
เตือนภัย!ไข้เลือดออกระบาดหนัก
'สพม.39' เตือนภัย 'ไข้เลือดออก' ระบาดหนัก ขณะที่ชุมชนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกเร่งรณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
14 มิ.ย.56 ดร.สมเกียรติ บุญรอด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ว่า สถานการณ์ของการแพร่ระบาดของไข้เลือดออกในจังหวัดพิษณุโลก ยังน่าเป็นห่วงล่าสุด เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากไข้เลือดออกแล้ว 1 ราย เป็นชายชาวอำเภอบางกระทุ่ม อายุ 24 ปี
ขณะที่ยอดผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ถึงวันที่ 13 มิ.ย.นี้ พบยอดผู้ป่วยสะสมแล้ว 471 รายแล้ว ใน 72 ตำบล 223 หมู่บ้าน 14 ชุมชนเทศบาล ซึ่งถือว่ามีผู้ป่วยสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ โดยหากเทียบกับปีที่ผ่านมา 2555 จะพบว่าจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่าตัว สูงสุดอยู่ที่ อำเภอเมือง รองลงมาคือ อำเภอวัดโบสถ์ โดยเฉลี่ยอายุของผู้ป่วยที่พบมากที่สุด คืออยู่ในช่วงอายุ 15-22 ปี และมีแนวโน้มในเดือนมิถุนายน นี้จะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว
เบื้องต้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 ที่ดูแลโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 58 โรงเรียน ให้โรงเรียนประสานสำนักงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอความอนุเคราะห์ในการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบริเวณโรงเรียน เพื่อเป็นการทำลายวงจรของการเกิดยุงลาย พร้อมกับให้นักเรียนร่วมกันทำลายแหล่งยุงลายต่างๆ ภายในบริเวณโรงเรียนด้วย
ชุมชนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก รณรงค์ป้องกันไข้เลือดออก
ที่ชุมชนดีอินทร์พัฒนา เทศบาลนครพิษณุโลก ชาวบ้านในชุมชนได้ร่วมกันออกมารณรงค์ป้องกันไข้เลือดออก โดยเดินรณรงค์ให้ความรู้และแจกทรายอะเบท รวมทั้งทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย หลังจากที่สถานการณ์ของการแพร่ระบาดของไข้เลือดออกในจังหวัดพิษณุโลกยังน่าเป็นห่วงล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากไข้เลือดออกแล้ว 1 ราย ยอดผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสม ถึงวันที่ 10 มิ.ย.นี้ จำนวน 471 รายแล้ว ใน 72 ตำบล 223 หมู่บ้าน 14 ชุมชนเทศบาล ซึ่งถือว่ามีผู้ป่วยสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ โดยหากเทียบกับปีที่ผ่านมา 2555 จะพบว่าจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่าตัว สูงสุดอยู่ที่ อำเภอเมือง รองลงมาคือ อำเภอวัดโบสถ์ โดยเฉลี่ยอายุของผู้ป่วยที่พบมากที่สุด คืออยู่ในช่วงอายุ 15-22 ปี และมีแนวโน้มในเดือนมิถุนายน นี้จะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ทั้งนี้ นอกจากที่ชุมชนดีอินทร์แล้ว ยังมีอีก 12 ชุมชนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก พร้อมใจกันออกมารณรงค์ป้องกันไข้เลือดออก เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ที่อยู่ใกล้บ้าน หรือใกล้แหล่งชุมชนต่างๆ เพื่อเป็นการทำลายวงจรของการเกิดยุงลาย พร้อมกับให้ชุมชนร่วมกันทำลายแหล่งยุงลายต่างๆ โดยเฉพาะวัด โรงเรียน
