
เผชิญกับ'โลกาภิวัตน์'ด้วย'ราก'(I)
เผชิญกับ'โลกาภิวัตน์'ด้วย'ราก'(I) : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล
ในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม คงไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ครับว่ากระแส “โลกาภิวัตน์” เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อโลกที่เราอยู่ จะช้าบ้างเร็วบ้างขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าทางความคิดและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่ได้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในรูปแบบของการใช้ทรัพยากรบนโลก สำหรับผมได้แบ่งยุค “โลกาภิวัตน์” เป็น 6 ยุค ดังนี้ โดยเริ่มตั้งแต่ ยุคที่ 1 คือ “ยุคหิน” ที่มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ ยังมีความเป็นอยู่ไม่ต่างอะไรจากสัตว์ป่า ยังคงเป็นยุคที่โลกยังอุดมสมบูรณ์ “พลโลก” ได้เรียนรู้ที่จะล่าสัตว์อื่นๆ อยู่รวมกันเป็นกลุ่มและรู้จักผลิตอาวุธขึ้นมาเองอย่างง่ายๆ เช่น ขวานหิน, หอก, ธนู ฯลฯ
เมื่อ “พลโลก” เจริญขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งก็เข้าสู่ ยุคที่ 2 คือ “ยุคปศุสัตว์” และ “การเพาะปลูก” มีวิธีถนอมอาหารรวมทั้งเก็บเมล็ดพันธุ์พืช เป็นยุคที่ “พลโลก” หยุดการเร่ร่อน ปักหลักตั้งถิ่นฐาน “สร้างบ้านแปลงเมือง” ยุคที่ 3 คือ “ยุคแห่งการค้าขายแลกเปลี่ยน” ถือว่าเป็นการก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นของ “พลโลก” อย่างมีนัยสำคัญ โดยเริ่มเกิดบรรดาชนชั้นกลางอันได้แก่ “กลุ่มพ่อค้าวาณิชย์” มีความสามารถในการเดินทางไปค้าขายในสถานที่ไกลๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าขายทางทะเล
ยุคที่ 4 คือ “ยุคแห่งการก้าวกระโดดของการพัฒนาศิลปและวิทยาการ” เป็นยุคแห่งการค้นพบทางด้านศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์และเป็นพื้นฐานอันจะนำไปสู่ยุคที่สำคัญต่อจากนั้น คือ ยุคที่ 5 คือ “ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม” รวมทั้งเทคโนโลยีถลุงเหล็กและเครื่องจักรไอน้ำ ถือว่ายุคนี้เป็น “ยุคล่าอาณานิคม” อย่างแท้จริง แต่จะว่าไปแล้วการขยายอาณานิคมของชาติมหาอำนาจก็คือการปล้นสดมภ์ทรัพยากรในที่ต่างๆ เพื่อนำมาใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศตนเอง มีแนวทางที่เรียกว่าการใช้ยุทธศาสตร์ “เรือปืน” ซึ่งปัจจุบันบรรดามหาอำนาจต่างๆ ก็ยังคงใช้ยุทธศาสตร์นี้อยู่และดูจะทันสมัยมากยิ่งขึ้น เพราะมีเรือบรรทุกเครื่องบินและยุทโธปกรณ์ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น จรวดนำวิถี ขีปนาวุธวิศัยไกล ที่มีอำนาจทำลายล้างอย่างรุนแรงที่สุด ยุคที่ 6 คือ “ยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร” อันเป็นผลมาจากการปฏิวัติเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายผ่านดาวเทียม ที่เรียงร้อยโลกทั้งใบเข้าด้วยกันทำให้กระแส “โลกาภิวัตน์” กลายเป็นกระแส “โลกาวิบัติ” ที่มาเร็ว ไปเร็ว จนเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกันไม่ทัน
