
"เสริมสวย" เพิ่มอาชีพให้สตรีบ้านพักฉุกเฉิน
หนึ่งศตวรรษแห่งการรังสรรค์ความงามเพื่อสาวๆ ทั่วโลก และไม่เพียงแต่ ลอรีอัล จะดำเนินแต่ธุรกิจในอุตสาหกรรมความงามเท่านั้น หากแต่ยังร่วมกันแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป และเมื่อดำเนินกิจการมาจนครบ 100 ปี ลอรีอัล ทั่วโลก จึงพากันริเริ่มโ
โครงการนี้มุ่งหวังที่จะให้ความช่วยเหลือ โดยการเตรียมความพร้อมด้านทักษะอาชีพให้สตรี ที่ประสบปัญหาชีวิตที่อยู่ในบ้านพักฉุกเฉิน หรืออยู่ในความดูแลของหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ด้วยการมอบทุนฝึกทักษะอาชีพเสริมสวยในสถาบันเสริมสวยที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ เพื่อช่วยให้สตรีเหล่านี้ได้ตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง และสามารถประกอบอาชีพและยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง
"แพน" สดับพิณ คำนวนทิพย์ ผอ.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์กร บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เพื่อเป็นการฉลอง 100 ปี ทั่วโลกจึงเลือกวิธีเฉลิมฉลองที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริง ที่อยากจะให้โลกใบนี้สวยงามยิ่งขึ้น โดยลอรีอัลทุกประเทศกำลังพลักดันโครงการใหม่เพื่อสังคมออกมา เสมือนสัญลักษณ์ในการเฉลิมฉลองของทางบริษัทด้วย
"โครงการจะเน้นไปที่กลุ่มสตรีที่มีอายุระหว่าง 18-40 ปี ซึ่งจะมอบทุนให้กับผู้หญิงเหล่านี้จำนวน 10 ทุน โดยจะให้ทุนปีละ 10 คน จนครบ 100 ทุน เพื่อเข้ารับการฝึกอบรมวิชาเสริมสวย กับสถาบันเสริมสวยนานาชาติเกตุวดี-แกนดินี ซึ่งตอนนี้เราคัดเลือกผู้หญิงได้หมดแล้ว และจะทำการฝึกอบรมในเดือนกรกฎาคม เมื่อพวกเขาจบหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ จากทางสถาบันที่ฝึกอบรมด้วย" แพน กล่าว
ด้าน เมทินี พงษ์เวช ผอ.สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ กล่าวว่า ผู้หญิงที่มาอาศัยในบ้านพักฉุกเฉิน ต่างมากันด้วยปัญหาที่แตกต่างกันออกไป และต่างสูญเสียคุณค่าและความเชื่อมั่นในตัวเอง ดังนั้นจึงอยากจะให้พวกเธอมีอาชีพในเบื้องต้น เพื่อจะได้สร้างความมั่นใจและเพิ่มคุณค่าในตัวเองขึ้นมา
"ผู้หญิงในบ้านพักของเราสนใจเรื่องการเสริมสวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อมีโครงการมาสนับสนุนตรงนี้นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับพวกเขา ผู้หญิงเหล่านี้มีศักยภาพแต่ถูกบั่นทอนไป เราก็หวังว่าความช่วยเหลือครั้งนี้ จะสร้างความเชื่อมั่นในตัวของพวกเขากลับมาอีกครั้ง และสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อเขามีอาชีพเป็นของตัวเองแล้ว จะสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมได้ด้วย เพราะถึงอย่างไรเราก็ยังเชื่อเสมอว่า ผู้หญิงเหล่านี้ยังเป็นทรัพยากรที่มีประโยชน์ต่อสังคม เพราะท้ายที่สุดแล้วคนที่จะได้ประโยชน์ก็คือสังคมของเรา" เมทินี แจกแจง
ส่วน ณภัทร หนึ่งในสาวที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ ที่เคยผ่านเหตุการณ์ถูกทำร้ายร่างกายโดยสามี กล่าวว่า ตอนที่อาศัยอยู่ในบ้านพักฉุกเฉินมีโอกาสได้เรียนเสริมสวยระยะสั้นๆ และชอบกับอาชีพนี้เลยวางแผนไว้ว่า หากเรียนจบแล้วจะเรียนเสริมสวยเพิ่มเติม เพราะมีความฝันที่อยากจะเป็นช่างเสริมสวยมืออาชีพ และอยากจะเป็นวิทยากรสอนเสริมสวยให้กับคนอื่นๆ ด้วย
"ตอนตัดสินใจสมัครขอรับทุนจากโครงการ ก็ไม่ได้ตั้งความหวังมากนัก แต่คิดว่ายังไงก็ต้องยื่นใบสมัครให้ได้ และพอประกาศผลรู้ว่าตัวเองได้รับทุนก็ดีใจและภูมิใจที่สามารถทำได้แล้ว ได้เข้าไปเรียนที่เกตุวดี-แกนดินี ที่มีชื่อเสียง เหมือนความใฝ่ฝันกำลังจะเป็นจริงแล้ว แล้วก็ตั้งใจเอาไว้ว่า หลังจากที่เราได้ไปเรียนรู้ที่สถาบันก็จะนำมาเผยแพร่สอนน้องๆ ที่อยู่ในบ้านพักฉุกเฉิน ในอนาคตถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะมีกิจการของตัวเองด้วย" ณภัทร กล่าวด้วยความหวัง



