
ศธ.ชี้รถตู้เอกสารผิดซื้อจริงคันละ1.2ล.
'ศธ.-สำนักงบประมาณ' แถลงแก้ต่างรถตู้อีกรอบ ยันเอกสารผิดพลาด ตัวเลขจัดซื้อจริงแค่ 1 พันคันวงเงินแค่พันล้าน เฉลี่ยราคาจัดซื้อคันละ 1.2 ล้านบาท
3 มิ.ย.56 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมวศึกษาธิการ พร้อมนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ และผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารสำนักงบประมาณ แถลงข่าวกรณีจัดซื้อรถตู้ 1,000 คันของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยนายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า กรณีที่มีการอภิปรายว่า การจัดซื้อรถตู้ตามโครงการนี้แพงเกินจริง จัดซื้อ 1,000 คัน วงเงินรวมสูงถึง 2,158 ล้านบาท. เฉลี่ยราคาจัดซื้อคันละ 2 ล้านบาท ขณะที่ราคาท้องตลาดแค่ 956,000 บาท
นอกจากนั้น งบประมาณดังกล่าวถ้านำไปจัดจ้างครูเพิ่มในอัตราเงินเดือน ๆ ละ 15,000 บาท สามารถจ้างครูได้ถึง 13,000 คน นั้น ศธ.ขอยืนยันอีกครั้งว่า งบประมาณจัดซื้อรถตู้ 1,000 คันของ สพฐ.แค่ 1,232.4 ล้านบาทเท่านั้น เอกสารประกอบร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 มีความผิดพลาดจึงทำให้ข้อมูลออกมาคลาดเคลื่อน. ราคาจัดซื้อที่ถูกต้องเฉลี่ยคันละประมาณ 1.2 ล้านบาท วงเงินนี้เป็นราคากลางที่กำหนดโดยสำนักงบประมาณ ซึ่งส่วนราชการต่าง ๅ ต้องปฏิบัติตามเคร่งครัด
นายเสริมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าการจัดซื้อมีการล็อคสเปคจงใจซื้อรถตู้ขนาด 12 ที่นั่ง ไม่ยอมจัดซื้อรถตู้ขนาด 16 ที่นั่งซึ่งได้ประโยชน์กว่านั้น ตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้ใช้รถในการรับจ้างรับส่งนักเรียน พ.ศ. 2547 กำหนดให้รถรับส่งนักเรียนมีขนาดไม่เกิน 12 ที่นั่ง เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดสเปครถตู้ขนาด 12 ที่นั่งให้สอดคล้องกับระเบียบดังกล่าว นอกจากนั้น สำนักงานงบประมาณก็ไม่เคยจัดทำราคากลางของรถตู้ขนาด 16 ที่นั่งไว้ด้วย มีแต่ทำราคากลางของรถตู้ขนาด 12 ที่นั่งไว้
ทั้งนี้ รถตู้ที่จัดซื้อมา 1,000 คันนั้น จะจัดสรรไปให้ ร.ร.ดีศรีตำบลจำนวน 850 คัน. ที่เหลืออีก 150 คันนั้น ใช้สำหรับการนำร่องควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในปี 2557 อย่างไรก็ตาม นอกจากจะนำรถตู้ไปใช้สำหรับรับส่งนักเรียนแล้ว ยังใช้สำหรับรับส่งครูเก่งหมุนเวียนไปสอนตามโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ ใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน เช่น กิจกรรมกีฬา รวมถึงใช้สนับสนุนชุมชน
“ การจัดซื้อรถตู้มาใช้รับส่งนักเรียนจาก ร.ร.ขนาดเล็กมาเรียนรวมกันหรือไปเรียนในโรงเรียนดีศรีตำบลนั้น เป็นแนวทางการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กที่ สพฐ.ศึกษาแล้วว่า มีความเหมาะสม ปัจจุบัน มี ร.ร.ขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คนลงมาถึง 14,816 โรง คิดเป็นจำนวนเกือบครึ่งของโรงเรียนที่มีอยู่ทั้งหมด ส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องคุณภาพ เพราะขาดครูและสื่อการเรียนการสอน ซึ่งตั้งแต่ปี 2536 สพฐ.ได้พยายามคิดค้นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนต่างๆ เพื่อเพิ่มคุณภาพ การควบรวมโรงเรียน นำนักเรียนมาเรียนรวมกันพร้อมจัดรถรับส่งก็เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถเพิ่มคุณภาพการจัดการเรียนการสอนได้ นอกจากนั้น จากการสังเกตุพบว่า ที่โรงเรียนเอกชนมีเด็กมาเข้าเรียนจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพราะเขามีรถรับส่งนักเรียน ทำให้ผู้ปกครองมีความสบายใจที่จะส่งบุตรหลานมาเข้าเรียน ส่วนการจัดจ้างครูเพิ่มนั้น ถ้าจะทำจริงจะต้องจ้างเพิ่มถึง 70,000 คน ใช้งบประมาณ 1,000 กว่าล้านบาทต่อบาท แพงกว่า การจัดซื้อรถตู้ซึ่งจัดซื้อทีเดียวใช้ได้เป็นสิบปี เสียค่าน้ำมันและคนขับแค่ปีละ 150 ล้านบาท “ นายเสริมศักดิ์ กล่าว
