
ปรมาจารย์แห่งวรรณศิลป์
ปรมาจารย์แห่งวรรณศิลป์ : คอลัมน์หัวใจไทย
ปิดฉากไปอย่างอิ่มเอมใจไปเมื่อเร็วๆ นี้ สำหรับ "โครงการบ่มเพาะนักเขียนหน้าใหม่ ปี 2556" เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนให้นักเขียนรุ่นใหม่มีโอกาสแสดงผลงาน ในวงการวรรณศิลป์ไทย และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนรุ่นเก่าและนักเขียนรุ่นใหม่ให้เกิดความช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน ซึ่งจัดโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ผนึกพลังร่วมกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย และทีมนักเขียนพี่เลี้ยงจากนิตยสาร The Writer ประกอบไปด้วย บินหลา สันกาลาคีรี ศุ บุญเลี้ยง โชคชัย บัณฑิต อุทิศ เหมะมูล วรพจน์ พันธุ์พงศ์ ฯลฯ คัดเลือกนักเขียนหน้าใหม่ รวมกว่า 50 ชีวิต มุ่งหน้าสู่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อเข้าสู่กระบวนการค่ายบ่มเพาะนักเขียนจากประสบการณ์การเยี่ยมบ้าน 2นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ในเมืองย่าโม
เริ่มต้นปักหมุดด้วยการเยือนบ้านนักเขียนอาวุโสผู้ได้รับรางวัลนักเขียนอมตะ "คำสิงห์ ศรีนอก" หรือ "ลาว คำหอม" เจ้าของงานเขียนที่สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ รวมเรื่องสั้นฟ้าบ่กั้น กำแพง ลมแล้ง สารคดี กระเตงลูกเลียบขั้วโลก บทภาพยนตร์ ทองปาน ฯลฯ ถัดมา คณะเดินทางก็เคลื่อนขบวน มุ่งหน้าสู่ อ.ลำสนธิ โดยเป้าหมายต่อไปคือการเข้ารับการบ่มเพาะประสบการณ์จากมุมมองของ "ชาติ กอบจิตติ" ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์และนักเขียนรางวัลศิลปาธร ปี 2547 ผู้สร้างผลงานเลื่องชื่ออย่าง คำพิพากษา (ได้รับรางวัลซีไรต์ปี 2524) พันธุ์หมาบ้า เวลา (ได้รับรางวัลซีไรต์ ปี 2536) ฯลฯ โดยทุกคนได้รับฟังมุมมอง และแนวคิดของการสร้างสรรค์ผลงานวรรณศิลป์ ที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณค่า และได้รับอรรถรส รวมทั้งยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักเขียนอาวุโส และนักเขียนหน้าใหม่อีกเช่นกัน
กันติกร ธะนีบุญ หรือเติ้ล นักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา หนึ่งในผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมในโครงการบ่มเพาะนักเขียนประเภทกวีนิพนธ์ บอกว่า "รู้สึกประทับใจที่ได้มีโอกาสมาได้รับทั้งความรู้และประสบการณ์อย่างใกล้ชิดจากนักเขียนและศิลปินที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย ท่านหนึ่งได้รับรางวัลนักเขียนอมตะ ลาว คำหอม ส่วนอีกท่านหนึ่งก็เป็นศิลปินแห่งชาติ ชาติ กอบจิตติ เหล่านี้ถือเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าครั้งหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว ผมรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลง ชวนให้นึกถึงคำพูดที่ว่าผู้ใหญ่เขาอาบน้ำร้อนมาก่อนเรา ประสบการณ์ชีวิตของท่านเปรียบเสมือนตำราชั้นดี อยากขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีอย่างสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ที่จัดโครงการนี้ขึ้นทำให้เราได้มารู้จักเพื่อน และเรียนรู้สิ่งดีๆ จากนักเขียนรุ่นพี่ที่มาเป็นพี่เลี้ยง ในปีนี้กรุงเทพมหานคร ได้รับการคัดเลือกจากยูเนสโกให้เป็นเมืองหนังสือโลก 2556 ก็เท่ากับเป็นการกระตุ้นให้นักเขียนเกิดการตื่นตัว จึงอยากให้มีการจัดกิจกรรมแบบนี้ต่อไปอีกเรื่อยๆ"
...................................................
(ปรมาจารย์แห่งวรรณศิลป์ : คอลัมน์หัวใจไทย)



