มองเมียนมาร์ ผ่าน มุม BT50โปร
มองเมียนมาร์ ผ่าน มุม BT50โปร เส้นท้าทาย ที่ต้องพิสูจน์ : คอลัมน์เปิดโลกยนตรกรรม : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี
"ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง ที่มีอดีตยาวนานควบคู่กับชนชาติไทย ด้วยความหลากหลายของชนชาติประวัติศาสตร์ที่บอบช้ำ และแรงกดดันจากประเทศมหาอำนาจ สหภาพเมียนมาร์ (Union of Myanmar) กลายเป็นพื้นที่ซึ่งเข้าถึงยาก จนกระทั่งนโยบายเปิดประเทศได้เริ่มขึ้น มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จัดคาราวานไปเปิดมุมมองของสื่อ ด้วยการขับ BT50 โปร จากแม่สอดไปและกลับเมืองหลวงของพม่า เปิดโลกยนตรกรรมร่วมเดินทางไปด้วย
สหภาพเมียนมาร์ หรือพม่า ถือเป็นประเทศที่เปิดให้มีการขับรถข้ามแดน ด้วยการรับรองความปลอดภัยล่าสุดในเส้นทางหลัก เพื่อการเดินทางท่องเที่ยว จากชายแดนไทย อ.แม่สอด ไปยังเมืองหลวงของพม่า ด้วยความที่มีลักษณะพิเศษ นั่นคือ เป็นเพียงแค่ประเทศหนึ่งเดียวในภูมิภาคเอเชียใต้นี้เท่านั้น ที่มีพรมแดนทางแผ่นดินติดต่อกับสองแหล่งอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลก นั่นก็คือ จีน และอินเดีย ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์และปัจจัยด้านความมั่นคง ทำให้พม่าไม่ใช่ประเทศที่ใครจะเดินทางเข้าออกง่ายๆ แต่ ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้น
ปี พ.ศ.2532 พม่าได้เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น เมียนมาร์ (Myanmar) ชื่อใหม่นี้เป็นที่ยอมรับจากองค์การสหประชาชาติ แต่บางชาติ เช่น สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ไม่ยอมรับการเปลี่ยนชื่อนี้ เนื่องจากไม่ยอมรับรัฐบาลทหารที่เป็นผู้เปลี่ยนชื่อ ปัจจุบันหลายคนใช้คำว่า Myanmar ซึ่งมาจากชื่อประเทศในภาษาพม่าว่า Myanma Naingngandaw ไม่ว่าจะมีความเห็นเกี่ยวกับรัฐบาลทหารอย่างไรก็ตาม คำว่า เมียนมาร์ เป็นการทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษว่า Myanmar พม่าไม่ยอมใส่รองเท้าหนังเขา ใส่รองเท้าแตะ ไม่ยอมนุ่งกางเกงขายาว แต่ยืนยันที่จะนุ่งโสร่ง มีสูตรของตัวเอง ไม่ใช้เสื้อสูทของตะวันตก เพราะว่าประวัติศาสตร์ของพม่านั้นมีความยาวนาน และไม่ต้องการทำตามตะวันตก
คณะของสื่อไทย แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเดินทางจากกรุงเทพฯ ขับรถไปแม่สอด แล้วขับเข้าพม่า อีกกลุ่มหนึ่งเดินทางโดยเครื่องบิน จากนั้นขับรถย้อนทางของกลุ่มแรกที่เข้าไป
ด้วยรถยนต์มาสด้า BT-50 โปร ซึ่งเป็นรถที่มีคุณภาพสูงอีกคันหนึ่งในกลุ่มรถกระบะรุ่นใหม่
ผมเลือกไปกับคาราวานในเที่ยวขากลับ เครื่องบินจากสุวรรณภูมิสะดวกสบาย ด้วยสายการบินไทย เดินทางถึงสนามบินเมืองย่างกุ้ง ซึ่งดูแล้วก็ทันสมัยดี การผ่านขั้นตอนการเข้าเมืองก็ง่าย การเดินทางออกมาแต่เช้าจากเมืองไทย มีเวลาเที่ยวชมพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งเป็นเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์และอยู่คู่บ้านคู่เมือง เป็นศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดของพม่า มีอายุกว่า 2,500 ปี เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ 8 