ไลฟ์สไตล์

ยกระดับ'ยางอัดก้อน'สู่จีเอ็มพี

ยกระดับ'ยางอัดก้อน'สู่จีเอ็มพี

25 มิ.ย. 2556

ทำมาหากิน : ต่อยอดงานวิจัยสู่ 'สถาบันเกษตรกร' ยกระดับ 'ยางอัดก้อน' สู่จีเอ็มพี (GMP) : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 

                          หลังกรมวิชาการเกษตรได้มีแผนเร่งต่อยอดผลงานวิจัยเรื่อง การยกระดับมาตรฐานการผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนด้วยระบบมาตรฐานจีเอ็มพี (GMP) ของสถาบันวิจัยยาง จนได้รับคัดเลือกเป็นผลงานวิจัยระดับชมเชย ประเภทงานด้านบริการวิชาการ ประจำปี 2555 พร้อมขยายผลงานวิจัยดังกล่าวไปสู่โรงอัดก้อนยางที่มีศักยภาพทั่วประเทศ

                          การขยายผลงานวิจัยชิ้นนี้ มุ่งพัฒนาโรงงานผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน GMP เพิ่มมากขึ้น นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่ายางธรรมชาติภายในประเทศแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ผลิตยางแผ่นรมอัดก้อนที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นที่เชื่อถือและยอมรับจากผู้ซื้อและผู้ใช้ยางทั่วโลก

                          สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า ปัจจุบันมีโรงอัดก้อนยางได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP จากสถาบันวิจัยยางแล้ว 2 แห่ง คือ โรงอัดก้อนยางสหกรณ์กองทุนสวนยางจันดี จำกัด จังหวัดนครศรีธรรมราช มีกำลังการผลิต ประมาณ 165-200 ตันต่อเดือน สร้างมูลค่าเพิ่มเฉลี่ยกิโลกรัมละ 1.23-1.30 บาท หรือเดือนละ 2.02-2.60 แสนบาท และโรงอัดก้อนยางชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรัง จำกัด กำลังการผลิตกว่า 572 ตันต่อเดือน มีมูลค่าเพิ่มเฉลี่ย 3.50 บาทต่อกิโลกรัม หรือเดือนละประมาณ 2 ล้านบาท

                          "ผลจากการได้รับการรับรองเครื่องหมาย GMP ทำให้โรงอัดก้อนยางทั้ง 2 แห่ง ขณะนี้มียอดสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่าปริมาณการผลิตถึง 5 เท่า ซึ่งความต้องการของตลาดมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด" รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าว

                          ขณะที่ ปรีดิ์เปรม ทัศนกุล นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา กรมวิชาการเกษตร ในฐานะหัวหน้าทีมวิจัยเรื่องการยกระดับมาตรฐานการผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนด้วยระบบมาตรฐาน GMP กล่าวเสริมว่า นอกจากทำให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพสินค้าแล้ว การผลิตยางแผ่นรวมควันอัดก้อนตามมาตรฐาน GMP ยังสามารถบรรจุยางอัดก้อนในตู้บรรจุสินค้าเพื่อส่งออกได้เพิ่มมากขึ้นจากเดิม 180 ก้อนเป็น 192 ก้อนต่อตู้ เนื่องจากยางอัดก้อนมีรูปทรงสวยงามได้มาตรฐาน ทำให้การบรรจุสินค้าทำได้ง่าย สะดวก เป็นที่พึงพอใจ ช่วยประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายในการขึ้นยางได้กว่า 6.25% ทั้งยังสามารถลดต้นทุนค่าขนส่งไปยังตลาดปลายทางได้ค่อนข้างมาก

                          หัวหน้าทีมวิจัยคนเดิมย้ำด้วยว่า ขณะนี้มีโรงอัดก้อนยางหลายแห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ เตรียมความพร้อมเพื่อขอรับรองมาตรฐาน GMP ในปี 2556-2557 นี้ คาดว่าจะมีโรงอัดก้อนยางได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP เพิ่มอีกอย่างน้อย 7 โรงงาน ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าได้มากกว่า 100 ล้านบาท อนาคตสถาบันวิจัยยางได้มีแผนขยายผลและผลักดันโรงอัดก้อนยางเข้าสู่มาตรฐาน GMP เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                          “การพัฒนาโรงอัดก้อนยางให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรมยางพาราไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยเฉพาะการที่ไทยต้องก้าวเข้าสู่เวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี (AEC) ในอนาคตอันใกล้นี้ ระบบมาตรฐาน GMP จะช่วยเสริมจุดแข็งให้แก่สินค้ายางพาราไทยเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ทั้งยังช่วยให้สถาบันเกษตรมีความเข้มแข็งสามารถดำเนินธุรกิจได้เอง และช่วยเพิ่มศักยภาพการส่งออกยางไปต่างประเทศได้อีกด้วย” ปรีดิ์เปรมกล่าว

                          นับเป็นอีกก้าวของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ในการพัฒนาคุณภาพยางแผ่นรมควันจนได้รับมาตรฐานจีเอ็มพี (GMP) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าทั้งผู้ซื้อและผู้ใช้ทั่วโลก ในฐานะที่ประเทศไทยผู้ผลิตและส่งออกยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน

 

 

----------------------

(ทำมาหากิน : ต่อยอดงานวิจัยสู่ 'สถาบันเกษตรกร' ยกระดับ 'ยางอัดก้อน' สู่จีเอ็มพี (GMP) : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)