ไลฟ์สไตล์

วันที่ฟ้าสีฟ้า ณ ผาซ่อนแก้ว

วันที่ฟ้าสีฟ้า ณ ผาซ่อนแก้ว

16 มิ.ย. 2556

วันที่ฟ้าสีฟ้า ณ ผาซ่อนแก้ว : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์

               ถ้าเอ่ยชื่อ เขาซ่อนแก้ว หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน แต่ถ้าเอ่ยชื่อ เขาค้อ ก็มักจะร้อง อ๋ออออ ...

               เขาค้อ ปัจจุบันเป็นอำเภอแห่งขุนเขา สายหมอก และรีสอร์ท อยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ด้านที่ติดกับทางพิษณุโลก เป็นกลุ่มขุนเขาที่มียอดสูงหลายแห่ง เช่น เขาย่า เป็นที่ตั้งของพระตำหนักเขาค้อ ที่มีความสูง 1,290 เมตร ส่วนยอดเขาค้อเอง มีความสูง 1,174 เมตร เป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถานผู้เสียสละ และยอดเขาซ่อนแก้ว ที่มีความสูงมากกว่า 1,300 เมตร  หลายจุดกลายเป็นเขาหัวโล้น เป็นพื้นที่เกษตรกรรม และบางส่วนกลายเป็นที่ตั้งของรีสอร์ท เพื่อการพักผ่อนท่องเที่ยว

               เขาค้อในอดีต เป็นป่ารกชัฏยากต่อการตรวจสอบทางอากาศ แถมยังมีป่าค้อ ที่ทำให้กลุ่มภูเขาแถวนี้ได้ชื่อว่าเขาค้อ ที่นี่อุดมไปด้วยเรื่องราวของการต่อสู้ภาคประชาชน กับรัฐ และเป็นหนึ่งที่ตั้งฐานที่มั่นสำคัญของคอมมิวนิสต์ ที่เข้ามาก่อการในประเทศไทย บริเวณรอยต่อ 3 จังหวัด ก็คือ พิษณุโลก, เพชรบูรณ์ และเลย  โดยในส่วนของเขาค้อเป็นที่มั่นสำคัญของสำนักอำนาจรัฐ, โรงเรียนการเมือง ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ และหมู่บ้านปลดปล่อยที่จัดตั้งขึ้นโดยการปลุกระดมและรวบรวมชาวเขาเผ่าม้ง ซึ่งผกค.เขาค้อ ประกาศวันเสียงปืนแตก ด้วยการโจมตีที่บ้านเล่าลือ และเป็นที่แรกที่ประกาศสถาปนาอำนาจรัฐประชาชน ก่อนจะถูกกวาดล้างและทำลายลงได้ จากยุทธการผาเมืองเผด็จศึกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ในช่วงต้นปี 2524  เรื่องราวของเขาค้อติดตามได้จากพื้นที่ ทั้งที่ ฐานอิทธิซึ่งจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ และอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ที่สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือน ทหาร ตำรวจ ผู้พลีชีพในการสู้รบเพื่อปกป้องพื้นที่ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด บนยอดเขาค้อ ที่อยู่ห่างกันราว 1 กม.

               การเดินทางไปเขาค้อเดี๋ยวนี้ก็สะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะทางรถยนต์ หรือถ้าจะไปเครื่องบินก็ไปลงที่สนามบินพิษณุโลก เดินทางต่อด้วยรถยนต์มาทาง อ.หล่มสัก ของเพชรบูรณ์ ก็ใช้เวลาไม่มาก สะดวกสำหรับคนที่เวลาไม่มากนัก

               ฉันเอง คราวนี้ ไปรถยนต์ สบายๆ ด้วยเพื่อนขับ ราว 5 ชั่วโมงกว่าๆ ครั้งนี้แปลกไปอีกแบบด้วยการเดินทางช่วงสาย จะได้เห็นทัศนียภาพข้างทางไปในตัว เพราะเพชรบูรณ์เป็นเหมือนจังหวัดกลางทาง ระยะไม่พอนอนเต็มอิ่มบนรถทัวร์เหมือนจังหวัดที่อยู่เหนือๆ ขึ้นไป จริงๆ ไปแถวนี้ทั้งที ถ้ามีเวลาสัก 3 วัน ก็อาจจะได้ขึ้นไปถึงไร่กะหล่ำปลีบนภูทับเบิก หรือทุ่งหญ้าสะวันนา แห่งทุ่งแสลงหลวง ที่อยู่ในละแวกไม่ไกลจากเขาค้อ แต่คราวนี้ มีเวลา 2 วันไปนอนสูดอากาศนอกเมือง เลยเลือกขึ้นไปนอนไกลถึงเขาซ้อนแก้ว

