
เลิกรับน้องอุเทนรุ่นพี่รับกินพริกกระดาษปกติ
อุเทนถวายฯ งดกิจกรรมรับน้อง เตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามหารุ่นพี่โหด คาด 12 มิ.ย.นี้ทราบผล พร้อมย้ำที่ผ่านมาผู้บริหารคณะวิศวะพยายามตรวจสอบคุมเข้มตลอดเวลา ยอมรับมีบางซอกมุมเข้าไม่ถึง ด้านรองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาแจงไม่ใช่รับน้องแค่กิจกรรมสาน
จากกรณีนักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา หงสกุล เนื่องจากถูกรับน้องโดยบังคับให้กินพริกและกระดาษ นั้น
เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 8 มิ.ย. ที่มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย นายสืบพงษ์ ม่วงชู รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายบริหารงาน ,นายสมพงษ์ ชีไธสง คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ และคณาจารย์ ได้เรียกประชุมบรรดานักศึกษารุ่นปัจจุบันและศิษย์เก่า ประมาณ 150 คน ร่วมประชุมเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา โดยนายสมพงษ์ กล่าวกับนักศึกษาตอนหนึ่งว่า ขอให้รุ่นพี่ที่ก่อเหตุรับน้องที่เป็นข่าว แสดงความรับผิดชอบ โดยขอให้มารายงานตัวกับอาจารย์ โทษหนักจะได้เป็นเบา
ต่อมาเวลา 13.45 น. นายสมพงษ์ ชีไธสง คณบดีและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย แถลงข่าวภายหลังการหารือกับนักศึกษาโดยใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งว่า ข้อสรุปเบื้องต้นคือ ระงับกิจกรรมรับน้องใหม่จนกว่าเรื่องราวต่างๆ จะเข้าสู่สภาพปกติ แม้ว่าใจจริงแล้ว ต้องการที่จะงดกิจกรรมรับน้องอย่างเด็ดขาด แต่นักศึกษาก็ทักท้วงว่า กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ยังไม่ได้ห้ามการรับน้อง ดังนั้นกิจกรรมการรับน้องที่จะจัดขึ้น รุ่นพี่ต้องเสนอโครงการกิจกรรมรับน้องว่าจะรับในรูปแบบใด เพื่อให้อาจารย์อนุมัติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางมหาวิทยาลัยเคยประกาศแล้ว และรุ่นพี่ทราบดี ส่วนกรณีนักศึกษาปี 1 ร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา นั้น ทางคณะได้ตั้งคณะกรรมการหาข้อเท็จจริงและกำหนดโทษนักศึกษา และให้ได้ข้อสรุปภายในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้รายงานมาตรการดำเนินการป้องกันของมหาวิทยาลัยไปยังดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษาให้รับทราบแล้ว
“เบื้องต้นกิจกรรมรับน้องที่เกิดขึ้น เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยนักศึกษารุ่นพี่ที่กำลังศึกษาอยู่ ประมาณ 10 คนขึ้นไป ไม่มีรุ่นพี่ที่เป็นศิษย์เก่า สำหรับการลงโทษมีระเบียบชัดเจนตั้งแต่เบาไปหาหนัก คือ ตักเตือน ตัดคะแนน พักการเรียน 1 ภาค, พักการเรียนติดต่อกัน 2 ภาค,ให้ออก และรุนแรงสุดคือ ไล่ออก และปีที่ผ่านมาผมลงนามในคำสั่งให้นักศึกษาพักการเรียน 2 ภาคเรียนติดต่อกัน จำนวน 100 กว่าคน กรณีที่ร่วมในกระบวนการรับน้องที่เป็นเหตุให้รุ่นน้องเสียชีวิตเมื่อปี 2551 และมีคำสั่งของอธิการบดีเพื่อให้ออก อีก 4-5 คน” นายสมพงษ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การรับน้องโดยให้น้องกินพริกและกระดาษ ถือเป็นการรับน้องที่รุนแรงหรือไม่ นายสมพงษ์ กล่าวว่า ถือว่าเลวร้ายมาก ไม่ว่าจะให้น้องกินอะไร หากเป็นการบังคับจิตใจคนอื่น ถือว่าเป็นเรื่องไม่ดีทั้งนั้น ต่อข้อถามว่า ทางวิทยาเขตทราบเรื่องการรับน้องก่อนที่นักศึกษาปี 1 จะไปร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา หรือไม่
