ไลฟ์สไตล์

แรกนาขวัญของชนเผ่าไท

แรกนาขวัญของชนเผ่าไท

13 มิ.ย. 2556

ศิลปวัฒนธรรม : แรกนาขวัญของชนเผ่าไท

 

                          ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ บรรพบุรุษของชนเผ่าไทปลูกข้าวเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ว่ากันว่าไม่ต่ำกว่า 12,000 ปี และเนื่องจากการปลูกข้าวต้องพึ่งพาอาศัยธรรมชาติ ซึ่งหาความแน่นอนไม่ได้ ประกอบกับการดำเนินชีวิตของผู้คนในภูมิภาคมีความเชื่อความผูกพันเกี่ยวกับสมมุติเทพ ดังนั้นเมื่อถึงฤดูเพาะปลูกในแต่ละปี ชุมชนต่างๆ จึงทำพิธีอัญเชิญเทวดาทั้ง พระแม่โพสพ พระแม่ธรณี พระแม่คงคา เพื่อความเป็นสิริมงคลช่วยบันดาลฟ้าฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล พืชผลจะได้อุดมสมบูรณ์ ขณะเดียวกันก็เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ตัวเอง

                          ในงานสัมมนาวิชาการและนิทรรศการเรื่อง "ประเพณีแรกนาขวัญของชนเผ่าไทในอาเซียน" ที่ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารนิทรรศการและสำนักงานสำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมี อ.อรไท ผลดี ผอ.สำนักพิพิธภัณฑ์ฯ เป็นโต้โผใหญ่ ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด และได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาร่วมอภิปรายในหัวข้อดังกล่าวด้วย

                          อ.อรไท ผลดี ย้อนไปถึงต้นกำเนิดของพิธีกรรมแรกนาขวัญของบรรพชนเผ่าไทว่า เกิดขึ้นในสมัยจักรพรรดิเหลือง (อึ่งตี่, หวงตี่) ทรงริเริ่มธรรมเนียมกษัตริย์ลงไถนาด้วยพระองค์เอง จนได้รับการยกย่องว่าเป็น "เทพเจ้าแห่งการเกษตร" และตามหลักฐานจักรพรรดิเหลืองก็ทรงเป็นพระราชบิดาของพระเจ้าเสียหาว หรือพระเจ้าหาวน้อย ซึ่งเป็นต้นตระกูลไทยนั่นเอง

                          ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญวัฒนธรรม ไทใหญ่ (ไทย-พม่า) และ อ.พิเศษมหาวิทยาลัยพะเยา อ.ศิริพงษ์ วงศ์ไชย กล่าวถึงพิธีแรกนาขวัญของชาติพันธุ์ที่เป็นกลุ่มไททุกๆ กลุ่มว่า กลุ่มไทมีวิถีชีวิตโดยการทำนาหรือเป็นชุมชนเกษตรกรรมเป็นหลัก แต่ละกลุ่มอาจจะมีขั้นตอนในพิธีกรรมต่างกันไปบ้างตามความเป็นอยู่และตามสภาพแวดล้อมนั้นๆ สำหรับพิธีแรกนาของชาวไทใหญ่นั้นจะทำกันในเวลา 09.00-12.00 น.ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี จากนั้นคนในชุมชนจะกลับไปเตรียมแปลงนาเพื่อลงมือหว่านกล้าข้าวต่อไป ส่วนขั้นตอนประกอบด้วย การเตรียมอุปกรณ์ ได้แก่ กระทงเล็ก 3 ใบ เพื่อใส่ข้าวปั้นและกล้วย 1 ลูก สำหรับบูชาผีบ้านผีเมือง บูชาผีขุนน้ำ บูชาแม่โพสพ นอกจากนี้ ยังต้องมีตาแหลวสามเหลี่ยมใช้วางสี่มุมนาข้าว เชื่อกันว่าเป็นเครื่องป้องกันแมลงและภัยที่จะเกิดกับนาข้าว และดอกไม้ ซึ่งเจาะจงว่าต้องเป็นใบโกสนเล็กเท่านั้น ธูปเทียน หมากก่ำ พลูใบ ควายเผือก สุดท้ายหมอผู้ทำพิธีเรียกขวัญข้าว

