ไลฟ์สไตล์

เกษตรกรรม-ทองหยอด วิถีไทยเวนิสเบียนนาเล่55

เกษตรกรรม-ทองหยอด วิถีไทยเวนิสเบียนนาเล่55

12 มิ.ย. 2556

เกษตรกรรม-ทองหยอด วิถีไทยเวนิสเบียนนาเล่ 55 : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ

                มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2438 ถือเป็นงานรวมผลงานศิลปะร่วมสมัย หรือ Contemporary Art จากทั่วทุกมุมโลกและเก่าแก่ที่สุด จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี แต่ละครั้งยาวนานร่วม 6 เดือน ปีนี้เป็นครั้งที่ 55 แนวคิดการจัดงานครั้งนี้ คือ “The Encyclopedic Palace” มี 88 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยเข้าร่วมแสดงผลงาน ล่าสุดมีผู้เข้าร่วมชมงานมากถึง 6 แสนคน ครั้งนี้จัดแสดงวันที่ 1 มิถุนายน-24 พฤศจิกายน

                ที่ ศาสาประเทศรัสเซีย เต็มไปด้วยกองเหรียญจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน ถูกเทลงมาจากเพดาน ศิลปินตัวแทนประเทศรัสเซียออกกฎให้ผู้หญิงเท่านั้นเข้าชมได้ และอนุญาตให้เก็บเหรียญกลับบ้านได้คนละ 1 เหรียญเท่านั้น ซึ่งเหรียญทองคือตัวแทนเงินตรา, ความโลภของมนุษย์ที่นำมาสู่การคดโกง การกีดกันไม่ให้ผู้ชายเข้าชม เหมือนล้อสังคมภายนอก ผู้หญิงมักไม่ได้รับความเสมอภาค และข้อความที่ปรากฏบนเหรียญล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการ นั่นคือ Trust Unity Freedom love หรือ ความเชื่อใจ, ความเป็นเอกภาพ เสรีภาพ และความรัก

                ส่วนศาลาอังกฤษ ศิลปินดึงข่าวสะเทือนใจนักอนุรักษ์ในอังกฤษมาเป็นผลงาน อิงเหตุการณ์คนเห็นเหยี่ยวทุ่งแถบเหนือ นกหายากใกล้สูญพันธุ์ 2 ตัว ถูกยิงกลางอากาศ โดยผลงานเป็นเหยี่ยวทุ่งใช้กรงเล็บตะครุบรถหรูสัญชาติอังกฤษคันหนึ่งไว้ รวมทั้ง ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศ รวม 30 ประเทศ จัดแสดงผลงานในอาคารถาวร บนพื้นที่สวนสาธารณะจิอาดินี่ อย่างสหรัฐอเมริกา สร้างผลงานได้ซับซ้อนยุ่งเหยิง สะท้อนว่า กว่าจะคิดค้นสิ่งใดได้สำเร็จจนเป็นองค์ความรู้ อาจพลาดพลั้ง ผ่านการลองผิดลองถูกมามากมาย 

                ส่วนอีก 58 ประเทศ บางส่วนจัดแสดงผลงานอยู่ในหอศิลป์อาเซนาเล่ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จำลองโดมฉายภาพท้องทะเลกว้างใหญ่ ให้ผู้ชมยืน แล้วรู้สึกเหมือนได้เดินบนน้ำ ต้องการสื่อว่า มนุษย์มีโอกาสชนะความเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ นอกจากนี้ยังนำหนังสือกองโตมาตัดแต่ง ประกอบเป็นประติมากรรมร่างกายมนุษย์ สะท้อนอย่างตรงไปตรงมาว่า หนังสือคือแหล่งความรู้ สร้างความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์

                ขณะเดียวกัน อีกหลายประเทศเช่าอาคารรอบนอกในนครเวนิส จัดแสดงผลงาน เช่น ประเทศไทย เช่าตึกย่านซานต้าโครเช่ ตึกหมายเลข 556 พื้นที่กว่า 200 ตารางเมตร เปิดให้ชมเวลา 10.00-18.00 น. ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ ห้องแรกเป็นผลงาน "Poperomia" ของศิลปินวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ โดยเพ็ญวดี  นพเกตุ มานนท์ ร่วมสร้างสรรค์แนวคิดในฐานะภัณฑารักษ์ นำเสนอในแนวคิดวิถีชีวิต และการมุ่งเป็นครัวไทยสู่ครัวโลก