จะว่าไปแล้วการเปิด “เออีซี” การค้าเสรี “อาเซียน” ก็เป็นยุคหนึ่งในกระแส “โลกาภิวัตน์” ที่กำลังจะโหมกระหน่ำอีกระรอกถึงจะไม่อยากเปิดประเทศแต่ก็ถูกบังคับให้เปิด ก็ไม่รู้ว่าจะโชคดีหรือร้ายเพราะจากสภาพทางภูมิศาสตร์ทำให้ประเทศ “ไทย” ของเราอยู่ท่ามกลางการแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มชาติมหาอำนาจที่ล้วนแล้วแต่เหนือกว่าเราทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง การทหาร ฯลฯ หากรู้ไม่เท่าทันก็อาจจะส่งผลถึงการสูญเสีย “เอกราช” และ “อธิปไตย”ในที่สุด
มาถึงตอนนี้ผมนึกถึงงานเขียนของ “อาจารย์คึกฤทธิ์” ปราญช์ท่านหนึ่งของประเทศในเรื่อง “พม่าเสียเมือง” อันเป็นการเล่าเหตุการณ์ย้อนยุคกลับไปในอดีตเมื่อร้อยปีล่วงมาแล้วในรัชสมัย “พระเจ้าสีปอ” กษัตริย์พม่าพระองค์สุดท้ายที่ทรงพระราชอำนาจแห่ง “วงศ์อาลองพญา” ที่กษัตริย์ในช่วงตอนต้นของราชวงศ์นี้เคยแสดงแสนยานุภาพ “กรีธาทัพ” บุกตี “กรุงศรีอยุธยา” จนเรียบราบเป็นหน้ากลอง มิหนำซ้ำยังกวาดต้อน “เชลย” ชาว “สยาม” กว่าสองแสนชีวิตกลับไปยังกรุง “รัตนะบุระอังวะ” เพื่อใช้เป็นข้าทาสบริวาร เหลือทิ้งไว้แต่ซากปรักหักพังของกรุงเก่าให้เป็นอนุสรณ์เตือนใจ
การที่ผมได้อ่านวรรณกรรมชิ้นเยี่ยมนี้ของ “อาจารย์คึกฤทธิ์” ก็ยิ่งทำให้ได้เห็นความโหดร้ายของกระแส “โลกาภิวัตน์” ในยุค “ล่าอาณานิคม” ระหว่าง “อังกฤษ” กับ “พม่า” จนสุดท้ายก็ทำให้ “พม่า” ต้อง “เสียเมือง” ตกเป็น “เมืองขึ้น” ในที่สุด ซึ่งก็ใช้เวลาอีกกว่า 100 ปี จึงได้รับ “เอกราช” จะเห็นได้ว่ากระแส “โลกาภิวัตน์” นั้นไม่ได้เพิ่งมีเพิ่งเกิดนะครับ เกิดมาอย่างต่อเนื่องเป็นช่วงๆ และทุกครั้งก็นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ผลกระทบจาก “โลกาภิวัตน์” ในยุค “พม่าเสียเมือง” นั้น ถึงแม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปนับร้อยปี (ตั้งแต่รัชสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5) แต่ก็ยังส่งผลให้ “พม่า” ยังหาความสุขสงบมิได้ มิหนำซ้ำในปัจจุบัน “พม่า” ที่เคย “เสียเมือง” ก็ร่วมลงเรือ “อาเซียน” ร่วมชะตากรรมเดียวกันกับ “ไทย” ที่อีกไม่ถึง 3 ปี กระแส “โลกาภิวัตน์” ก็บังคับให้ต้องเปิดประตูให้ชาติมหาอำนาจต่างๆ เข้ามาตักตวงกอบโกยผลประโยชน์จากทรัพยากรอันอุดมของประเทศในแถบดินแดน “สุวรรณภูมิ” กันอีกรอบครับ
ดังนั้นเมื่อได้ศึกษาย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ได้มีโอกาส “เหลียวหลัง” และ “แลหน้า” แบบ “รู้เช่นเห็นชาติ” เช่นนี้ก็ต้องเร่งเตรียมตัวเตรียมใจ เตรียมทั้งกำลังภายนอกและภายในให้พร้อมสรรพครับ
.......................................
(หมายเหตุ เผชิญกับ'โลกาภิวัตน์'ด้วย'ราก'(I) : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล)