               ด้วยระยะทางราว 400 กม. ถึงแยกหล่มสัก เลี้ยวซ้ายไปทางพิษณุโลก-ภูทับเบิก เลยแยกภูทับเบิก ตรงขึ้นเขาคดเคี้ยวไปเรื่อยๆ ผ่านที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาค้อ ซึ่งแต่เดิมเป็น วนอุทยานน้ำตกธารทิพย์ ทำให้มารู้ว่า เขาค้อเพิ่งได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 125 บรรจุลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 นี่เอง

               เลยแยกแคมป์สน ขึ้นเนินตรงไปทางพิษณุโลก (ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปอนุสรณ์สถานฯ เขาค้อ)  ไม่ไกลนัก ก็ถึงจุดชมวิวของเราคราวนี้ บลูสกาย รีสอร์ท ...  เลี้ยวขวาไปตามป้าย พร้อมกับนึกในใจ "จะเห็นวิวมั้ยเนี่ยะ" เพราะดูจะอยู่ต่ำกว่าขุนเขาเยอะ แต่พอเลี้ยวเข้าไปตามทางระยะไม่เกินครึ่ง กม. ก็เห็นตัวเรือนสีขาว ให้อารมณ์เหมือนบ้านไม้ โรงนา ในชนบทของอังกฤษ อยู่บนเนินชันเอาเรื่อง

               " ว้าวๆๆๆ " สาวๆ กรี๊ดกร๊าด กับความสวยงาม สบายๆ สไตล์บ้านในชนบทของอังกฤษ ที่มีมุมสวน สวยงาม จอดรถไม่ทันจะดี ก็อยากจะวิ่งไปลั้นลา ในสนามหญ้าที่เห็น ต้นหญ้าสูงออกดอกเป็นทิว ล้อลม ตามแนวถนนที่เข้าสู่เรือนพักสีขาว สร้างขนานกับลาดไหล่เขา แถมข้างๆ กันมีลานบลูซัลเวีย กำลังออกดอกสีน้ำเงินม่วง เต็มไปหมด อืมม... ดูแล้วยังกับบ้านในฝันของใครหลายๆ คน รวมทั้งฉันด้วย

                เก็บของเข้าที่พัก แอบดูห้องสวีท แอบกิ๊บเก๋ มีบันไดขึ้นชั้นลอยด้วย ที่มีเตียงข้างหน้าต่างเหมือนห้องใต้หลังคาด้วย ซึ่งพี่อ็อด ผู้จัดการที่นี่บอกว่า มีห้องแบบนี้ 6 ห้องเท่านั้น ที่นี่มีเรือนพัก 2 ชั้น 3 หลัง ทั้งหมด 28 ห้อง เล็กๆ กำลังเก๋  เปิดประตูไปด้านหลังเจอกับทุ่งหญ้า และทุ่งข้าวโพด มีทิวเขาอยู่ไม่ไกล 

                แดดร่ม ลมตก เคลื่อนย้ายตัวเองไปนั่งชิล ชิล จิบไวน์ ดูขุนเขาที่เห็นเบื้องหน้า เมฆฝนสีเทาหม่นก่อตัวลดต่ำลง แต่ไม่นานนัก ก็ลอยเลยไป เปิดท้องฟ้าใสๆ ต้อนรับคนต่างถิ่นอย่างฉันเต็มที่ ทิวเทือกเขาที่เห็นอยู่ด้านหน้านี่เอง ผาซ่อนแก้ว