น.ส.จรรยา อยู่โปร่ง ผู้อำนวยการสำนักจัดทำงบประมาณด้านสังคม 1 สำนัก งบประมาณ กล่าวว่า กล่าวว่า เดิมสพฐ.ขอจัดซื้อรถตู้มา 2,000 คัน วงเงินประมาณ 2,539 ล้านลาท แยกเป็น 1.จัดซื้อรถตู้ดีเซล 1,600 คัน วงเงินรวม 1,971 ล้านบาทและ 2.รถตู้เบนซิลพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ NGV จำนวน 400 คัน วงเงิน 568 ล้านบาท เป็นงบผูกพันปี 57-58 ภายหลังคณะรัฐมนตรีตัดเหลือรถตู้ดีเซล 1,000 คัน แต่เจ้าหน้าแก้เฉพาะตัวเลขงบประมาณของปี 2557 ลืมแก้ปี 58 เมื่อรียกตัวเลขรวมออกมาจึงเป็นตัวเลขที่ผิดพลาด อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงบประมาณได้ทำใบแก้คำผิดเตรียมไว้แล้ว แต่จะเสนอในขั้นการพิจารณาของกรรมาธิการ
น.ส.จรรยา กล่าวต่อว่า สำหรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นยังไม่ถือว่าเจ้าหน้าที่ธุรการที่จัดทำเอกสาร มีความบกพร่องหรือมีความผิด เนื่องจากจะมีความผิดพลาดเช่นนี้ทุกปี ซึ่งเอกสารทั้งหมด 20 เล่มใหญ่ ๆจะเป็นของกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 5 เล่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่หนึ่งคนก็ทำเอกสารหลายหน่วยงาน ดังนั้น จึงเกิดความผิดพลาดได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ทำเอกสารดังกล่าวนี้ก็ยืนยันแล้วว่าได้เข้าไปแก้ไขข้อผิด พลาดแล้ว แต่พอเรียกข้อมูลออกมาเครื่องไม่แก้ให้เรา แต่ดังนั้น ก็จะต้องไปแก้ไขระบบของเรา ซึ่งเอกสารที่สำนักงบฯจะทำเพื่อเสนอไปให้ที่ประชุมสภาผู้แทน นั้นมี 2 ฉบับ คือฉบับร่าง พรบ.จริงที่ใช้เป็นตัวหลัก และมีฉบับเอกสารประกอบ
จากการตรวจสอบแล้วตัวเลขในร่าง พรบ.งบประมาณนั้นถูกต้องหมด แต่ฉบับเอกสารประกอบที่ฝ่ายค้านหยิบมาอภิปรายนั้นจะมีการแข้ไขตลอด ซึ่งสำนักงบก็แจกให้ฝ่ายค้านทั้ง 2 เล่ม แต่ในเอกสารประกอบจะผิดตรงตัวเลขปี 2558 แต่จะมีแก้ไข จะมีการปรับเพิ่มในขั้นกรรมาธิการ ที่จะมีการประชุมในวันพุธที่ 5 มิ.ย.นี้ หลังจากนั้นก็จะทำเป็นรายงานออกมาประกอบกับ พรบ.ที่จะประกาศใช้ และหลังจากที่ประกาศใช้แล้วก็จะมีรายงานของกรรมาธิการที่แก้ไขยืนยัน ทุกอย่าง
“นี้เป็นความผิดพลาดขั้นร่างประกอบของ พรบ. แต่เราจะมีการแก้ไขจริง ๆในขั้นกรรมาธิการอีก ที่ สำคัญตัวร่าง พรบ.ที่เราเสนอไปไม่ผิด ผิดแค่ร่างประกอบ พรบ.ที่เสนอควบคู่ไปกับร่าง พรบ. ดังนั้น จึงไม่ถือว่าใครมีความผิด แต่หากตัว พรบ.ผิด จึงจะถือว่ามีความผิดร้ายแรง” ผอ.จรรยา กล่าว และว่า ราคากลางในการจัดซื้อประมาณ 1.2 ล้านบาทนั้น จัดทำไว้ตั้งแต่ ก.พ. 55 และมีการปรับปรุงทุกปี ราคากลางปี 56 อยู่ระหว่างปรับปรุงอยู่ จะนำมาใช้ในขั้นตอนการพิจารณาของกรรมาธิการ แต่เท่าที่ทำมาราคากลางม่เคยต่ำกว่า 1 ล้าน
ด้านนายพงศ์เทพ กล่าวว่า ราคากลางในการจัดซื้อรถตู้ 1,000 คันนั้น เป็นราคากลางที่สำนักงบประมาณกำหนดให้ใช้ในการจัดซื้อผลิตภัณฑ์เดียวกันทุกประเภท เพราะฉะนั้น จึงไม่เป้นราคาจัดซื้อที่สูงเกินจริง และไม่มีการล็อคสเปคกำหนดยี่ห้อรถ สเปคเปิดกว้างให้รถตู้ยี้ห้อต่างๆ สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้



