราบ โดยทางผกก.ได้ทราบเรื่องนี้ดี พนักงานสอบสวนนำเรื่องมาเสนอเป็นที่เรียบร้อย
 
               ทางเจ้าพนักงานก็จะต้องส่งฟ้องคดีควบค่าเสียหายทางแพ่ง โดยการดำเนินคดีนั้น ผู้เสียหายจะต้องมีใบแพทย์ พยาน แล้วพนักงานสอบสวนก็จะต้องเสนอสำนวนให้ผู้กำกับอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้องศาล แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมามอบตัวก็จะยังไม่ออกหมายจับจะปล่อยตัวชั่วคราว แต่ถ้าไม่มีมอบตัวพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนเสร็จก็จะส่งฟ้องศาล ไม่เกิน 30 วันต้องแล้วเสร็จ
 
               ผกก. บอกว่า จะไปดูรายละเอียดอีกครั้ง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอน ไม่ได้ปกป้องใครทั้งนั้น เพราะเท่าที่ทราบตำรวจได้นำแก้วเหล้าไปตบผู้เสียหายจริง จนทำให้บาดเจ็บ และเสียโฉม รับรองได้ว่าคดีนี้ไม่เงียบแน่นอน
ลุงแจ่ม


กลัวโดนยึดบ้าน
 
               เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อ 1 ปีก่อน แม่หนูมีแฟนใหม่ แต่เขาไม่มีเครดิต แม่เลยทำเรื่องซื้อรถให้ โดยใช้ชื่อแม่เป็นเจ้าของ แฟนแม่เป็นคนส่ง และใช้ และมีน้องสาวของแฟนแม่เป็นผู้ค้ำประกันให้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งปี แม่ของหนูต้องไปทำงานต่างประเทศ หลังจากแม่ไป แฟนใหม่ไม่ยอมส่งเงินค่างวดอีกเลย เจ้าหน้าที่ของไฟแนนซ์ไปเจอรถ แต่แฟนใหม่แม่ก็ไม่ยอมคืนรถให้ หนูจะเอารถไปขายเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ เขาไม่ยอมคืนรถให้ ทำให้มีหมายศาลบอกว่า จะมายึดรถ และยึดทรัพย์สินของแม่หนู เพราะบ้านได้เข้าไว้กับธนาคารเดียวกับรถ
 
               สิ่งที่อยากทราบคือ บ้านของแม่ อยู่ธนาคารเดียวกับที่กู้ซื้อรถ จะยึดแทนกันได้หรือไม่ ส่วนเรื่องรถ หากมีหมายศาลยึดรถ ไฟแนนซ์จะยึดได้เลยไหม แม้ว่าคนขับไม่ยอม และคนค้ำประกันอย่างน้องสาวของแม่ จะมีต้องส่วนใช้หนี้ด้วยหรือไม่ กรณีนี้หนูสามารถแจ้งความแทนแม่ ข้อหาลักทรัพย์ได้ไหมค่ะ
 
อมิตา

ตอบ

               ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ดูจากข้อมูลที่ให้มาแล้ว ในเมื่อเจ้าหนี้เป็นรายเดียวกัน กรณีนี้เจ้าหนี้คงคำนวณดูแล้วว่า ง่ายต่อการยึดทรัพย์เพื่อเอาเงินมาชำระหนี้ ดังนั้นคงต้องไปดูหมายศาลว่า ที่จะยึดนั้นยึดบ้านหรือรถ เนื่องจากสัญญาคนละสัญญากัน
 
               ส่วนข้อสองนั้น ไฟแนนซ์มีสิทธิที่จะยึดรถได้ทันทีที่ลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามสัญญา แต่ถ้าเจ้าของรถไม่ยอมก็ต้องอาศัยกระบวนการทางศาลเข้ามาเพื่อยึดรถกลับคืนไป แต่ในกรณีนี้ต้องดูว่า หมายศาลที่ส่งมานั้น เป็นหมายยึด หรือหมายบังคับคดี เพราะ หลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว หากเจ้าหนี้เจอทรัพย์สินของลูกหนี้ก็มีสิทธิที่จะบังคับคดีได้ทันที ดังนั้นเจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะบังคับยึดรถได้ทันทีเช่นกัน หากมีคำพิพากษามาแล้ว
 
               ซึ่งขณะที่ฟ้องนั้น ส่วนใหญ่เจ้าหนี้จะฟ้องทั้งผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำพร้อมกัน ดังนั้นน้องสาวของผู้ค้ำจึงต้องรับผิดชอบร่วมด้วย ในฐานะลูกหนี้ที่สอง
 
               ส่วนเรื่องแจ้งความนั้น คุณไม่สามารถแจ้งความได้ เพราะไม่ใช่เจ้าของรถ คนที่จะแจ้งความได้ต้องเป็นเจ้าของรถเท่านั้น
 
               กรณีนี้ต้องดูว่า คำพิพากษาให้แม่คุณเป็นเจ้าของรถแล้วหรือยัง ถ้าเป็นแล้วแสดงว่าแม่คุณมีสิทธิแจ้งความได้ แต่ถ้าไม่มี คนที่เป็นเจ้าของรถในขณะนี้คือไฟแนนซ์ ดังนั้นไฟแนนซ์เท่านั้นจึงมีสิทธิแจ้งข้อหาลักทรัพย์ได้
 
               ลุงแจ่ม