
ระวัง!พบไวรัสก่อมะเร็งในที่สาธารณะ
วงการแพทย์ตื่นตัว ไวรัสเอชพีวี ตัวการก่อมะเร็งปากมดลูก คอ หูด ชี้ราวบันได ปุ่มลิฟต์ ก๊อกน้ำ ชักโครกที่สาธารณะ เสี่ยงติดเชื้อ แนะล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัส
ศ.ดร.วสันต์ จันทรานิตย์ หัวหน้าหน่วยไวรัสวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า จากการศึกษาวิจัยในต่างประเทศพบว่า เชื้อไวรัสเอชพีวี เป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย จึงร่วมมือกับหน่วยไวรัสวิทยา ทำการสุ่มตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวีบริเวณราวบันไดเลื่อน ปุ่มกดลิฟต์ ลูกบิดประตูห้องน้ำ ก๊อกน้ำที่อ่างล้างมือ ก้านกดชักโครก ที่รองนั่งโถส้วม ตามสถานที่ต่างๆ อาทิ ห้างสรรพสินค้า โรงเรียนกวดวิชา สนามเด็กเล่น โรงพยาบาล สถานีบริการน้ำมัน สถานบันเทิงประเภทผับ รถไฟฟ้า และรถประจำทาง เพื่อเก็บตัวอย่างมาวิเคราะห์
ศ.ดร.วสันต์ กล่าวว่า จากการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทั้งสิ้น 100 ตัวอย่าง พบเชื้อไวรัสเอชพีวี 4 ตัวอย่าง หรือคิดเป็น 4% เป็นสายพันธุ์ 6, 11, 16, 18 และอื่นๆ โดยพบเชื้อที่ด้ามกดชักโครกในห้องน้ำหญิงในโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งจาก 3 แห่งที่จัดเก็บตัวอย่าง ก๊อกน้ำล้างอ่างล้างมือห้องน้ำชายในห้งสรรพสินค้าแห่งหนึ่งจากจำนวน 4 แห่ง ที่รองนั่งโถส้วมในห้องน้ำหญิงสถานบันเทิงประเภทผับแห่งที่ 1 และที่รองนั่งโถส้วมในห้องน้ำชายจากสถานบันเทิงประเภทผับแห่งที่ 2 จากจำนวน 3 แห่งที่จัดเก็บ
ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานที่ที่ตรวจพบเชื้อมักเป็นที่เย็น ชื้น ไม่มีแสงแดด โดยสถานที่ที่ตรวจพบเชื้อเป็นห้องน้ำในสถานบันเทิงมากกว่าแหล่งอื่น ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มคนที่เข้าไปในสถานที่เหล่านี้ คือ วัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ซึ่งมีการติดต่อและแพร่เชื้อไวรัสเอชพีวีสูงสุด แต่ก็ไม่ควรตระหนกเกินไป เพราะเชื้อไม่สามารถเข้าถึงช่องคลอดได้โดยตรง แต่กลัวเป็นหูดมากกว่า เพราะติดต่อภายนอก ดังนั้นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือ การล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังการเข้าห้องน้ำ
ศ.นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า 3 สิ่งที่ต้องทำให้ห่างไกลมะเร็งปากมดลูก ได้แก่ 1.ลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี เช่น ไม่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร 2.ตรวจคัดกรองมะเร็งเป็นประจำ และ 3.ฉีดวัคซีนป้องกัน ลดความเสี่ยงได้ประมาณ 70%
สำหรับไวรัสเอชพีวี หรือ ฮิวแมนแพปพิลโลมาไวรัส (human papaillomavirus : HPV) ติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์และติดต่อไปยังบริเวณปากและช่องในลำคอได้ โดยสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งองคชาต และมะเร็งทวารหนัก คือ สายพันธุ์ 16 กับ 18 ส่วนสายพันธุ์ 6 และ 11 เป็นสาเหตุกว่า 90% ของหูดหงอนไก่



