
เพชรเม็ดสุดท้ายในพระไตรปิฎก(จบ)
อมหมึกเคี้ยวกระดาษ : 'อตัมมยตา' เพชรเม็ดสุดท้าย ในพระไตรปิฎก (จบ) : [email protected]
ในการเดินทางไปสวนโมกข์ นอกจากเพื่อตามรอยเมธี 20 ปี มรณกาลพุทธทาสภิกขุแล้ว สำนักพิมพ์สุขภาพใจยังจัดงานเสวนาเปิดตัวหนังสือ "อตัมมยตา" หัวข้อ “เพชรเม็ดสุดท้ายในพระไตรปิฏก” ด้วย
งานนี้มีวิทยากรร่วมได้แก่ ท่านสิงห์ทอง เขมิโย พระอุปัฏฐาก (พระที่ดูแลใกล้ชิด) ท่านพุทธทาสมากว่า 20 พรรษา เล่าเหตุการณ์ก่อนมรณภาพ โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ กรรมการผู้จัดการสำนักพิมพ์สุขภาพใจ วรุตม์ ทองเชื้อ บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์สุขภาพใจ พิสุทธิ์ เกรียงบูรพา เจ้าของผลงานธรรมะชิลๆ หนังสือธรรมะร้องเพลงได้ โดยมี กนกวรรณ กนกวนาวงศ์ ดำเนินรายการ
ท่านสิงห์ทอง เล่าว่าท่านพุทธทาสใช้อตัมมยตาตลอดเวลาจวบจนวาระสุดท้ายของท่าน ตามรู้ และตามดูความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิต สติ ก่อนมรณกรรม
ด้านโชนรังสี ทายาทของบัญชา เฉลิมชัยกิจ ผู้จัดพิมพ์หนังสือ บอกว่า “อตัมมยตาประยุกต์ มีบทช่วยจำทั้งหมด 100 ข้อ เป็นหนังสือที่อ่านเข้าใจง่ายเป็นการถอดเสียงบรรยายประจำวันเสาร์ ภาคอาสาฬหบูชา ระหว่างวันที่ 2 กรกฎาคม 2531 ถึงวันที่ 24 กันยายน 2531 (รวม 13 ครั้ง) หนังสือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นว่า อตัมมยตา ไม่ใช่สิ่งที่สูงเกินเอื้อมจนนำมาปฏิบัติไม่ได้ แท้ที่จริงแล้วสามารถนำไปใช้ได้กับทุกคน หลักง่ายๆ ของ อตัมมยตา คือ กูไม่เอากับมึงแล้วโว้ย ละในสิ่งที่ควรละ ทำในสิ่งที่ควรทำ”
สอดคล้องกับ วรุตม์ ที่เสริมว่า “ความหมายของอตัมมยตา ตามภาษาบาลี แปลว่าความไม่สำเร็จมาแต่ปัจจัยนั้นๆ และท่านพุทธทาสได้แปลไว้ว่า มีสติปัญญาไม่ให้ปัจจัยทั้งภายและภายนอกปรุงแต่งจิตได้ในทุกกรณี ท่านพุทธทาสได้พูดถึง ตา ไว้ทั้งหมด 9 ตา ซึ่งเชื่อมโยงกัน เริ่มตั้งแต่ อนิจจตา ทุกขตา อนัตตตา ธัมมัฏฐิตตา อิทัปปัจจยตา สุญญตา ตถาตา และอตัมมยตา เพชรเม็ดสุดท้ายอันเป็นหัวใจของพุทธศาสนา”
สำหรับผู้ที่นำอตัมมยามาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน จะเกิดผลอย่างไรต่อตัวเอง พิสุทธิ์ ผู้ศึกษาหลักธรรมของท่านพุทธทาส ได้แนะไว้อย่างน่าสนใจ
“ให้เอาไตรลักษณ์ 3 ตาแรก มาใช้ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เอาตัวใดตัวหนึ่ง เช่น อนิจจัง คิดง่าย มันไม่แน่ เดี๋ยวก็แก่เดี๋ยวก็เจ็บ พอไตรลักษณ์เห็นชัดเจน ก็โยนิโสมาคิดกับตัวเองพอเห็นชัดเจนมากๆ ก็จะเห็นว่ามันเป็นอิทัปปัจจยตา เมื่อมีสิ่งนี้มันก็เกิดสิ่งนี้ แล้วมันก็คือความว่างทั้งเพไม่มีตัวตน มันก็เป็นเช่นนั้นเองตถาตา แล้วมันก็ไปขมวดที่อตัมมยตาทุกตัว”
