ไลฟ์สไตล์

เดินเล่นที่'ดุสเซลดอร์ฟ'

เดินเล่นที่'ดุสเซลดอร์ฟ'

16 มิ.ย. 2556

เดินเล่นที่'ดุสเซลดอร์ฟ' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง

               ถ้าคัด 10 เมืองยอดนิยมของเยอรมันเอาไว้ในโผเที่ยว น้อยคนจะบรรจุชื่อของ ดุสเซลดอร์ฟ พ่วงไว้ในลิสต์

               ก็คงจะมีแต่มิวนิค เบอร์ลิน แฟรงก์เฟิร์ต โคโลญจน์ ฮัมบูร์ก โรเธนบวร์ก ไฮเดลเบิร์ก เดรสเดน สตุตการ์ท เบรเมน ไลพ์ซิก หรือไม่ก็ นูเรมเบิร์ก อะไรแนวนั้น ทั้งที่จริงดุสเซลดอร์ฟเองก็สะสวยอยู่ไม่น้อย ประสาเมืองริมแม่น้ำไรน์ มีความโรแมนติกและความสุนทรีย์เป็นต้นทุนอยู่แล้ว ทั้งหมดนี้จึงไม่มีอะไรให้ฉันนึกลังเลอีกต่อไป

               หลังจากสายการบินไชน่า แอร์ไลน์ส (0-22509880) หย่อนตัวลงแนบเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ฉันก็นั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองโน้นทีเมืองนี้ที  ก่อนจะปักหมุดไว้ที่ดุสเซลดอร์ฟ พูดถึงไชน่า แอร์ไลน์ส นอกจากมีเที่ยวบินบินตรงไปอัมสเตอร์ดัมทุกวันแล้ว ยังมีเที่ยวบินไปแฟรงก์เฟิร์ตสัปดาห์ละ 3 วันอีกด้วย แต่ต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ไทเป และใครที่ใช้แฟรงก์เฟิร์ตเป็นต้นทาง ซอกแซกไปหามุมต่างๆของเยอรมันด้วยรถไฟ (www.raileurope.co.th) ถือว่าสะดวกสบายอย่างยิ่ง เพราะทั้งรวดเร็ว ตรงเวลา และรถไฟเยอรมันก็ค่อนข้างสภาพดี

               และถึงจะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของเยอรมัน  ฉันก็ไม่ประมาทกับดุสเซลดอร์ฟ ก่อนจะไปถึงที่นั่น ก็นั่งคลิกเข้าไปค้นหาเรือนพักจากเว็บไซต์อโกดา (www.agoda.com) ให้เสร็จสรรพ จะได้ไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องที่เอนหลัง

               พูดตามตรงก็ต้องบอกว่า ดุสเซลดอร์ฟเป็นเมืองใหญ่พอสมควร นี่คือเมืองหลวงของนอร์ทไรน์-เวสท์ฟาเลีย (North Rhine-Westphalia) ที่ทอดตัวอยู่ริมแม่น้ำไรน์

               ดูจากลักษณะอาคารบ้านเรือน ที่นี่น่าจะเป็นเมืองที่ทำมาค้าขายและเป็นเมืองธุรกิจของเยอรมันอีกแห่งหนึ่ง ช่วงเขตรอบนอกผู้คนค่อนข้างบางตา แต่พอเข้าถึงไข่แดงของเมืองเท่านั้นแหละ ผู้คนเดินกันให้ขวักไขว่ไปหมด

               แต่ก่อนจะบุกไปถึงย่านเมืองเก่า รอบนอกเมืองมีเขตของชาวญี่ปุ่นมาทำมาหากินกันเต็มไปหมด จะหาราเม็ง หรือซูชิกินแถวนี้ ก็ง่ายสิ้นดี มองไปรอบตัวเจอแต่ป้ายภาษาญี่ปุ่น เหมือนยกญี่ปุ่นมาไว้ที่ดุสเซลดอร์ฟเชียวล่ะ

                กว่าจะเดินเท้าเข้าประชิดเมืองเก่า ฉันก็วินโดว์ ช็อปปิ้งไปหลายตลบ จะว่าไป เมืองนี้นี่เหมาะกับคนที่จะมาช็อปปิ้งเหมือนกัน เพราะตลอดทางมีแต่ร้านรวงและช็อปปิ้งมอลล์ให้แวะชายตามองตลอดทาง

               แต่ถ้าถามคนที่นี่ว่าจะไปช็อปปิ้งแถวไหนดี เขาจะแนะนำให้ไปแถว ถนน Ko ถนนนี้มีทั้งเสื้อผ้าคอลเลกชั่นใหม่ประดับหน้ากระจก เครื่องประดับ และของตกแต่งบ้านเก๋ๆ ก็เยอะ เรียกว่าตลอดระยะ 2 กิโลเมตร มีให้ขาช็อประทึกและระทวยได้ตลอดทาง

               พอเข้าเขตเมืองเก่าก็ยังแออัดไปด้วยร้านรวงไปตลอดทาง มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และใครที่ยังคันไม้คันมือไม่หาย จะช็อปต่อก็มีข้าวของหน้าตาน่ารักให้เลือกอีกเพียบเลย แถมราคาก็ดูเหมือนจะถูกกว่าด้วย

               แต่ฉันก็ออกจะประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเคยอ่านหนังสือมาว่า ดุสเซลดอร์ฟเองก็เคยถูกละเลงด้วยระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เหมือนกัน แต่บ้านเมืองที่เห็นในเวลานี้ดูไม่มีตำหนิเท่าไหร่

               เดินเรื่อยมาจนถึง จัตุรัส Marktplatz ที่นอกเหนือจากมีอาคารสำคัญๆ ของเมืองห้อมล้อมอยู่แล้ว ยังเป็นที่ตั้งของทาวน์ฮอลล์ประจำเมืองอีกด้วย ตรงกลางมีรูปปั้นของยาน เวลเลม เจ้าชายผู้สร้างคุณงามความดีไว้ให้ชาวดุสเซลดอร์ฟมากมาย

               กระเถิบขึ้นจากจัตุรัส Marktplatz ไปนิด เป็น Burgplatz ทอดตัวอยู่ริมแม่น้ำไรน์

               ใครๆ ก็มาแฮงก์เอาท์กันแถวนี้ เหมือนกับจะเป็นมุมรับแขกประจำเมืองเลยก็ว่าได้ ตรงนี้มีหอคอยปราสาทตั้งอยู่อย่างโดดเด่น  ใครไปใครมาก็มาโพสท่ากันมุมนี้แหละ จะว่าไปก็รื่นรมย์ไม่น้อย ประสาเมืองริมน้ำ ขยับตัวไปมุมไหนก็เบาสบายไปหมด 

               คนชอบเมืองเก่า หลุดเข้ามาแล้วก็ออกลำบาก ในนี้มีร้านอาหารให้เลือกชิมเกือบ 300 ร้าน เรียกว่าคุณชอบอาหารแนวไหน สัญชาติไหน ก็มีให้เลือกกันชนิดอยู่ปีหนึ่งยังตระเวนชิมไม่หมด ขนาดร้านอาหารไทยยังตั้งติดๆ กันเลย

               แล้วไหนยังจะมีโรงเบียร์ และคาเฟ่อีก เรียกว่าถ้าใครชอบปาร์ตี้สังสรรค์ น่าจะเหมาะกับดุสเซลดอร์ฟมาก

               หลังจากลำเลียงอาหารลงท้อง ฉันก็เดินสายมองหาพิพิธภัณฑ์ เขาว่าเมืองนี้มีพิพิธภัณฑ์ดีๆ ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น Navigation Museum แต่ที่โด่งดังระดับโลกก็น่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ Kunstsammlung สถานที่ที่รวบรวมผลงานศิลปะหลายแขนงเอาไว้มากมาย ที่นี่จึงเป็นชุมทางของคนรักศิลปะไปโดยปริยาย

               อาจจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ฉันได้เดินเล่นในดุสเซลดอร์ฟ  แต่ก็พอประมวลข้อมูลคร่าวๆ ได้ว่า นี่คือเมืองที่ผู้คนเริงร่าและสุนทรีย์ ผู้คนใช้ชีวิตอยู่กับโรงละครและพิพิธภัณฑ์ และถึงจะมีประวัติศาสตร์นับพันปีอยู่เบื้องหลัง แต่นี่คือเมืองแฟชั่นของเยอรมันที่โมเดิร์นหาตัวจับยากทีเดียวล่ะ

 

 .......................................................

(เดินเล่นที่'ดุสเซลดอร์ฟ' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง)