ไลฟ์สไตล์

การสร้าง'LAND  MARK'อันเป็น'เอกลักษณ์'ที่'ชีวามาร์เก็ต'

การสร้าง'LAND MARK'อันเป็น'เอกลักษณ์'ที่'ชีวามาร์เก็ต'

08 มิ.ย. 2556

การสร้าง'LAND MARK'อันเป็น'เอกลักษณ์'ที่'ชีวามาร์เก็ต' : คอลัมน์ ตึกแถวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว

 
          ผมมักจะสอนนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก เสมอว่าในทางทฤษฎีการออกแบบและการวางผังทางสถาปัตยกรรม หลักการสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง คือ การสร้าง “เอกลักษณ์” อันก่อให้เกิดเป็น “อัตลักษณ์” (Identity) ซึ่งภาษาทางเทคนิคการออกแบบมักเรียกว่า การสร้าง “Land Mark” ซึ่งหากแปลเป็นภาษาไทยจะได้ความว่า “สัญลักษณ์อันเป็นเครื่องหมายของที่ดิน” (แต่ถ้าใช้คำว่า “Landmark” จะมีความหมายว่า “สถานที่สำคัญ”) ผมยกตัวอย่างง่ายๆ “พระปรางค์วัดอรุณฯ” เป็น Land Mark ของ กรุงเทพมหานคร, พระปฐมเจดีย์ เป็น Land Mark ของ นครปฐม, พระธาตุพนม เป็น Land Mark ของ นครพนม
 
          เจดีย์ชเวดากอง ที่สร้างขึ้นโดยชาวมอญกว่า 2,000 ปีล่วงแล้ว เพื่อใช้บรรจุพระ “เกศาธาตุ” ของ “พระสมณโคดม” ก็เป็น Land Mark ของเมือง ย่างกุ้ง, หอไอเฟล ที07 ?ี่สำคัญ”) ผมยกตัวอย่างง่ายๆ “พระปรางค์วัดอรุณฯ” เป็น Land Mark ของ กรุงเทพมหานคร, พระปฐมเจดีย์ เป็น Land Mark ของ นครปฐม, พระธาตุพนม เป็น Land Mark ของ นครพนม
 
          เจดีย์ชเวดากอง ที่สร้างขึ้นโดยชาวมอญกว่า 2,000 ปีล่วงแล้ว เพื่อใช้บรรจุพระ “เกศาธาตุ” ของ “พระสมณโคดม” ก็เป็น Land Mark ของเมือง ย่างกุ้ง, หอไอเฟล ที่สร้างโดย "กุสตาฟ ไอเฟล" ที่เมื่อ 100  ปีล่วงแล้วครั้งเมื่อสร้างเสร็จก็ถูกตำหนิติเตียนถากถางเย้ยหยันจากชาว “ปารีเซียน” ว่ามีความน่าเกลียดเป็นที่สุด เพราะเป็นโครงเหล็กที่ทั้งหนาและหนัก เต็มไปด้วยหมุดเหล็ก แต่ในปัจจุบันกลายเป็น Land Mark สำคัญของ กรุงปารีส ที่มีค่าที่สุด เพราะได้ดึงดูดคนทั่วทุกสารทิศจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 40 ล้านคนในแต่ละปีที่แวะมาเยี่ยมชมหอเหล็กสูงที่แสนจะน่าเกลียดนี้และนำเงินรายได้เข้าสู่ “ฝรั่งเศส” อย่างมากมายมหาศาล ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในทุกสถานที่ที่สำคัญจำเป็นที่จะต้องมี “Land Mark”  อันโดดเด่นเพื่อให้เป็นที่จดจำและเป็นที่ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมเยียน
 
          สำหรับในสัปดาห์นี้มาชื่นชมการออกแบบ “Land Mark” ของผมในโครงการ “ชีวามาร์เก็ต” ใจกลางเมือง “ระยอง” เป็นการพัฒนาศูนย์ “SMEs” คอมเพล็กซ์ บนที่ดินกว่า 20 ไร่ ซึ่งถนนที่ผ่านหน้าที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นถนนที่ “สมเด็จพระเจ้าตากสิน” เคยเสด็จพระราชดำเนินผ่านในครั้งที่พระองค์ทรง “กรีฑาทัพ” จาก “ระยอง” เพื่อที่ไป “กรุงศรีอยุธยา” โดยใช้ทัพเรือเป็นกำลังสำคัญในการกอบกู้เอกราช (เมื่อครั้งเสียกรุงในปี พ.ศ.2310) และนอกจากนั้นเมือง “ระยอง” ในช่วงนั้นก็เป็นเมืองท่าในอดีตมีการติดต่อค้าขายทางทะเลจึงมีชุมชนทั้งชาว “ไทย” และชาว “จีน” อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น 
 