                          มาถึงการแรกนาของชาวไทลื้อ (ไทย-ลาว) ผศ.บุญถิ่น อินดาฤทธิ์ คณะศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เล่าว่า ในเดือน 6 ชาวไทลื้อจะทำการแพ้วทางหญ้าไว้ให้เรียบร้อยแล้วจะผันน้ำเข้านา เตรียมไว้แล้วค่อยหาฤกษ์วันดีในการไถแรกนา โดยจะเลือกให้อยู่ใน 7 วัน ตกวันไหนก็ทำวันนั้นแต่มีข้อยกเว้นวันอาทิตย์  จากนั้นจึงเป็นการจัดเตรียมควายและของเซ่นไหว้ โดยเลือกควายเอกซึ่งมีลักษณะดีแข็งแรง ส่วนของเซ่นไหว้เจ้าที่ เจ้าไร่ เจ้านา ก็ประกอบด้วย โตกใส่ของเซ่น กล้วย อ้อย น้ำอ้วย ข้าวสุก ข้าวต้ม ดอกไม้บูชา หมาก พลู บุหรี่ เมี่ยง และตาแหลว โดยผู้ทำพิธีขอขมาและขอพรต่อเจ้าที่ เจ้าไร่ เจ้านา ก็คือเจ้าบ้าน ส่วนลูกบ้านก็ต้องไปร่วมด้วย เพราะต้องไถหว่านให้แล้วเสร็จภายในวันเดียว

                          "ไทดำ" หรือ ลาวโซ่ง เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ยังคงยึดกรอบประเพณีแรกนาอย่างเหนียวแน่น อ.ขวัญยืน ทองดอนจุย ตัวแทนชุมชนทำหน้าที่บอกเล่าถึงพิธี "แฮะนา" หรือ "แรกนา" จะเริ่มต้นประมาณต้นเดือน 6 ไทย โดยกำหนดฤกษ์ยามเลือกวันดีวันปลอดซึ่งไม่ตรงกับวันเวรตง เมื่อนัดหมายพร้อมกันทั้งหมู่บ้าน เพื่อขออนุญาตก่อนไถหว่านจริงก็จะเตรียมข้าวเปลือกไปหว่านที่มุมคันนา ขณะที่ผู้ชายไถครบ 3 รอบ ผู้หญิงก็ทำหน้าที่เป็นผู้กล่าวคำขอทำนาต่อพระแม่ธรณี จากนั้นจึงหว่านข้าวเปลือกลงในแปลงนา แล้วทำขวัญให้กับควายโดยการใช้ไข่ต้มวนตรงหน้าผากแล้วเสียบลงไปที่เขาข้างใดข้างหนึ่งก่อนจะรูปลงไปที่ลำตัว ตามความเชื่อว่าจะช่วยปกป้องให้ควายไม่เจ็บไม่ป่วยมีแรงช่วยทำนาได้ตลอดฤดูกาล

                          ขณะที่ น.สพ.ปรีชา คงคะสุวัณณะ เล่าถึงขั้นตอนการ "แฮกนา" ของกลุ่มชาติพันธุ์ ไทครั่ง ว่าเริ่มจากตรวจหาวันดีตามความเชื่อ โดยให้ผู้สูงวัยที่มีความรู้ดูวันซึ่งจะเลือกวันฟูซึ่งเชื่อเป็นวันมงคลในการประกอบพิธีกรรม แต่ทั่วไปมักถือเอาวันอาทิตย์หรือวันพฤหัสบดี การแฮกนานั้นเจ้าของที่นาต้องเตรียมอุปกรณ์ทั้งหมด และเครื่องพลีกรรมต่างๆ ไปวางบนแท่นสำหรับบูชา ณ บริเวณใดบริเวณหนึ่งในผืนนา สำหรับบูชาแม่ธรณีและแม่โพสพ เมื่อกล่าวคำบูชาแล้วก็เป็นการไถนาและปลูกข้าว 9 ต้น เพื่อเอาฤกษ์ก่อนลงมือทำจริง จากนั้นจึงมีการกินอาหารกันในครอบครัวเป็นอันเสร็จพิธี

                          ปิดท้าย อ.อาพัสตร์ ทองแป้น เล่าถึงประเพณีแรกนาขวัญของชาวไทใต้ หรือ ไท-มาเลย์ ว่า ภาคใต้ศาสนาพราหมณ์ได้มาเจริญรุ่งเรืองอยู่ก่อนนับตั้งแต่สมัยอาณาจักรตามพรลิงค์ แต่ละพื้นที่จึงมีการทำพิธีแรกนาขวัญ ครั้นพอถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ก็เลิกลาไปเนื่องจากมีพิธีหลวงของทางราชการส่วนกลางอยู่แล้ว จึงอาศัยฤกษ์พร้อมกันเพื่อความสะดวก และแม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวก แต่ชาวนาในระดับชุมชนก็ยังยึดปฏิบัติอยู่ ด้วยความเชื่อว่าถ้าไม่ดูฤกษ์งามยามดีและถวายเครื่องเซ่นไหว้ให้เจ้าที่เจ้าทาง การงานจะต้องพบอุปสรรค