สรุปหัวใจของ "อตัมมยตา" คือ เป็นธรรมะชั้นสูงสุดทางพุทธศาสนา ถึงขนาดที่ท่านพุทธทาส กล่าวไว้ว่า
“ถ้าไม่มีอตัมมยตา ก็ไม่มีพุทธศาสนา” (หน้าที่ 15 ของหนังสืออตัมมยตา ประยุกต์) เพราะถ้าไม่มีอตัมมยตา ก็จะไม่มีสิ่งผลักดันให้ไปสู่ความดับทุกข์ซึ่งเป็นหัวใจของพุทธศาสนานั่นเอง
"อตัมมยตา" ถือว่าเป็นเพชรเม็ดสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในพระไตรปิฎกแต่ไม่มีใครนำมาสอน ท่านพุทธทาสจึงคิดค้นบทช่วยจำอตัมมยตาทำให้ง่ายขึ้น ให้เหมาะกับบุคคล ทุกเพศ ทุกวัยและทุกสาขาอาชีพ
สำหรับบทช่วยจำอตัมมยตา อาทิ “เป็นมนตราที่ใช้หย่าร้างสิ่งที่ควรหย่าร้าง “เป็นมนตราขับผี” “กูไม่เอากับมึงอีกต่อไปแล้วโว้ย!” “อตัมมยตาสำหรับเปลี่ยนนิสัยที่ไม่พึงปรารถนา” “อตัมมยตาใช้กับการลืมเรื่องที่ควรลืมได้ทุกเรื่อง” ฯลฯ
“อตัมมยตา ประยุกต์” เล่มนี้ ถือว่ามีประโยชน์มากสำหรับผู้ต้องการศึกษาว่า อตัมมยตาคืออะไร? สำคัญอย่างไร? และจะมีวิธีนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร? หาคำตอบได้ในเล่มนี้
--------------------
จุดเด่นของ "อตัมมยตา" แต่ละเล่ม
อตัมมยตาประยุกต์ (อตัมมยตา เล่ม 1) ตอบคำถามสำคัญ เช่น อตัมมยตาคืออะไร? สำคัญอย่างไร? และมีวิธีนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร? และมีบทช่วยจำทำให้ง่ายขึ้น เช่น “กูไม่เอากับมึงแล้วโว้ย!”
อตัมมยตาปริทัสน์ (อตัมมยตา เล่ม 2) ท่านพุทธทาสชี้ให้เห็นประโยชน์และอานิสงส์ของอตัมมยตาว่ามีประโยชน์รอบด้าน ท่านใช้คำว่า “มีอานิสงส์ครอบจักรวาล หมายความว่า มีประโยชน์ไปเสียทุกอย่าง ทุกแง่ทุกมุม ไม่ว่าทิศทางไหน เอาไปใช้ประโยชน์ได้ ดังกับว่าเป็นของสารพัดนึก” เนื้อหาประยุกต์ใช้กับกลุ่มคนหลากอาชีพ หลายแง่มุม อาทิ “อตัมมยตากับเด็กๆ และยุวชน” “อตัมมยตากับการเมือง” “อตัมมยตากับการพัฒนามนุษย์” “อตัมมยตากับการศึกษา” “อตัมมยตากับการทำงานให้สนุก” เป็นต้น
อตัมมยตาประทีป (อตัมมยตา เล่ม 3) เป็นเสมือนไกด์นำทาง หรือเป็นแสงสว่างนำพาให้ผู้ปฏิบัติได้เข้าถึงสุขที่แท้จริงของชีวิต เน้นวิธีนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต ชี้ให้เห็นประโยชน์ที่จะได้รับ เสนอแนวทางปฏิบัติเพื่อการเข้าถึงอตัมมยตาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นขั้นเป็นตอน
--------------------
(อมหมึกเคี้ยวกระดาษ : 'อตัมมยตา' เพชรเม็ดสุดท้าย ในพระไตรปิฎก (จบ) : [email protected])



