ไลฟ์สไตล์

ลำพูนพบผู้ป่วยไข้เลือดออกกว่า300ราย

ลำพูนพบผู้ป่วยไข้เลือดออกกว่า300ราย

13 มิ.ย. 2556

ลำพูนพบผู้ป่วยไข้เลือดออกกว่า 300 ราย ขณะที่ จ.พิษณุโลกเผยสัปดาห์เดียวไข้เลือดออกระบาดเพิ่ม 30 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 471 ราย สูงเป็นอันดับ 1 ของภาคเหนือ

 

                        13 มิ.ย.56 นายปัจจุบัน เหมหงษา สาธารณสุขจังหวัดลำพูน กล่าวว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกใน 8 อำเภอได้แก่ เมือง บ้านธิ แม่ทา ป่าซาง บ้านโฮ่ง ทุ่งหัวช้าง ลี้ และ เวียงหนองล่อง ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. - 5 มิ.ย. พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จำนวน 303 ราย ผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย อำเภอที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ อ.เมือง จำนวน 139 ราย รองลงมาอ.ป่าซาง 83 ราย อ.แม่ทา 29 ราย กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด คือ อายุระหว่าง 15-24 ปี รองลงมา อายุระหว่าง 10-14 ปี เมื่อเปรียบเทียบกับระดับเขต ใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ลำดับที่ 1 จ.เชียงใหม่ อัตราป่วย 102.20 ต่อแสนประชากร ลำดับที่ 2 จ.เชียงราย อัตราป่วย 93.38 ต่อแสนประชากร ลำดับที่ 3 จ.ลำพูน อัตราป่วย 74.73 ต่อแสนประชากร ลำดับที่ 4 จ.แม่ฮ่องสอน อัตราป่วย 62.61 ต่อแสนประชากร ลำดับที่ 5 จ.ลำปาง อัตราป่วย 52.58 ต่อแสนประชากร ลำดับที่ 6 จ.แพร่ อัตราป่วย 33.22 ต่อแสนประชากร ลำดับที่ 7 จ.น่าน อัตราป่วย 29.94 ต่อแสนประชากร และลำดับที่ 8 จ.พะเยา อัตราป่วย 19.46 ต่อแสนประชากร

                        ดังนั้น จ.ลำพูน ขอความร่วมมือประชาชนทุกหลังคาเรือนและทุกภาคส่วนในพื้นที่ เร่งรัดกำจัดลูกน้ำยุงลายอย่างจริงจัง สม่ำเสมอทุกสัปดาห์ เน้นการเปลี่ยนถ่ายน้ำและขัดล้างภาชนะ การใส่ทรายทีมีฟอสในภาชนะเก็บน้ำ โดยเจ้าของบ้านทำด้วยตนเอง ส่วนในภาชนะที่ไม่ค่อยได้ดูแลหรือไม่ใช้แล้ว เช่น ยางรถยนต์เก่า กระถาง เศษภาชนะ ให้กำจัดหรือเก็บเข้าที่ไม่ให้มีน้ำขัง รวมทั้ง ขอความร่วมมือโรงเรียนทั้งภาครัฐและเอกชนทุกแห่งกำจัดลูกน้ำยุงลายในโรงเรียน ช่วยกันป้องกันยุงกัดและป้องกันยุงเกิด กรณีเจ็บป่วยไข้เกิน 2 วัน อาการไม่ดีขึ้น สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที

 

พิษณุโลก-สัปดาห์เดียวพบผู้ป่วยเพิ่ม 30 ราย

 

                        นายบุญเติม ตันสุรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า สถานการณ์ของการแพร่ระบาดของไข้เลือดออกในจังหวัดพิษณุโลกยังน่าเป็นห่วงล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากไข้เลือดออกแล้ว 1 รายเป็นชายชาวอำเภอบางกระทุ่ม อายุ 24 ปี ขณะที่ยอดผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ถึงวันที่ 10 มิ.ย.นี้ พบยอดผู้ป่วยสะสมแล้ว 471 รายแล้ว ใน 72 ตำบล 223 หมู่บ้าน 14 ชุมชนเทศบาล ซึ่งถือว่ามีผู้ป่วยสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ โดยหากเทียบกับปีที่ผ่านมา 2555 จะพบว่าจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่าตัว สูงสุดอยู่ที่ อำเภอเมือง รองลงมาคือ อำเภอวัดโบสถ์ โดยเฉลี่ยอายุของผู้ป่วยที่พบมากที่สุด คืออยู่ในช่วงอายุ 15-22 ปี และมีแนวโน้มในเดือนมิถุนายน นี้จะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

                        เบื้องต้นทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ร่วมกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ที่อยู่ใกล้บ้าน หรือใกล้แหล่งชุมชนต่างๆ เพื่อเป็นการทำลายวงจรของการเกิดยุงลาย พร้อมกับให้ชุมชนร่วมกันทำลายแหล่งยุงลายต่างๆ โดยเฉพาะวัด โรงเรียน

 

อุตรดิตถ์-รณรงค์ป้องกันไข้เลือดออก

 

