
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ถนนคนเดินชุมแสง
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ถนนคนเดินชุมแสง : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ตลาด “ชุมแสง” บ้านผม มีอายุกว่าร้อยปี ผมมาลงหลักปักฐานที่นี่เมื่อปี พ.ศ.2521 ปีนั้นถนนสายนครสวรรค์-ชุมแสง ยังเป็นถนนลูกรังอยู่เลย ผมเลือกมาใช้ชีวิตอยู่ชุมแสงก็เพราะ ชอบชื่อ “ชุมแสง” ที่จินตนาการได้ถึงความสว่างไสวเรืองรอง มารู้ทีหลังว่าชุมแสงคือชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งในตระกูลไทร
ปีแรกที่มาอยู่ในฐานะครูศิลปะ(หนุ่ม) ผมเที่ยวตระเวนวาดรูปทั้งลายเส้นและสีน้ำ อาคารไม้เก่าแก่ทั่วย่านตลาด ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ โรงสี กระเช้าข้ามลำแควน่าน ตรอกซอกซอยเล็กๆ สถานีรถไฟ
ชุมชนเล็กๆ อันเงียบสงบถึงขั้นซบเซา หลังจากที่นี่เคยเป็นแหล่งการค้าพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะข้าว ซึ่งขนส่งกันทางเรือ ปรากฏหลักฐานคือมีโรงสีเก่าอยู่หลายโรง ตลอดแนวลำแควว่ากันตั้งแต่ปากน้ำโพ ทับกฤช ไปจนอำเภอบางมูลนาก ตะพานหินของจังหวัดพิจิตรเลยทีเดียว
ปัจจุบัน ตลาดชุมแสงนับว่ายังคงสภาพเดิมๆอยู่ เปลี่ยนแปลงไปไม่มากนักอย่างน้อยก็ในช่วงเวลา 35 ปีที่ผ่านไป นั่นเพราะวิถีการค้าหันเหจากทางน้ำมาติดต่อค้าขายกันทางบก อำเภอชุมแสงกลายเป็น “ทางผ่าน” เศรษฐกิจซบเซาตลาดร้อยปี(กว่า)เงียบเหงา จากอำเภอที่รุ่งเรือง ได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลเมืองก่อนอำเภอใดในจังหวัด
เฉพาะอายุโรงเรียน(มัธยม)ที่ผมเคยมาเป็นครูก็เพิ่งจัดงานฉลอง 100 ปีไป ตลาดชุมแสงซึ่งเก่าแก่กว่านั้นย่อมมีตำนานเรื่องราว ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ
ถนนสายเลียบลำแคว แต่ก่อนเต็มไปด้วยอาคารร้านรวง และเรือนแพ ปัจจุบันบ้านเรือนริมน้ำถูกแทนที่ด้วยแนวเขื่อนซีเมนต์ที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันอุทกภัย กลายเป็นสถานที่ที่กว้างโล่งโปร่งตา ตลอดระยะทางราวหนึ่งกิโลเมตรอันน่ารื่นรมย์ ทางเทศบาล(ปัจจุบัน) ได้จัดให้เป็น “ถนนคนเดิน” ในทุกวันศุกร์ เวลาเย็นไปถึงค่ำ
ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบ “ถนนคนเดิน” เคยเดินถนนคนเดินมาแล้วหลายแห่ง ตามจังหวัดต่างๆ เฉพาะในภาคกลางด้วยกัน จังหวัดนครสวรรค์ สิงห์บุรี อุทัยธานี เปรียบเทียบกันแล้ว “ชุมแสง” บ้านผม มีศักยภาพพร้อมในทุกๆ ด้าน มีสถานีรถไฟเก่าแก่ มีลำแควน่านประสานแควยม มีพระธาตุเกยไชยคู่บ้าน คู่เมือง มีเจ้าพ่อเจ้าแม่คลองจระเข้เผือกอันเป็นศูนย์รวมใจของชาวไทยเชื้อสายจีน และผู้คนทั่วไป อาคารบ้านเรือนร้านค้าที่ยังอยู่ในสภาพดี และทำการค้าอยู่เป็นปัจจุบัน คนรุ่นอาวุโสที่มากประสบการณ์ความรู้ คนหนุ่มคนสาวที่มีสำนึกรักบ้านเกิดเมืองนอน
ผมมิได้กล่าวลอยๆ ประจักษ์พยานคืองานประจำปีทุกปี คนชุมแสงไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทุกรุ่น ทุกวัย จะต้องกลับมาบ้านเกิด ไม่เชื่อใครลองมาเที่ยวงานประจำปีชุมแสงดูเถิด (ประมาณปลาย พ.ย.-ต้นธ.ค. ของทุกปี) จะได้พบความคึกคักครึกครื้น คลาคล่ำยิ่งใหญ่อลังการอย่างแสนอบอุ่น ผมเคยไปดูท้องถิ่น ชุมชน อื่นๆ มามากมายหลายแห่ง เห็นความความเปลี่ยนแปลงอันเกิดจากพลังของคนในชุมชนนั้นๆ ในภาคกลางด้วยกัน “ตลาดสามชุก” นั้นเป็นแบบอย่างความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ด้วยตา ความเปลี่ยนแปลงที่ว่าเป็นการต่อสู้ ต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะได้อะไรมาเสียอะไรไป ความเคลื่อนไหวย่อมเป็นของแน่ ไหนเลยจะนิ่งเฉยอยู่ต่อไปได้
อำเภอชุมแสง อำเภอเล็กๆ ติดต่อกับอำเภอบางมูลนาก และโพทะเล จังหวัดพิจิตร เมืองที่แควยมบรรจบแควน่าน เมืองตำนานทัพพระเจ้าตาก เมืองหลากหลายพันธุ์ปลาแม่น้ำ แหล่งตาลหวานบ้านเกยไชย
ตลาดชุมแสงเงียบสงบ มีถนนซอยหลายสายเชื่อมระหว่างถนนสายเลียบทางรถไฟกับลำแคว ที่ไม่มีรถยนต์แล่นเลย นับว่าเป็นถนนคนเดินอย่างแท้จริง มาแต่ไหนแต่ไร มาเยือนชุมแสงได้สะดวกโดยทางรถไฟ ทางรถยนต์ จากตัวจังหวัดนครสวรรค์ เพียง 39 กิโลเมตร มาเช้าเย็นกลับสบายๆ มาล่องเรือชมจุดที่แควน่านประสานแควยม ไหว้พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ กินก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ ที่มีมากมายหลายเจ้าหลายสูตร กราบขอพรเจ้าพ่อเจ้าแม่ เดินชมตลาดยามเช้า กินกาแฟโบราณ น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋
เย็นวันศุกร์ต่อค่ำ พบกันที่ “ถนนคนเดิน” มีลานวัฒนธรรม มีกิจกรรมทางดนตรี มีแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะ มีเสียงเพลงขับกล่อม ดนตรีไทย สากล บรรเลง มีของเก่า ของใหม่ ของใช้ ของกิน มีรอยยิ้ม มีน้ำใจ ไมตรี
เขียนถึงชุมชนอื่นมาหลายแหล่งแห่งที่ วันนี้เขียนเรื่องบ้านตนเองรู้สึกยินดี ท่านที่อ่านศิลปะแห่งแผ่นดินตอนนี้ หาโอกาสมาเยือนชุมแสงนะครับ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ความเปลี่ยนแปลงในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ชาวชุมแสงยินดีต้อนรับครับ
--------------------
(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ถนนคนเดินชุมแสง : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)