          เมื่อได้ศึกษารายละเอียดต่างๆ ครบถ้วนจนทุก “มิติ” แล้ว ผมก็เลยสร้าง “Land Mark” บนพื้นที่ดังกล่าว โดยใช้ “เรือสำเภา” เป็น “สัญลักษณ์” ผมให้ชื่อเรือสำเภาอันเป็น “เอกลักษณ์” นี้ว่า “สุวรรณเภตรา” มีความหมายว่าเป็น “สำเภาทอง” แห่งความมั่งคั่งและเป็นการเทิดพระเกียรติ “พระเจ้าตากสินมหาราช” ที่ได้ทรงมี “คุโณปการ” ใหญ่หลวงต่อประเทศในการกอบกู้เอกราชและในการก่อร่างสร้างชาติให้เป็นปึกแผ่นมาจวบจนทุกวันนี้ และที่สำคัญพระองค์ท่านทรงมีเชื้อสาย “จีน” บิดาท่านเป็นคน “แต้จิ๋ว” ชื่อ “หยง แซ่แต้” จะเห็นว่ามีความผูกพันธ์แนบแน่นกับ “เรือสำเภาจีน” และในรัชสมัยพระองค์ท่านก็มีบรรดาพ่อค้าชาว “จีนแต้จิ๋ว” จำนวนมากเข้ามาพึ่ง “พระบรมโพธิสมภาร” จนมีคำเรียกขานว่า “จีนหลวง”
 
          เมื่อทราบนัยทางประวัติศาสตร์เช่นนี้ ผมจึงตั้งใจรังสรรค์ให้ “สุวรรณเภตรา” นอกจากจะเป็น “Land Mark” แล้วก็ยังเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ย่อมๆ เล่าเรื่อง เมือง “ระยอง” ให้แก่คน “ระยอง” และผู้มาเที่ยวเมือง “ระยอง” ได้รับรู้ถึงความสำคัญ เพราะหากไม่มีหัวเมืองชายทะเลตะวันออกไม่ว่าจะเป็น ตราด,จันทบุรี, ระยอง อันเป็นแหล่งซ่องสุมกำลังผู้คนและทัพเรือของ “พระยาตาก” การกอบกู้เอกราชของชนชาติไทยก็คงจะเปลี่ยนรูปไปไม่เป็น “สยาม” ประเทศที่มั่นคง มั่งคั่ง ดังเช่นทุกวันนี้ นอกจากนั้นใน “สุวรรณเภตรา” ผมตั้งใจว่าจะตั้งเครื่องราชศักการะแด่ “พระเจ้าตากสินมหาราช” และผมเชื่อว่ามีความชอบธรรมเป็นอย่างยิ่ง เพราะพระองค์ท่านเคยเสด็จผ่านถนนสายนี้ที่ในปัจจุบันก็ใช้เชื่อว่า “ถนนตากสินมหาราช” 
 
          ในปัจจุบัน “ระยอง” ก็ยังมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศในฐานะเมืองท่าและศูนย์กลางของอุตสาหกรรม จะกล่าวได้ว่าเป็นแหล่งรวมนิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศก็ว่าได้และกำลังก้าวไปข้างหน้ารองรับการขยายตัวของการค้าเสรี เออีซี เสรี “อาเซียน”  ที่ในอนาคตก็จะมีรถไฟความเร็วสูงสาย กรุงเทพฯ-ระยอง ทำให้ย่นระยะเวลาเดินทางเหลือเพียงชั่วโมงเศษ และผมหวังว่าเมื่อ “สุวรรณเภตรา” ได้สร้างเสร็จก็คงจะเป็น “Land Mark”  แห่งใหม่อีกแห่งหนึ่งของเมือง “ระยอง” ครับ 
 
          สัปดาห์นี้พื้นที่หมดครับก็มาชื่นชม “สุวรรณเภตรา” อันเป็น “Land Mark” ที่เป็น “สัญลักษณ์” อันเป็น “เอกลักษณ์ นำมาซึ่ง “อัตลักษณ์” ที่ “ชีวามาร์เก็ต” ศูนย์ “SMEs” คอมเพล็กซ์ บนพื้นที่ 20 ไร่ ใจกลางเมือง “ระยอง” เอาไว้อีก 2 สัปดาห์หน้าค่อยมาดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันครับ
.......................................
(หมายเหตุ การสร้าง'LAND  MARK'อันเป็น'เอกลักษณ์'ที่'ชีวามาร์เก็ต' : คอลัมน์ ตึกแถวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)