                นำหุ่นกระบือไทยเรซิ่นสีขาวใส และไหมพรมหลากสีมาพันกับหุ่นหลากหลาย เช่น ปลา สุนัข พระพุทธรูป และหุ่นคนจำลอง และพันก้อนอิฐ วางไว้ในห้อง พร้อมๆ กับการจัดฉายภาพยนตร์กึ่งสารคดีเรื่องทองปาน สร้างขึ้นเมื่อปี 2519 ชีวิตชาวนาอีสานที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างเขื่อนผามองเพื่อการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลาง โดยได้รับความอนุเคราะห์จากคำสิงห์ ศรีนอก ย้อนยุคไปยังบรรยากาศท้องไร่ท้องนา และเปิดพื้นที่โล่งบางส่วนให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมพันไหมพรมมาพันก้อนอิฐแล้วนำไปวางได้ความพอใจ ซึ่ง Anneli Madsen อายุ 55 ปี จากนอร์เวย์ ที่เข้าชม Poperomia บอกว่า สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างดี และยังเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการทำงานศิลปะอีกด้วย

                วศินบุรี อธิบายว่า รากเหง้าสังคมไทย คือสังคมเกษตรกรรม แต่การพัฒนาบางครั้งมีผลกระทบต่ออาชีพเกษตรกร ควายจำลองให้ตัวโปร่งใส เพราะมักถูกลืม ส่วนก้อนอิฐที่ถูกพันด้วยไหมพรม แต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับความคิดของคนที่แตกต่างแต่ต้องอยู่ร่วมกันในสังคม พระพุทธรูปที่ถูกพันไหมพรมสะท้อนการไม่เข้าถึงแก่นแท้ของหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

                และโซนผลงาน golden teardrop ของ อริญชย์ รุ่งแจ้ง ทำงานร่วมกับ วรเทพ อรรคบุตร ภัณฑารักษ์ ที่เรียงร้อยโลหะรูปหยดน้ำสีทอง ตัวแทนของประวัติศาสตร์ขนมทองหยอด ที่คิดค้นโดย ท้าวทองกีบม้า หรือนางมารี กีมาร์ เดอปีนา ชาวโปรตุเกสในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภรรยาออกญาวิชาเยนทร์ หรือ คอนสแตนติน ฟอลคอน ชาวกรีก สมุหนายกในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งถูกประหารชีวิตข้อหาเป็นกบฏ และฉายภาพยนตร์หญิงชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง ที่ได้เรียนรู้การทำขนมทองหยอดจากบรรพบุรุษ ที่มีความทรงจำที่เจ็บปวดจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัดสลับกับกรรมวิธีการสร้างประติมากรรม Golden Teardrop

                โดยมี นายสุรพิทย์ กีรติบุตา เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโรม และนายแอนเดรีย มาร์คอน กงสุลไทยประจำนครเวนิส ร่วมเปิดนิทรรศการของไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งภายในงานจะมีการออกบูธอาหารไทย และขนมทองหยอด ให้นักท่องเที่ยวได้ชิมอีกด้วยโดยมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจจำนวนมาก

                อริญชย์ อธิบายผลงานชิ้นนี้สะท้อนว่า เรื่องบางเรื่องข้อมูลบางอย่าง หรือเหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่ได้รับรู้รับทราบมา ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เมื่อสืบค้นข้อมูลจะพบว่ามีรายละเอียดเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นอยากให้ผู้คนในสังคมที่เห็นต่างกันเปิดใจและรับรู้รับฟังเรื่องราวต่างๆ อย่างรอบด้าน จะทำให้สามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ

                วิมลลักษณ์ ชูชาติ รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ผลงานศิลปินไทยที่นำมาแสดงในครั้งนี้ สะท้อนว่าไทยก็มีฝีมือไม่แพ้ชาติอื่นๆ สศร.จะพยายามส่งเสริมศิลปินและภัณฑารักษ์ให้เทียบชั้นสากลให้มากขึ้นในอนาคต

 

 ......................................................

(เกษตรกรรม-ทองหยอด วิถีไทยเวนิสเบียนนาเล่ 55 : โดย...หทัยรัตน์  ดีประเสริฐ)