คณบดีคณะวิศวกรรมฯ กล่าวว่า ทางคณะมีประกาศเตือนนักศึกษาให้รับน้องตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ หากใครทำรุนแรงมีความผิดสถานเดียวคือให้ออก ที่ผ่านมาก็มีคณาจารย์อยู่เวรวันละ 10 คน ตรวจตราภายในวิทยาเขตตลอด แต่ยอมรับว่า อาจมีบางซอกมุมตึกที่ดูแลไม่ทั่วถึง แต่ยืนยันว่าอาจารย์ทุกคนทำงานเต็มที่แล้ว ส่วนศิษย์เก่าที่จบการศึกษาไปแล้ว หากเข้าวิทยาเขต จะต้องตรวจบัตร และทางวิทยาเขตก็ได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง 6 เดือนแล้ว และติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดทั้งในและนอกสถานที่ ซึ่งใครเข้าออกจะทราบหมด
นายสมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่รุ่นน้องระบุว่ามีการปลูกฝังให้พกอาวุธและเกลียดชังนักศึกษาบางสถาบันนั้น ประกาศระเบียบการรับน้องใหม่ หรือแม้แต่การร้องเพลงเชียร์ ห้ามยั่วยุ สร้างความเกลียดชังสถาบันอื่น และห้ามพกอาวุธ หากพบอาวุธ เช่น มีด ปืน ถือเป็นอาวุธร้ายแรงจะลงโทษให้ออก
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีวิธีการแก้ไขปัญหารับน้องรุนแรงเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากอย่างไร นายสมพงษ์ กล่าวว่า หนทางเดียวขณะนี้คือ งดหรือเลิกกิจกรรมรับน้องใหม่ แล้วนำระเบียบศธ. มาใช้อย่างเข้มงวด และลงโทษตามระเบียบ อย่างไรก็ตามรุ่นพี่ที่เป็นศิษย์เก่าก็แสดงความกังวล ว่าเหตุการณ์รับน้องเกิดขึ้นซ้ำซาก จึงรวมกลุ่มกันที่จะเข้ามาช่วยดูแลการรับน้องให้เข้มงวดขึ้น ความจริงนักศึกษาอุเทนที่ดี ก็มีมาก และจากการชี้แจงกับนักศึกษาก็เชื่อฟังอาจารย์ดี ไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านใดๆ
นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านักศึกษาปี 1 แห่ลาออกกว่า 20 คน นั้น ขณะนี้มีนักศึกษาที่ทำเรื่องขอลาออกมาถึงตน 2 รายเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่าอยู่แล้วไม่สบายใจ ที่มีข่าวว่าลาออกถึง 20 คนนั้น ก็จนใจที่จะหาตัวมาให้ และรู้สึกท้อตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งคณบดีวิศวะแล้ว เพราะลึกๆ แล้วก็ไม่ทราบว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร แต่ก็ต้องทำ เชื่อว่าอาจารย์ทุกคนก็เหนื่อย แต่ก็ต้องทน
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากการสอบถามผู้บริหารจะรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง เนื่องจากศธ.ได้เน้นย้ำตลอดว่าการรับน้องปีนี้ จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น นายสืบพงษ์ ม่วงชู รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายบริหารงาน มทร.ตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย กล่าวว่า หากทางปฎิบัติไม่สามารถดูแลเรื่องรับน้องได้ ทางผู้บริหารมหาวิทยาลัยคงต้องถึงจุดจบ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา และผู้บริหารอุเทนถวายที่มารับหน้าที่ดูแลก็มีความหนักใจมากอยู่แล้ว
