
แห่ร้องมูลนิธิปวีณารุ่นพี่อุเทนฯรับน้องให้กินกระดาษ
ผู้บริหารอุเทนถวายฯ เดินทางพบนักศึกษาสาวที่มูลนิธิปวีณา เพื่อขอข้อมูลกรณีถูกรุ่นพี่รับน้องโหด พร้อมรับปากจะดูแลเรื่องความปลอดภัยให้เป็นอย่างดี หากกลับไปเรียนต่อ ขณะที่เหยื่อยืนกรานไม่ขอกลับเข้าไปเรียนอีก ขณะที่ผู้ปกครองทยอยเข้าร้องเรียนลูกหลานถูกกระทำเช่
จากกรณีที่ น. น.ส.บุษ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีกรณีถูกรุ่นพี่ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย รับน้องโหด โดยการทำทารุณให้กินกระดาษ และพริกขี้หนู ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าวันนี้ (8มิย.) เวลา 15.00 น. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุล อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายสืบพงษ์ ม่วงชู รองอธิการบดีบริหารงานวิทยาเขตอุเทนถวาย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ได้เดินทางมาพบนางปวีณา หงสกุล และ น.ส.บุษ นักศึกษาสาวผู้ร้องเรียน
นายสืบพงศ์ กล่าวว่า ปกติแล้วทางสถาบันมีการห้ามรับน้องแบบผิดปกติอยู่แล้ว ซึ่งหมายถึงว่า การรับน้องที่อาจจะทำให้เกิดการกระทบกระเทือนทั้งร่างกาย และจิตใจ เราห้ามเด็ดขาดอยู่แล้ว แต่ถ้าว่าเป็นการรับแบบเรียบร้อย เช่นการกินเลี้ยงกัน ร้องเพลงกัน หรือทำกิจกรรมในทางสร้างสรรค์นี้ เราไม่ได้ห้ามเราส่งเสริมด้วยซ้ำ แต่ถ้านักศึกษาไปทำอะไรในลักษณะรุนแรง ถ้าเราจับได้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ก็จะลงโทษเบาที่สุด ก็คือพักการเรียน แล้วถ้าหนักกว่านั้นคือให้ออก ซึ่งตรงนี้ก็เคยทำมาแล้ว
เช่นอย่างปีที่แล้ว ที่มีข่าวนักศึกษาไปรับน้อง แล้วมีผู้เสียชีวิตที่จังหวัดประจวบ ในกรณีนั้นเราพักการเรียนนักศึกษาไปแล้วกว่า 100 คน ส่วนหัวโจกนั้น ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้ดำเนินคดีไปตามกระบวนการ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ที่มีนักศึกษาออกมาร้องเรียนนั้น เราต้องขอขอบคุณที่กล้าออกมา และจะทำให้นักศึกษาของเรานั้น ทราบว่า สังคมจับจ้องมองเราอยู่ ถือเป็นการเตือนให้นักศึกษาหยุดรับน้องแบบนี้ได้แล้ว
"ส่วนที่น้องเขาแจ้งว่า ไม่ประสงค์จะศึกษาต่อที่อุเทนถวาย เพราะความกลัวนั้น ก็อยากบอกว่า ถ้าเป็นใครโดนแบบนี้ ก็คงไม่อยากเรียนเป็นธรรมดา แต่ผมขอเรียนตรงๆว่า ณ ขณะนี้ จากการที่เราทำความเข้าใจกับนักศึกษา ทั้งปัจจุบันและทั้งศิษย์เก่า รวมทั้งครูบาอาจารย์ ผมอยากให้นักศึกษาเปลี่ยนใจกลับมาเรียน แต่เขาคงต้องกลัวแน่นอน แต่ทางครูบาอาจารย์ และศิษย์เก่าทั้งหลาย ยืนยันว่า จะดูแลความปลอดภัยให้อย่างอย่างเต็มที่ และจะรับรองอย่างเต็มที่ด้วย จริงๆแล้วเราอยากให้นักศึกษาที่เขามีความตั้งใจอยู่แล้ว ที่จะเข้ามาเรียนในสถาบันแห่งนี้ ซึ่งเราก็ดีใจอยู่แล้ว และอยากให้นักศึกษาพิจารณาอีกครั้ง"
นายสืบพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ที่มาวันนี้ ก็เพื่อมาขอข้อมูลนักศึกษาที่กระทำความผิด และจะเอาโทษโดยเร็ว ซึ่งในขณะนี้เราได้ตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว ซึ่งการให้ข้อมูลของนักศึกษาที่ถูกกระทำ ถือเป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากเราไม่ต้องไปความหา เพราะทราบว่าเป็นคณะใด ก็จะง่ายขึ้นและเร็วขึ้น
ด้าน น.ส.บุษ เปิดเผยหลังจากชี้รูปภาพของนักศึกษาที่ร่วมกันก่อเหตุ ว่า ตนเองเพียงแค่ชี้รูปของผู้ที่ร่วมเหตุการณ์ แต่ไม่ได้ชี้รูปคนสั่งการ เนื่องจากสงสารกลัวจะเสียอนาคต และไม่คิดจะกลับไปเรียนอีกแล้ว ถึงจะมีการรับผิดชอบในเรื่องความปลอดภัย ตนเองก็คงไม่มั่นใจ และยืนยันไม่ขอเรียนในสถาบันแห่งนี้อีกแล้ว
ในขณะเดียวกัน ได้มีผู้ปกครองนักศึกษาของอุเทนถวาย ต่างทยอยกันเดินทางมาร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณา ซึ่งส่วนใหญ่แจ้งว่า บุตรหลานของตนเอง ต่างถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน และหลายรายไม่ประสงค์จะให้บุตรหลานเรียนต่อ จึงเดินทางมาปรึกษาและให้ข้อมูลกับทางมูลนิธิ
นายอัครเดช ผาสุก อายุ 40 ปี กล่าวว่า ตนเองก็มีบุตรสาวเรียนอยู่ที่อุเทนถวาย ซึ่งครั้งแรกที่บุตรสาวมาแจ้งว่า สอบได้ที่อุเทนฯ ก็ยังไม่อยากให้ไปเรียน เพราะชื่อเสียงในเรื่องการรับน้องที่เสียหาย แต่เมื่อเห็นบุตรสาวแสดงความดีใจ และอยากเรียน ตนจึงไม่ว่าอะไร และคิดว่าเรื่องต่างๆที่ผ่านมานั้น คงไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว แต่เมื่อลูกสาวไปเรียนได้เพียง 3 วัน ก็มาบอกตนว่า รับไม่ไหวแล้ว กับการที่ถูกรุ่นพี่ๆรับน้องแบบทารุณ จึงได้ย้ายบุตรสาวไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งอื่น และที่มาวันนี้ ก็อยากจะทราบว่า จะได้เงินคืนหรือไม่
ด้านนางปวีณา หงสกุล กล่าวว่า ในวันนี้ได้ให้ข้อมูลกับทางอาจารย์ของอุเทนถวายฯ รวมทั้งให้ได้รับฟังจากปากของผู้ปกครอง และเด็กๆนักศึกษา ซึ่งคงต้องให้เป็นหน้าที่ของทางสถาบัน กลับไปดำเนินการ ส่วนเรื่องการหาที่เรียนแห่งใหม่ให้นักศึกษานั้น กำลังประสานกับทางรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการฯ เพื่อหาทางเยียวยาช่วยเหลือเด็กๆ ต่อไป