               พี่อ็อด ตัวช่วยของฉันบอกได้ทันที เพราะมีที่มาที่เล่าๆ ต่อกันว่า เป็นสถานที่ ที่ชาวบ้านพบเห็นลูกแก้วลอยเข้าไปที่ถ้ำบนหน้าผา ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นพระบรมสารีริกธาตุ และก็เลยเรียกชื่อเขาแห่งนี้ว่า เขาซ่อนแก้ว ไม่ไกลกันยังมี วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว หรือวัดพระธาตุผาแก้ว อยู่ด้วย เป็นวัดสวยงามอยู่บนเขา ส่วนที่ว่างข้างๆ ป้ายชื่อรีสอร์ทที่เห็นไกลๆ กำลังจะให้ชาวบ้านเช่าปลูกข้าว และติดกันจะปลูกเสาวรส อ้าวว... ผลไม้โปรดของฉันซะด้วย เดี๋ยวโตขึ้นออกลูกเมื่อไหร่ หาเรื่องไปเก็บดีกว่า 5555 

                แดดร่ม อากาศยะเยือกเข้ามาทันที จนรู้สึกได้ว่า เป็นที่สูง กลางคืนในช่วงต้นฝนอากาศกำลังสบาย แต่ถ้าใครขี้หนาวอาจจะต้องใส่เสื้อ 2 ชั้นซะหน่อย หลังจากความมืดมาเยือน ให้เราจิบบรรยากาศได้เต็มที่ ฝนก็กระหน่ำซะพอแรง จนดีใจจะได้เห็นทะเลหมอก โดยไม่ต้องไปถึงจุดชมวิวเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย ริมเส้นทางสาย 2196 ตรงข้ามที่ทำการอำเภอเขาค้อ  แต่สงสัย ... อากาศยังไม่เย็นพอที่หมอกจะก่อตัว

                เช้านี้ ชิล ชิล กับอากาศ สายลม และแสงแดดอ่อน ๆ มีนักท่องเที่ยวมาแวะถ่ายรูป กินข้าว สวนกันหลายกลุ่ม

                ขากลับ แวะไป วัดพระธาตุซ่อนแก้ว ตามคำแนะนำซะหน่อย ย้อนกลับทางเดิม ไปไม่ไกลมาก ปากทางเข้ามีป้ายบอกทาง เป็นทางเข้าเดียวกับหมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน ทางลงช่างชันดิ่งดีนัก ลึกเข้าไปไม่ไกลมาก แค่ 3 กิโลกว่าๆ ก็เห็นบริเวณวัดทั้งบนเนินและในหุบ มีทั้งเจดีย์ที่สวยงามวิจิตรเห็นได้ในระยะไกล และมีส่วนที่กำลังสร้างเป็นวิหารพระเจ้า 5 พระองค์

               ฉันไม่ใช่เจ้าหนูจำไม แต่อยากรู้อยากเห็น เลยถามพระท่านได้ความว่า ที่นี่เพิ่งสร้างมาได้ราว 8 ปี โดยพระครูใบฎีกาอำนาจ โอภาโส ซึ่งเป็นศิลปินใหญ่ ที่บริจาคเงินทั้งหมดมาสร้างวัดนี้ ฉันเองไปสืบค้นประวัติท่านดู ก็ทราบว่าท่านได้รับรางวัลมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ และยังมีนิทรรศการที่ท่านจัดแสดงอีกมาก มิน่าๆ วัดถึงได้สวยงาม และตกแต่งด้วยศิลปะหลายแขนง โดยเฉพาะบริเวณเจดีย์ สวยงามทั้งภายนอก และลานด้านหน้า ส่วนด้านในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับประทานจากสมเด็จพระสังฆราช

               ที่นี่ดีอย่างด้วยเส้นทางแคบ คดเคี้ยวขึ้นเขา ทางออกจึงทำลงอีกด้าน สู่เส้นทางหมายเลข 12 ย่นระยะให้เดินทางกลับได้อีกหน่อย  ก่อนกลับยังได้แวะตลาดชาวบ้านข้างทาง ให้ช็อปเพลินๆ จนของเต็มรถโดยไม่รู้ตัว

                 หน้าฝน เป็นช่วงเวลาเที่ยวเขาค้อที่เพลิน ไม่แพ้ฤดูกาลไหนเลยจริงๆ 

 

 ............................................................

(วันที่ฟ้าสีฟ้า ณ ผาซ่อนแก้ว : คอลัมน์ชวนเที่ยว  : โดย...เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์)