นายมนูญ จิตรสำเริง รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะวิศวกรรมฯ มทร.ตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย กล่าวว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ไม่ใช่กิจกรรมรับน้อง เป็นเพียงกิจกรรมปฎิสัมพันธ์ สานสัมพันธ์ต่อกัน และในฐานะรองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ยินดีลาออก เพื่อให้การดำเนินการต่อไปได้ ทั้งนี้ ทางด้านโรงอาหาร ของอุเทนถวายมีนักศึกษารุ่นน้องและรุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์ รวมประมาณ 50 กว่าคน ประชุมกันเพื่อทำความเข้าใจ และข้อตกลงระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง เพื่อสามารถเรียนร่วมสถาบันเดียวกันได้
ด้าน รุ่นพี่รุ่น 63 ซึ่งมาเข้าร่วมประชุมรายหนึ่งกล่าวว่า กรณีการรับน้องแล้วให้กินพริกหรือกินหมึกปากกานั้นถือเป็นเรื่องปกติ แต่กรณีที่รุ่นพี่ปลูกฝังให้รุ่นน้องมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อฝ่ายตรงข้าม อยากบอกว่าอุเทนถวายกับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันไม่ได้เป็นศัตรูกัน และเรื่องความขัดแย้งต่าง ๆ น่าจะจบไปนานแล้ว เพราะทั้งสองสถาบันเมื่อจบออกไปก็ต้องทำงานร่วมงานปทุมวันดูแลเรื่องระบบ ส่วนอุเทนฯดูเรื่องช่างก่อสร้าง สามารถกอดคอกินเหล้ากันได้
“อยากให้น้องที่เข้ามาตั้งใจเรียนมากกว่า ให้คิดถึงพ่อแม่ที่ส่งเรามาเรียน อย่าทำให้ท่านเสียใจ ส่วนมาตรการการควบคุมในส่วนของรุ่นพี่เองหากพบว่าคนใดมีส่วนทำให้เกิดการทะเลาะกัน หรือปลูกฝังให้รุ่นให้รุ่นน้องมีทัศนคติไม่ดี ต่อสถาบันปทุมวันฯ จะถูกขับออกจากรุ่นและห้ามกลับมาเหยีบในสถาบันอีกเพราะถือว่าเข้ามาเสี้ยมรุ่นน้องให้ทำในสิ่งไม่ดี ส่วนรุ่นน้องที่ทำผิดคงต้องปล่อยให้ทางสถาบันลงโทษกันเอง”รุ่นพี่รุ่น63กล่าวและว่าสำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้นจากนี้จะต้องตรวจบัตรผู้ที่เข้าออกในสถาบันทุกดคนเพื่อให้รู้ว่ามีใครบ้างที่เข้ามาในสถาบัน และหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกจะได้หาตัวผู้ทำผิดได้ง่ายขึ้น
นายวิศิษฎ์ ประทุมสุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน กล่าวว่า อุเทนถวายและสถาบันปทุมวันเคยมีข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางการสร้างความสมานฉันท์ และที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมร่วมกันไปบ้างแล้ว และที่สำคัญทางปทุมวันฯเองไม่มีอะไรที่ขุ่นข้องหมองใจและอยากให้ทั้งสองสถาบันเป็นกลัยาณมิตรร่วมกัน ไม่อยากให้เกลียดกันอยากให้นักศึกษาทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน และที่ผ่านมาทางสถาบันปทุมวันเองได้จัดประชุมเพื่อร่วมกับผู้ปกครองและนักศึกษาเพื่อทำความเข้าใจว่าจากนี้สถาบันปทุมวันจะเน้นทางวิชาการ และไม่อยากให้เด็กมีพฤติกรรมที่ไม่ดี สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยขณะนี้ได้ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ปทุมวันให้ช่วยมาดูแลความปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าออกได้ตลอด 24 ชั่วโมง
"การเปิดรับสมัครนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 4-8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้มีนักศึกษามาสมัครทั้งหมด 155 คน โดยมาสมัครผ่านระบบออนไลน์ 5 คน และมาสมัครด้วยตนเอง และทางไปรษณีย์ 150 คน โดยจะสอบในวันที่ 15 มิ.ย.นี้"นายวิศิษฏ์ กล่าว