                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนูๆน้องๆ ชั้นอนุบาล 1-3 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ สังกัดเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ จำนวนกว่า 300 คน ใช้เวลาหลังเคารพธงชาติ จัดแถวพร้อมถือป้ายข้อความ เดินรณรงค์ทั้งภายในบริเวณโรงเรียนและทั่ว 27 ชุมชุนเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อให้ผู้ปกครองสนใจ ใส่ใจ การป้องกัน กำจัดลูกน้ำยุงลาย หลังพบผู้ป่วยไข้เลือดออกที่จังหวัดอุตรดิตถ์อย่างต่อเนื่อง และยังพบเด็กช่วงวัยเรียนมีอัตราป่วยสูงที่สุดของจังหวัดคือ 55 ราย หรือร้อยละ 50 ของจำนวนผู้ป่วย นอกจากนี้คุณครู และนักเรียนยังช่วยกันสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในโรงเรียน ทั้งภาชนะเก็บกักน้ำที่ไม่มีฝาปิด แจกัญดอกไม้

                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเด็กต่างตื่นตัวและตื่นเต้นกับการได้มีส่วนร่วมรณรงค์ป้องกันไข้เลือดออก ให้ความสนใจขณะที่คุณครูอธิบาย วิธีกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายแบบง่าย ที่ไม่ต้องลงทุน สามารถกลับไปทำที่บ้านของตัวเองได้คือ การปิดฝาภาชนะที่เก็บกักน้ำ คว่ำหรือเทน้ำทิ้งหากพบน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย หรือที่ผู้ใหญ่มักใช้คำว่า “คว่ำกะโหลกกะลา”

                        นายสำราญ เอื้อริวาณิชย์ นายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ ระบุว่า เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์เป็นชุมชนขนาดใหญ่ และ หนาแน่น จึงง่ายต่อการระบาดของไข้เลือดออก มีการฉีดพ่นสารเคมีและให้เจ้าหน้าที่ออกตัดหญ้า ปรับปูมิทัศน์ทั่วเมืองอุตรดิตถ์แล้ว ยังระดม อสม.รณรงค์เชิงรุกเคาะปะตูบ้าน นอกจากนี้ยังได้เพิ่มมาตรการ 3 ข. คือ ขัดล้างภาชนะก่อนเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกสัปดาห์ ขอให้เจ้าของบ้านเรือนลงมือปฏิบัติเองจนเป็นนิสัยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ และขอความร่วมมือหน่วยงานทุกภาคส่วนดำเนินการดูแลสิ่งแวดล้อมให้สะอาดไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย เพื่อตัดวงจรไม่ให้ยุงลายได้วางไข่ เสริมมาตรการ 5 ป. คือ ปิดฝาภาชนา เปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน ปล่อยปลากินลูกน้ำ ปรับปรุงสิ่งแวดล้อม และปฏิบัติจนเป็นนิสัย

 

เชียงราย - เร่งป้องกันยุงลายรับวันไข้เลือดออกอาเซียน

 

                       นายแพทย์ชำนาญ หาญสุทธิเวชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันไข้เลือดออกอาเซียน กลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ มีมติร่วมกันในการแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออก เพื่อลดอัตราป่วย-ตายให้มากที่สุด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย จึงขอความร่วมมือให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง ประสานงานกับองค์กรภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออก โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่เสี่ยง 3 ร.คือ โรงเรือนบ้านพักอาศัย โรงเรียน และโรงพยาบาล

                       โดยเร่งรัดดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกในช่วงฤดูฝน ดังนี้ 1.รณรงค์ให้ประชาชนปฏิบัติมาตรการ 5 ป.1 ข. ได้แก่ ปิดภาชนะที่ใช้เก็บน้ำให้สนิท ไม่ให้ยุงเข้าไปวางไข่ เปลี่ยนน้ำในภาชนะขังน้ำทุก 7 วัน ปล่อยปลากินลูกน้ำในอ่างบัว ปรับปรุงสภาพแวดล้อม/กำจัดขยะที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ปฏิบัติจนเป็นนิสัย และขัดไข่ยุงลายในภาชนะเก็บน้ำ 2.ได้ส่งรายชื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาด้านการวินิจฉัยและรักษาโรคไข้เลือดออก จากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์พร้อมหมายเลขโทรศัพท์จำนวน 3 ท่าน ให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งในจังหวัดเชียงราย เพื่อให้คำปรึกษา และ 3.จัดทำแนวทางการสำรวจลูกน้ำยุงลายในโรงพยาบาลให้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

                       นายแพทย์ชำนาญ กล่าวว่า สำหรับจังหวัดเชียงราย จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ตั้งแต่ 1 มกราคม-11 มิถุนายน 2556 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้ว 1,495 ราย ไม่มีรายงานการเสียชีวิต เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์ 5 ปีย้อนหลังพบว่าผู้ป่วยไข้เลือดออกปีนี้สูงกว่าทุกเดือน ป่วยสูงสุดในกลุ่มอายุ 15-24 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 25-34 ปี และ 10-14 ปีตามลำดับ อาชีพที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุดคือ นักเรียน/นักศึกษา รองลงมาคืออาชีพรับจ้างและเกษตรกร อำเภอที่มีผู้ป่วยมากสุดคือ แม่สาย 439 ราย รองลงมาคือ แม่จัน 173 ราย เวียงป่าเป้า 171 ราย อำเภอเมือง 153 ราย และเทิง 114 ราย

                       ดังนั้นจึงขอแจ้งมายังพี่น้องประชาชน หากคนในครอบครัวป่วย มีไข้สูงติดต่อกัน 2 วัน กินยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลดลง ให้นึกถึงโรคไข้เลือดออก ต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องและรักษาได้ทันท่วงที หากปล่อยไว้จะเข้าสู่ภาวะช็อค ซึ่งอันตรายและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงรายกล่าว