เส้นของพระพุทธเจ้า องค์พระเจดีย์สร้างด้วยทองคำหนัก 2 ตัน ประดับด้วยเพชร 5,548 เม็ด และพลอย 2,217 เม็ด รวมถึงทับทิมขนาดเท่าไข่ไก่ บนยอดพระเจดีย์ ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ ผู้คนไปชมไม่ขาดสาย จากนั้นก็แวะตลาดสก๊อต ชื่อที่ตั้งตามนายช่างซ่อมรถไฟของอังกฤษ ซึ่งที่นี่ถือเป็นตลาดหลัก ของย่างกุ้ง ดูแล้วสินค้าต่างๆ ไม่มีสินค้าอะไรน่าสนใจ ส่วนใหญ่เป็นไม้แกะสลัก ผ้าพื้นเมือง เครื่องประดับ โดยเฉพาะหยก การซื้อขายที่นี่ใช้เงินไทยก็ได้ แต่หากจะแลกเงินกับธนาคารเขาไม่รับเงินไทย ต้องเป็นเงินอเมริกัน สิงคโปร์ และยูโร เท่านั้น วันแรกถือเป็นการเที่ยวดูเมืองเสียมากกว่า
การขับรถจริงๆ เริ่มวันที่สองจากเมืองย่างกุ้ง ออกเดินทางสู่เมืองหงสาวดี เมืองหลวงเก่าแก่ของมอญ และอดีตราชธานีของพระเจ้าบุเรงนอง เพื่อนมัสการพระเจดีย์ชเวมอร์ดอร์ หรือพระธาตุมุเตา พระเจดีย์ในสมัยเดียวกันกับพระเจดีย์ชเวดากอง เป็นพระเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองหงสาวดี เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในหงสาวดี จากนี้ก็ไปเที่ยวตามเส้นทางซึ่งจะผ่านพระพุทธรูปนอน ที่มีพุทธลักษณะสวยงามในแบบของมอญ เป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของพม่า คาราวานมุ่งหน้าต่อสู่เมาะตะมะ
วันแรกของการขับรถดูเหมือนว่าทุกคนจะปรับตัวเร็วมาก แม้รถจะเป็นพวงมาลัยขวา (รถจากเมืองไทย) แต่จราจรของพม่าก็ขับชิดขวาด้วย เวลาแซงต้องให้คนโดยสารช่วยบอกทางข้างหน้าให้ การจราจรในพม่าไม่ค่อยเป็นระเบียบมากนัก ยังดีที่รถยังไม่มาก หากรถเยอะไม่รู้เหมือนกันว่าจะจลาจลแค่ไหน
ไฮไลท์ของคืนที่สองคือการไปพักที่โรงแรมใกล้พระธาตุอินทร์แขวน (1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า) ซึ่งต้องจอดคาราวานและเดินทางต่อด้วยรถบรรทุกหกล้อเพื่อขึ้นสู่ยอดเขา ข้างบนลมแรงและอากาศหนาว พระธาตุอินทร์แขวนนั้นมหัศจรรย์มาก เพราะว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้อย่างไร โดยไม่ล้มหรือหล่นลงมา วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่ต้องขับรถยาว เพราะต้องออกเดินทางไป ข้ามชายแดนให้ทันด่านปิด โดยขับผ่าน พะอ่าง สู่เมืองเมียวดี ก่อนถึงชายแดนพม่า-ไทย ต้องขับข้ามภูเขาที่ถนนค่อนข้างโหด เพราะว่าความชันและถนนที่ชำรุด และเป็นภูเขาสูง อดีตนั้นไม่มีคนพม่าผ่านเส้นทางนี้ จนกระทั่งมีการรับรองความปลอดภัย เส้นทางสูงชัน และลื่น แต่ด้วยสมรรถนะของ BT50 โปร ที่ช่วงล่างมั่นใจ สามารถทนแรงเขย่า ได้เป็นอย่างดี ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่ประทับใจสุดในความยากของถนนในการเดินทางเส้นทางนี้
ซึ่งคาราวานผ่านเข้ามาเมืองไทยด้วยดี ก่อนจะพักเอาแรงที่แม่สอด 1 คืน และขับรถเข้ามายังกรุงเทพมหานคร
อนาคตการขับรถแบบคาราวานเช่นนี้คงได้รับความนิยม และพม่าเป็นประเทศที่ต้องไปเห็นกับตาตัวเอง แล้วความเชื่อเก่าๆ ของท่านจะเปลี่ยนไปเหมือนที่ผมเป็น
................................................................
(มองเมียนมาร์ ผ่าน มุม BT50โปร เส้นท้าทาย ที่ต้องพิสูจน์ : คอลัมน์เปิดโลกยนตรกรรม : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี)



