ไลฟ์สไตล์

'เริ่มต้นที่แยกคอกวัว เติบโตที่แยกนางเลิ้ง มั่นคงที่แยกเกษตร

'เริ่มต้นที่แยกคอกวัว เติบโตที่แยกนางเลิ้ง มั่นคงที่แยกเกษตร

15 มิ.ย. 2556

'เริ่มต้นที่แยกคอกวัว เติบโตที่แยกนางเลิ้ง มั่นคงที่แยกเกษตร' : สัมภาษณ์พิเศษ อดุลย์ กาญจนวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

               ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่ บางเขน "อาคารแห่งการเรียนรู้" บอกเล่าความเป็นมาของ ธ.ก.ส. ตลอด 40 กว่าปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวมากมายซ่อนไว้ให้เข้ามาค้นหา ธ.ก.ส.ขอเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะ "การให้ต่อสังคมโดยไม่มีเงื่อนไข" อีกทั้งน้อมนำปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" มาใช้บริหารองค์กร เน้นการบริหาร 3 มิติ คือ C (ลูกค้า) E (พนักงาน) O (บริหารจัดการบนหลักของความพอเพียง) เน้นความจริงใจ เป็นกำลังใจให้เกษตรกร

               อดุลย์ กาญจนวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เล่าถึงความเป็นมาในการย้ายสำนักงานใหญ่ ธ.ก.ส.แห่งใหม่ ในพื้นที่ย่านบางเขน ว่า ธ.ก.ส.มีบทบาทเพิ่มมากขึ้น มีการแก้ไขกฎหมายให้ธนาคารเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะชาวไร่ชาวนาเท่านั้น แต่มีการขยายไปว่าจะช่วยเรื่องการตลาด การแปรรูป จากที่เคยช่วยรายบุคคลก็เข้าไปช่วยชุมชนด้วย อีกทั้งธนาคารเป็นกลไกของรัฐ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายครอบคลุมถึงเกษตรกรมากขึ้น ทั้งภัยพิบัติต่างๆ รวมไปถึงกรณีที่ธนาคารต้องยืนด้วยขาตัวเอง หาแหล่งทุน ด้วยการเปิดบริการในรูปเงินฝาก

               ดังนั้น สำนักงานใหญ่เดิมที่นางเลิ้งก็เริ่มแออัด จากงานที่ขายเพิ่มขึ้นมา จึงมีการคิดขยายพื้นที่ หาซื้อที่ใหม่เพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ก็ได้มาซื้อที่ดินขนาด 16 ไร่ 84.3 ตร.ว. ติดถนนพหลโยธิน เพื่อรองรับงานที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ทิ้งที่เดิม เพราะสถานที่เดิมเป็นพระราชวังเดิมของ พระเจ้าบรมรวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ พนักงานมีความผูกพันมาก

               "ตอนแรกมีความคิดที่จะขายสำนักงานใหญ่ที่นางเลิ้ง แต่พนักงานไม่ยอม เพราะทุกคนมีความผูกพันกับสถานที่เดิม ซึ่งเป็นจิตวิญญาณของ ธ.ก.ส. จึงตัดสินใจไม่ขาย และหาสถานที่ใหม่ การก่อสร้างอาคารเน้นรูปแบบทางการเกษตร ด้านหน้าเป็นงอบสีทอง เป็นสัญลักษณ์ของชาวนา อาคารภายในเน้นความเรียบง่าย ออกแบบโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านหน้าดีไซน์เป็นน้ำไหลลงมารวมด้านหน้าเป็นน้ำพุ เดิมทีดีไซน์ไว้จะปลูกข้าวให้เสมือนเป็นท้องนา แต่ยังไม่ได้ปลูก ตอนนี้มีหญ้าขึ้นมองดูคล้ายๆ ท้องนาเหมือนกัน ที่เลือกแยกบางเขน เพราะใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีพนักงานจำนวนมากอยู่ในย่านนี้ มีม็อบเกษตรกรบ่อย จึงต้องหาที่สถานที่ใหญ่ๆ ไว้รองรับ แต่ข้อจำกัดของที่นี่อย่างหนึ่งคือ ไม่มีรั้ว ซึ่งต้องเน้นเรื่องการรักษาความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ"

               สำนักงานใหญ่ ธ.ก.ส. แยกบางเขน เน้นประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น สถานที่เดิมมีข้อจำกัดเรื่องเทคโนโลยี พอมาสร้างอาคารใหม่จึงเน้นเทคโนโลยี ภายในบริเวณสำนักงาน มีอาคารแยกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ อาคารสำนักงานมี 24 ชั้น พร้อมลานจอดเฮลิคอปเตอร์ อาคารอเนกประสงค์ 8 ชั้น อาคารศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ 6 ชั้น และอาคารจอดรถ 10 ชั้น แต่ยังมีพนักงานบางแผนกทำงานอยู่ที่สำนักงานใหญ่นางเลิ้ง

               "แรกๆ พนักงานไม่อยากมา บ่นว่า ไกลบ้านบ้าง ไม่คุ้นเคยบ้าง ผมก็ได้แต่รับฟัง ผ่านไปได้สักระยะผมเห็นพนักงานหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ก็ดีใจว่า พนักงานคงปรับตัวได้แล้ว แต่ที่ไหนได้ กลายเป็นว่า ไกลนาย เพราะหัวหน้าส่วนใหญ่ยังอยู่ที่นางเลิ้ง ไม่ต้องถูกเรียกประชุมบ่อยๆ มีความสุขขึ้น มีอิสระมากขึ้น ไม่เครียดด้วย กลายเป็นหัวหน้าถูกลูกน้องทิ้ง"

               รองผู้จัดการอดุลย์ กล่าวต่อว่า จุดประสงค์หลักอีกประการคือ อยากสร้างให้เป็น "อาคารแห่งการเรียนรู้" คนทั่วไปจะได้รับรู้ "UNSEEN ธ.ก.ส." เพราะธนาคารทำอะไรหลายๆ อย่าง แต่ไม่ได้บอกใคร จึงไม่ค่อยมีคนรู้ แม้กระทั่งเรื่อง "เงินฝากทวีสิน" ที่เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเงินฝาก แบบซื้อสลากทวีสิน เมื่อหลายปีก่อน คนซื้อสลากทวีสินกันเยอะ แต่หาสาขาของ ธ.ก.ส.ในกรุงเทพฯ ไม่ได้ ในต่างจังหวัดพนักงานต้องเดินทางไปหาลูกค้า แต่ที่กรุงเทพฯ ลูกค้าเดินเข้ามาหาธนาคาร จึงเป็นแนวคิดว่า จะเปิดสาขาในกรุงเทพฯ ทุกสำนักงานเขตของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประมาณ 56 แห่ง ภายใน 3 ปี

               สำนักงานใหญ่ แยกบางเขน ไม่ได้เป็นแค่ที่ทำงานเท่านั้น ยังมี พิพิธภัณฑ์ ธ.ก.ส. บอกเล่าความเป็นมา การก่อตั้ง ความสำเร็จของธนาคาร รวมทั้งการดึงงานศิลปะเข้ามาเยื่อมโยงกับธนาคาร เชื่อว่างานศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีคนในชนบท เป็นการเข้าถึงคนของสังคม เช่น การนำภาพเขียนของศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมาบรรจุไว้บนสลากทวีสิน ประสบความสำเร็จมาก เป็นที่ต้องการของลูกค้า เป็นของสะสมที่หายาก

               มีห้องสมุด ที่กว้างขวาง เน้นความสะดวกสบาย มีมุมกาแฟ มีมินิเธียเตอร์ มีที่นั่งแบบสบายๆ เป็นโซฟาบ้าง เป็นมุมสวนเล็กๆ บ้าง มีอุปกรณ์ในการเรียนรู้หลากหลาย มีมุมเด็กที่พนักงานสามารถพาลูกหลานมาค้นคว้าหาความรู้ได้ หรือในอนาคตจะมีมุมกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ เช่น สอยร้อยมาลัยวันแม่ เป็นต้น จะเปิดให้นิสิต นักศึกษา ประชาชน เข้ามาใช้บริการ และขอยืมหนังสือผ่านระบบคอมพิวเตอร์

               ประติมากรรมหน้าธนาคาร 5 ชิ้น เป็นวัฒนธรรมองค์กร 5 ประการ แฝงไปด้วยหลักปรัชญาในการทำงาน ให้สอดคล้องกับปรัชญาของธนาคาร คือ "แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง" เป็น 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ค่านิยมขององค์กร คือ SPARK รูปปั้นหลักๆ อาทิ พระอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ มีความแปลกประหลาดอย่างหนึ่ง หากยืนตรงหน้าพระพักตร์จะมองเห็นพระรูปจากกระจกสะท้อนรอบทิศเห็นเป็น 35 พระองค์ มีความหมายต่างๆ ซ้อนอยู่มากมายให้เข้ามาค้นหา อีกชิ้นคือรูปปั้นของ อ.จำเนียร สาระนาค ผู้จัดการคนแรกของ ธ.ก.ส. และถือเป็น "บิดาด้านสินเชื่อการเกษตร"

               รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ฝากบอกว่า อยากให้นักเรียน นักศึกษา เข้ามาเรียนรู้เรื่องการเกษตรจากอาคารแห่งการเรียนรู้ เพราะในอนาคตภาคเกษตรจะมีการเปลี่ยน คนรุ่นใหม่ต้องทำเกษตรรูปแบบสมัยใหม่ๆ หากมีผู้ประสงค์เข้ามาศึกษาดูงานอาคารแห่งการเรียนรู้ ติดต่อเข้ามาล่วงหน้า ธนาคารจะจัด "มัคคุเทศน์แห่งการเรียนรู้" ซึ่งเป็นพนักงาน ธ.ก.ส. เป็นผู้นำชม ใช้เวลาในการเข้าชมประมาณ 45 นาที มีภาพยนตร์ 4 มิติ ให้ดู ผู้ที่อยากเข้าชมเป็นกลุ่มสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานพิพิธภัณฑ์

               "ในอนาคต ธ.ก.ส.จะจัดให้มี "มิวสิก อิน เดอะ พาร์ค" เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้แก่พนักงาน และประชาชนใกล้เคียงมานั่งฟัง ผ่อนคลาย เหมือนเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมของธนาคารอย่างหนึ่ง โดยจะเน้นดนตรีที่ฟังสบาย จากการบรรเลงของพนักงาน ซึ่งก่อนหน้า อ.ระพี สาคริก เลยนำดนตรีไทยมาเล่นผสมผสานกับดนตรีสากล ซึ่งท่านอยากมาร่วมเล่นดนตรีด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างวางรูปแบบให้ออกมาลงตัวที่สุด คาดว่าจะเริ่มได้เร็วๆ นี้ พนักงานกับคนรอบๆ ธนาคารจะได้มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน นอกจากนี้อาจจะมีตลาดที่ให้ลูกค้าโอท็อปนำสินค้าเข้ามาจำหน่าย ซึ่งที่นางเลิ้งก็ทำอยู่ เป็นการช่วยเหลือลูกค้าด้วยอีกทางหนึ่ง โดยธนาคารไม่ได้หากำไรแต่อย่างใด"

               ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะออกในปี 2556 เป็นรูปของเงินฝาก อาจจะเป็นสลากทวีสินรูปแบบต่างๆ ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดขณะนั้น รองผู้จัดการอดุลย์ ย้ำว่า ต้องระวัง เพราะอาจไม่เข้าใจเรื่องการระดมเงินฝาก อาจจะเข้าใจว่า ธ.ก.ส.จะนำเงินไปใช้ในโครงการจำนำข้าว ซึ่งไม่เกี่ยวกัน เป็นคนละส่วนกัน สินเชื่อในอนาคตจะเน้นสินเชื่อเชื่อโยงเรื่องการแปรรูป และการตลาด อาจจะเป็นการปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้ารายใหญ่ แต่เป็นกลยุทธ์ของห่วงโซ่ที่จะทำให้ธุรกิจดีทั้งวงจร ผลประโยชน์จะไปตกกับเกษตรกรมากขึ้น

               ปิดท้ายด้วย "สมาร์ท ฟาร์มเมอร์" ธ.ก.ส.อยากเห็นเกษตรกรพันธุ์ใหม่ ที่รู้เรื่องเทคโนโลยีทางการเกษตร และพัฒนาการเกษตรพันธุ์ใหม่ขึ้นมา เป็นการยกระดับเกษตรกร จะเน้นในช่วง 2 ปีนี้ (2556-2557) เน้นมาตรฐานเป็นหลัก เช่น ผลิตภัณฑ์การเกษตรที่ต้องได้รับมาตรฐานจากหน่วยงานราชการ ถือเป็นการทำการเกษตรที่สูงขึ้น เช่น มาตรฐานการส่งออก มาตรฐานฮาลาล (อิสลาม) เป็นต้น อีกทั้งเป็นความผูกพันจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งเกษตรกรรายย่อย และผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ผลิตสินค้าการเกษตร

 

..........................................................................

('เริ่มต้นที่แยกคอกวัว เติบโตที่แยกนางเลิ้ง มั่นคงที่แยกเกษตร' : สัมภาษณ์พิเศษ อดุลย์ กาญจนวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) )