เลย-ไข้เลือดออกพุ่ง ดับแล้ว 6 ราย เร่งป้องกัน
นายวิวรรธน์ ก่อวิริยะกมล นายกแพทย์สาธารณสุข จ.เลย เปิดเผยถึงสถานการณ์ไข้เลือดออกว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 11 มิถุนายน 2556 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้ว 1,229 ราย เสียชีวิตแล้ว 6 ราย อำเภอเมืองเลยพบมากที่สุด 335ราย รองลงมาคือ อำเภอด่านซ้าย 119 ราย อำเภอเชียงคานและปากชม 115 ราย โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส มียุงลายเป็นพาหะ ติดเชื้อได้ทุกเพศทุกวัย ดังนั้น จึงได้ขอความร่วมมือกับทุกภาคส่วนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ช่วยกันดำเนินการ คือ รณรงค์ให้ประชาชนมีความรู้และตระหนัก ร่วมมือป้องกันโรค ไม่ให้มีการเจ็บป่วย โดยกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย โดยช่วยกันทำลายลูกน้ำไม่ให้กลายเป็นยุงลาย โดยใช้ยุทธศาสตร์ 5 ป.1 ข. คือ ป.ที่ 1 ปิดฝาภาชนะไม่ให้ยุงวางไข่ ซึ่งยุงลายชอบวางไข่น้ำสะอาด ใส นิ่ง เช่น โอ่งน้ำ ป.ที่ 2 เปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน เช่น น้ำหล่อขาตู้ ป.ที่ -3 ปล่อยปลากินลูกน้ำ เช่น ปลาหางนกยูงลงในอ่างบัว ป.ที่ 4 ปรับปรุงสิ่งแวดล้อม ทำลายขยะ ไม่ให้เป็นแหล่งขังน้ำให้ยุงวางได้ ป.ที่ 5 คือปฏิบัติให้เป็นนิสัย และ 1 ข. คือขัดล้างภาชนะด้านในเพื่อกำจัดไข่ยุงลาย
การป้องกันเฉพาะตัวบุคคล ในกรณีที่มีการระบาดหรือมีผู้ป่วยในพื้นที่ จะต้องป้องกันการแพร่เชื้อ โดยป้องกันยุงลายที่เป็นพาหะของโรคไปกัดคนที่มีเชื้อและนำเชื้อไปปล่อยให้คนปกติ ให้นอนในมุ้ง และกำจัดลูกน้ำยุงลายในบ้านหรือที่อยู่อาศัยของตน หากไม่มีการระบาดในพื้นที่จะไม่พ่นหมอกควันเพราะไม่ใช่มาตรการป้องกันที่ได้ผล การดูแลรักษาผู้ป่วยเพื่อลดการเสียชีวิต เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่ฤดูกาลระบาดของโรคไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2556จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้น จากการติดตามสถานการณ์พบว่าอัตราป่วยแล้วเสียชีวิตสูงขึ้น โดยเฉพาะในหนุ่มสาว เนื่องจากเข้าใจผิดว่าไข้เลือดออกเป็นเฉพาะในเด็ก มักไปซื้อยากินเองหรือไปรักษาที่คลินิกเมื่อไม่หายหรือมีอาการหนักแล้วจึงไปโรงพยาบาล ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตสูง
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย กล่าวย้ำในท้ายที่สุดว่า ช่วงนี้ไข้เลือดออกกำลังระบาด หากมีไข้ให้หมั่นเช็ดตัวลดไข้บ่อยๆ อย่างน้อย 15 นาที โดยเฉพาะบริเวณข้อพับ ซอกคอ ขาหนีบ จนกว่าไข้จะลด และเช็ดตัวซ้ำอีกเมื่อมีไข้ขึ้น ไม่ควรทานยาลดไข้ทุกชนิด ถ้ามีไข้สูงเกิน 1 วันขึ้นไป และมีแนวโน้มว่าไข้ไม่ลดลง หรือซึม อาเจียน กินข้าวไม่ได้ ปวดท้อง หรือมีจุดเลือดออกตามร่างกาย รีบปรึกษาและพบแพทย์หรือสถานพยาบาลใกล้บ้านทันที เพราะหากปล่อยไว้จะเข้าสู่ภาวะไข้เลือดออกช็อค เป็นอันตรายมากและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่ เน้นห้ามซื้อยารับประทานเองโดยเด็ดขาด และขอให้ทุกคนได้ช่วยกันทำความสะอาดรอบๆบ้าน ทั้งขยะ หญ้ารก และต้นไม้ พุ่มไม้ที่รกรุงรัง เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง



